แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การนมัสการพระเจ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การนมัสการพระเจ้า แสดงบทความทั้งหมด

15 มีนาคม 2564

คำถามเตรียมตัวเพื่อการนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์

การนมัสการพระเจ้า มิใช่การประกอบศาสนพิธีที่คริสตชนพึงกระทำ แต่การนมัสการพระเจ้าเป็นเรื่องของชีวิต-จิตวิญญาณที่เราสัมพันธ์ติดสนิทกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา การนมัสการยังเป็นเรื่องของชุมชน เป็นเรื่องของ “พวกเรา” มิใช่เป็นเรื่องตัวใครตัวมันเท่านั้น

ประการที่เราไม่พึงละเลยคือ  ฐานเชื่อกระบวนคิด (mindset) ที่ว่า การนมัสการพระเจ้าร่วมกันในวันอาทิตย์ที่คริสตจักร (หรือ ออนไลน์) มิใช่เรื่องในวันอาทิตย์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เป็นกระบวนการต่อเนื่องกันของทุกวันในสัปดาห์ ที่เราจะต้องมีการเตรียมทั้งร่างกาย จิตใจ  ความคิดในการใคร่ครวญ  สะท้อนคิดของชีวิตตลอดสัปดาห์เพื่อการเข้าร่วมนมัสการพระเจ้าด้วยชีวิตจิตวิญญาณ และ ความจริงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ต่อไปนี้เป็น 10 คำถาม (เบื้องต้น) ที่คริสตชนพึงถามตนเองในแต่ละวันตลอดสัปดาห์ก่อนที่จะถึงเช้าวันอาทิตย์ที่เราไปนมัสการพระเจ้าร่วมกันกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ

1. ฉันคาดหวังที่จะได้พบกับพระเจ้าในการนมัสการหรือไม่? 

ถ้าท่านคาดหวังเช่นนั้นจริง ๆ ความคาดหวังเช่นนี้จะเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในวันนี้ของท่าน   เมื่อคนบริสุทธิ์เข้าเฝ้าพระเจ้า พระองค์จะทรงเสริมสร้างพวกเขา เมื่อพระองค์พบกับคนที่ไม่บริสุทธิ์พระองค์จะเผาผลาญขจัดความบาปชั่วจากคน ๆ นั้น

2. ฉันมีความบาปผิดอะไรไหมที่ขัดขวางพระราชกิจของพระวิญญาณพระเจ้าในชุมชนคริสตจักร?

แน่นอนว่าพระเจ้าทรงครอบครองเหนือสรรพสิ่งทั้งหลาย  แต่พระองค์มักเลือกที่จะไม่ทำงานผ่านผู้คนที่ไม่สำนึกในความบาปผิดของตน แม้แต่การทำพระราชกิจที่นาซาเร็ธของพระเยซูคริสต์ก็กระทำอย่างจำกัดเพราะคนที่นั่นไม่เชื่อ (มาระโก 6:5)

3. ฉันได้มีการทุ่มเทมุ่งมั่นอธิษฐานอย่างจริงจังตลอดสัปดาห์นี้สำหรับการไปนมัสการพระองค์ในวันอาทิตย์นี้หรือไม่?

ถ้าไม่...  พระเจ้าอาจจำเป็นขจัดการพึ่งพิงตนเองของท่าน เพื่อนำท่านให้เข้าสู่การเริ่มต้นนมัสการพระองค์ด้วยจิตใจ-จิตวิญญาณของท่าน

4. ฉันหวังว่าจะไม่ต้องพบกับใครบางคนที่คริสตจักรในวันอาทิตย์นี้หรือไม่?

ถามตรง ๆ เถอะ... มีใครบางคนที่ท่านมีความขัดแย้ง ไม่ลงรอยกับเขา ที่ท่านคาดหวังว่าจะไม่ต้องพบคน ๆ นั้นในวันอาทิตย์นี้หรือเปล่า?

5. มีใครที่ฉันรู้ว่าจะมาร่วมกับเราในวันอาทิตย์นี้เพราะฉันได้เชิญเขามาร่วมด้วยหรือไม่?

