แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระบวนการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระบวนการ แสดงบทความทั้งหมด

15 สิงหาคม 2561

กระบวนการสร้างผู้นำของพระเจ้า

พระเจ้าทรงเตรียมและเสริมสร้างโมเสสให้เป็นคนของพระองค์  เพื่อนำชนชาติฮีบรูออกจากการเป็นทาสในอียิปต์อย่างไร?  พระเจ้ามิได้ใช้เวลาเสริมสร้างและเตรียมโมเสสในวันเดียว เดือนเดียว หรือ ปีเดียวเท่านั้น   แต่พระเจ้าใช้เวลาในการเตรียมและเสริมสร้างโมเสสผ่านชีวิตประจำวันของเขา วันแล้ววันเล่า   แล้วก็ไม่ได้เสริมสร้างและเตรียมเขาด้วยเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น   แต่พระองค์ทรงเตรียมและเสริมสร้างโมเสสอย่างเป็นกระบวนการใช้เวลาถึง 40 ปี  

“เมื่อฟาโรห์ทรงทราบเรื่องก็พยายามจะประหารโมเสส แต่โมเสสหนีฟาโรห์ไปอาศัยอยู่ในดินแดนมีเดียน...โมเสสตกลงใจอาศัยอยู่กับเรอูเอล เรอูเอลได้ยกศิปโปราห์บุตรสาวให้เป็นภรรยาของโมเสส” (อพยพ 2:15, 21 อมธ.)

มิใช่เพียงโมเสสเท่านั้นที่พระองค์ทรงเสริมสร้างและเตรียมให้เป็นผู้นำด้วยวิธีนี้   แต่พระองค์ทรงเสริมสร้างและเตรียมคนของพระเจ้าคนอื่น ๆ ด้วยกระบวนการเช่นนี้ด้วยเช่นกัน

โนอาห์     ใช้เวลา 120 ปี ก่อนที่จะมีการบอกถึงแผนการที่จะมีฝนตกน้ำท่วมโลก
อับราฮาม  รอเป็นเวลา 25 ปี เขาจึงจะมีลูกตามพระสัญญา
โยเซฟ     รอคอยและใช้ชีวิตนักโทษอยู่ 14 ปีในคุกหลวง  ที่ตนมิได้กระทำผิด
โยบ         ประมาณว่าโยบต้องใช้เวลาช่วงอายุ 60-70 ปีที่รอคอยความยุติธรรมจากพระเจ้า

พระเจ้าทรงเสริมสร้างและเตรียมผู้รับใช้ของพระองค์ด้วย “เตาถ่าน” มิใช่ด้วย “เตาไมโครเวฟ”  แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพระเจ้าทรงใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นในชีวิตของแต่ละคนกระทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของแต่ละคนที่ทรงเตรียม

ช่วงเวลาที่รอคอยเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง   เพราะเป้าหมายในช่วงการรอคอย เตรียม  และเสริมสร้างนั้น   พระเจ้าทรงช่วยให้คน ๆ นั้นหยั่งรากความเชื่อศรัทธาลงลึก และ เติบโตมีวุฒิภาวะมากยิ่งขึ้น  ปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองในชีวิตของคน ๆ นั้น   ทรงขยายความเข้าใจของคน ๆ นั้นให้ลุ่มลึกและกว้างไกล   ช่วงเวลาแห่งการทรงเสริมสร้างบางครั้งมาในรูปของการทดลอง   ที่จะทำให้คน ๆ นั้นมีความอดทนต่อช่วงเวลาที่ชีวิตดูเหมือนไม่เกิดผลอันใด   อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดว่า เราสามารถรับรู้และคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตนั้นของเราที่พระเจ้าประทานให้  แล้วจัดการชีวิตอย่างรับผิดชอบได้หรือไม่

วันนี้ พระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจ  เตรียม และเสริมสร้างในชีวิตของท่านอยู่หรือไม่?   ท่านพร้อมและเต็มใจรับการทรงเตรียม และ เสริมสร้างจากพระองค์หรือเปล่า?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499

24 มีนาคม 2557

มองไปข้างหน้า… กระบวนการสร้างอนาคต

ปัญ​ญา​ของ​คน​สุขุม​คือ​การ​เข้า​ใจ​ทาง​ของ​ตน
แต่​ความ​โง่​ของ​คน​โง่​คือ​การ​หลอก​ลวง(ตนเอง)
(สุภาษิต 14:8 มตฐ.)

การมุ่งมองไปข้างหน้าเป็นกระบวนการสร้างอนาคตที่ยังมาไม่ถึง หรือ ที่มันยังไม่เกิดเป็นจริง   ผู้ที่ “เข้าใจว่าตนกำลังมุ่งไปที่ไหน” เขาก็จะตัดสินใจลงมือกระทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายปลายทางที่เขาปักธงไว้   ถึงแม้ว่า อนาคตยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมก็ตาม  

แล้วการไล่ตามติดเป้าหมายปลายทางจะเป็นประโยชน์เช่นไร?