ถ้าคำตอบคือ “มี”  ก็เป็นการดียิ่ง ให้ท่านอธิษฐานเพื่อคน ๆ นั้น แต่ถ้าคำตอบคือ “ไม่”  ก็เป็นคำตอบที่ฟ้องกระตุ้นสำนึกของเราว่า  เราไม่ได้ทำหน้าที่ที่ดีและเหมาะสมกับการเป็นสาวกพระคริสต์

6. ฉันได้เสียสละมอบถวายเพื่อหนุนเสริมพระราชกิจของพระเจ้าหรือไม่?

ท่านได้ถวายเงินทอง  เวลา ตะลันต์  ความสามารถ พรสวรรค์ให้เป็นการนมัสการพระองค์หรือเปล่า? ขอหนุนเสริมสาวกพระคริสต์ทุกคนที่จะถวายทั้งสิ้นแด่พระเจ้า “จนกระทั่งได้รับความรู้สึกเจ็บปวด” ไม่มีสิ่งใดที่เรามอบถวายแด่พระองค์จะไปเปรียบเทียบได้กับสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานแก่เรา

7. ฉันได้เตรียมตัวอย่างดีในการที่จะฟังการเทศนาหรือไม่?

บางครั้งเราต้องปล้ำสู้ พยายามเข้าถึง หรือรู้สึกไม่อิ่มอกอิ่มใจกับคำเทศนา (อาจจะด้วยเหตุผลหลากหลายประการ) แต่ถ้าท่านมิได้คิดเตรียมตัวไว้ในใจสำหรับการฟังเทศนา เราก็จะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่พระเจ้าประสงค์ให้สำหรับเรา

8. ฉันได้อธิษฐานเผื่อผู้ที่จะเทศนาในสัปดาห์นี้หรือไม่?

ถ้าเราไม่ได้อธิษฐานเผื่อผู้เทศนาก็เป็นเหมือนเราปล่อยให้ผู้เทศนาต่อสู้กับจิตวิญญาณชั่วร้ายด้วยตัวเปล่าเปลือย ไร้อาวุธ และ เครื่องป้องกันตน  ถ้าเช่นนั้นเราก็ไม่มีสิทธิบ่นว่าผู้เทศน์อย่างในข้อ 7 ข้างต้น เพราะเราไม่ได้อธิษฐานเผื่อผู้เทศน์เลย

9. ถ้าพระเจ้าเคลื่อนไหวอย่างมีพลังในชีวิตของฉัน อย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ฉันจะบอกว่า “ไม่ใช่ตามใจปรารถนาของข้าพระองค์  แต่ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ หรือไม่?

เรารู้แล้วว่า พระเจ้ามักเข้ามาแทรกแซงแผนงานชีวิตของเรา เปลี่ยนความใฝ่ฝันของเรา  เปลี่ยนแปลงเป้าหมายในชีวิตของเรา แม้กระทั่งเปลี่ยนย้ายจุดยืนของเรา การนมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง ผู้นมัสการต้องวางชีวิตของตน “บนแท่นบูชา” เป็นสิ่งแรก คือมอบกายถวายชีวิตทั้งสิ้นให้เป็นไปน้ำพระทัยของพระองค์

10. ฉันมีความคิดว่าไม่มีสิ่งใดที่จะเปลี่ยนแปลงหลังการนมัสการพระเจ้าในสัปดาห์นี้ใช่หรือไม่? (ให้เราตอบข้อนี้ด้วยความจริงใจ)  

ผมเกรงว่าหลายท่านจะตอบว่า “ใช่”  ขอพระเจ้าโปรดเปลี่ยนจิตใจของเรา ถ้าเราตอบเช่นนั้นจริง ๆ

ท่านมีคำถามอื่นอะไรอีกไหมครับที่เราควรถามตนเองก่อนการนมัสการพระเจ้าในเช้าวันอาทิตย์นี้ร่วมกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ?