การมุ่งมองไปข้างหน้าได้วางทิศทางที่ชัดเจนที่เราจะมุ่งไป  เรามักจะทำเครื่องหมายในแผนงาน/แผนชีวิตของเราอย่างชัดเจนว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน และ ทำเครื่องหมายอีกว่าเราจะมุ่งไปสู่ที่ไหน   พร้อมทั้งลากเส้นทางว่าเราจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นด้วยเส้นทางใด  ด้วยวิธีการใด   และนั่นก็บอกชัดเจนด้วยว่าเราจะไม่ไปไหนด้วย

การมุ่งมองไปข้างหน้าช่วยให้เรารุกไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์มากกว่าเพียงการตั้งรับ    ทุกย่างก้าวที่เราจาริกไปข้างหน้า   เราต้องเผชิญด้วยการที่เราต้องเลือกว่าจะรุกไปข้างหน้าหรือจะหยุดรอตั้งรับ   หลายคนใช้เวลาชีวิตของเขาเกือบทั้งวันในการตั้งรับ   เหมือนกับผู้รักษาประตูของการแข่งขันฟุตบอล   รอเพื่อที่จะตอบโต้ลูกบอลที่ถูกยิงเข้ามา    ในชีวิตจริงของเราต่างตอบโต้ต่อสิ่งที่เย้ายวนใจยิงเข้าในชีวิตของเรา เช่น  รถยนต์คันใหม่   ตอบโต้ต่อข้อมูลข่าวสารที่เราได้ยินได้ชม   ตอบโต้ต่อสถานการณ์รถติดหนึบ   มีปฏิกิริยาต่อผู้คนรอบข้าง   ต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น   สิ่งท้าทายมากมายหลายอย่าง   และต่ออุปสรรคที่ขวางทางข้างหน้าของเรา   ทางที่ดีในสถานการณ์เช่นนี้คือการตัดสินใจเลือกและตามด้วยการวางแผน

การมุ่งมองไปข้างหน้าเป็นการประหยัดเวลาที่มีจำกัดของเรา   มีผู้กล่าวว่า “การใช้เวลาวางแผน 1 ชั่วโมงทำให้เราประหยัดเวลาในการปฏิบัติการในเรื่องนั้นถึง 3 ชั่วโมง” การวางแผนทำให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า   ในแต่ละวันเรามีเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น และ ในหนึ่งปีก็มีเพียง 365-366 วันเท่านั้น   ถ้าเราไม่ใช้เวลาที่มีจำกัดอย่างชาญฉลาดด้วยการมุ่งมองไปข้างหน้า   เรากำลังใช้เวลาที่พระเจ้าประทานให้อย่างเสียเปล่าด้อยคุณค่า

การมุ่งมองไปข้างหน้าเป็นการลดสถานการณ์วิกฤติให้น้อยลง   ในชีวิตประจำวันของเรามีพลังหรืออิทธิพลที่เข้ามาควบคุมการขับเคลื่อนชีวิตของเราคือ  พลังจากการวางแผน  หรือ  พลังจากความกดดันรอบข้าง   เมื่อเรามุ่งมองไปข้างหน้าเราเลือกที่จะควบคุมด้วยการวางแผน   เราตัดสินใจที่จะรุกหน้าในแต่ละวันของเรา   ถึงแม้ว่าถ้าเราล้มเหลว   เราก็ยังมุ่งมองไปข้างหน้า   และเลือกที่จะตัดสินใจและวางแผนหาทางออกจากวิกฤติที่กำลังเผชิญหน้า   แทนที่จะหยุดยอมตั้งรับไม่ว่าอะไรที่พุ่งเข้ามาหาเรา   แทนที่ยอมตนตกเป็น “เหยื่อ” ของวิกฤติที่รุกเข้ามา   แม้เราอาจจะควบคุมวิกฤติที่เกิดขึ้นในบางครั้งไม่ได้   แต่เราควบคุมตนเองตัดสินใจเลือกหาทางที่ออกจากวิกฤติได้

การมุ่งมองไปข้างหน้าเพิ่มพลังแก่เรา   เวลาใดที่เราหยุดการมุ่งมองไปข้างหน้า   เราอาจจะมุ่งมองในจุดที่เรากำลังอยู่  หรือการมองแลไปข้างหลัง   การกระทำเช่นนี้ทำให้พลังชีวิต พลังใจ กายของเราลดน้อยถอยลง   เพราะเรากำลังให้เวลากับการมองสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด   เรากำลังหลงทางในสนามรบ   เราใช้เวลาที่สิ้นเปลืองไปกับเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ อย่างไร้ผล      แต่การวางแผนที่จะจัดการตนเองและหาทางออกต่างหากที่เพิ่มพลังขับเคลื่อนในยามวิกฤติแก่เรา

ขอให้เรามุ่งมองไปข้างหน้าอย่างชาญฉลาด   เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างอนาคตที่กำลังจะเป็นจริงและเป็นรูปธรรม

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499