08 มิถุนายน 2558

การทำงานเป็นการนมัสการพระเจ้า

จากบทคิดข้อเขียนครั้งที่แล้ว   รากศัพท์ในภาษาฮีบรู avad ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “ทำ” หรือ “ทำงาน” ในปฐมกาล 2:15 นั้นมีความหมายถึง  การรับใช้  การบริการด้วย   พระเจ้าให้มนุษย์ที่พระองค์สร้างอาศัยในสวน  และทำงานรับใช้ในสวนนั้น   คำว่า avad ในภาษาฮีบรู มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับคำว่า eved  ซึ่งมีความหมายว่า “ทาส” หรือ “คนใช้”   พระคัมภีร์ข้อนี้จึงมีความหมายว่า   ในที่ที่พระเจ้ากำหนดให้มนุษย์อยู่นั้นคือที่ที่คน ๆ นั้นจะเป็นคนใช้ หรือ ทำงานรับใช้พระองค์ในที่นั่น ๆ  

ดังนั้น  การทำงานในที่นี้มิได้หมายถึงงานที่ง่าย  สะดวกสบาย เท่านั้น   แต่เป็นงานที่หนัก  ที่ต้องทำด้วยความทุ่มเท  ด้วยความใส่ใจและรับผิดชอบต่อเจ้านาย   เพราะเราทำงานในภาพลักษณ์ของเกษตรกร   งานไถพรวน ขุด ปลูก ดูแล รักษา ไม่ใช่งานเบา ๆ งานง่าย ๆ แต่เป็นงานหนัก   และยิ่งเชื่อมโยงกับการทำงานในความหมาย “ทาส” “คนใช้”  ก็เป็นภาพการทำงานที่หนักด้วยเช่นกัน   คริสตชนมักเข้าในคลาดเคลื่อนว่า   การทำงานหนักเพราะเป็นคำสาปแช่งจากพระเจ้า   แต่การทำงานหนักคือการที่เราทุ่มเทในการเป็นคนใช้ของพระเจ้าต่างหาก

อาจจะกล่าวได้ว่า   พระเจ้าทรงวางเราลงในที่ใด สถานการณ์เช่นไร  ที่นั่นพระองค์มีพระประสงค์ให้เรารับใช้ ทำงานบริการที่นั่น  เป็นคนใช้ของพระองค์ในสถานการณ์นั้น ๆ เช่น ถ้าพระเจ้าทรงวางท่านให้เป็นแม่บ้าน  พระเจ้าประสงค์ให้ท่านเป็นคนรับใช้ของพระองค์ในบ้านนั้น ในสถานการณ์บ้านนั้น (ไม่ว่าบ้านนั้นจะมีสถานการณ์หรือสภาพเช่นใด)   พระองค์ต้องการให้เราทำงานรับใช้พระองค์ และ บริการคนในบ้านนั้น   หรือ  พระเจ้าทรงวางท่านในโรงเรียนให้เป็นครู   พระเจ้าต้องการให้ท่านเป็นครูที่รับใช้พระประสงค์ของพระองค์  และให้บริการแก่นักเรียน เพื่อนครู  เพื่อนร่วมงาน  และพ่อแม่ของนักเรียนในตำแหน่งอื่น ๆ ในนามของพระเจ้า

ไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ที่ใด   เรามีอาชีพในงานใด   เราอยู่ที่นั่นและทำงานนั้นในฐานะคนรับใช้ของพระเจ้า   ให้ทำงานที่นั่นเพื่อรับใช้พระประสงค์ของพระองค์  และรับใช้คน ชุมชน สังคม ที่นั่นในพระนามของพระองค์ 

ในพระธรรมสดุดี 100:2  “จงนมัสการพระเจ้าด้วยความเปรมปรีดิ์   จงมาเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยบทเพลงชื่นบาน” (อมตธรรม)   คำว่า “นมัสการ” ในพระคัมภีร์ข้อนี้แปลจากศัพท์ภาษาฮีบรูคำว่า  avad  ในที่นี้มีความหมายว่า  การทำงานของเราที่เรารับใช้พระเจ้านั้น  เป็นการนมัสการพระเจ้าด้วย   ในการทำงานแต่ละวันของเราไม่ว่าอาชีพอะไรนั่นเป็นการนมัสการพระเจ้าด้วย  

เราคงต้องถามตนเองทุก ๆ วันว่า   เราจะทำงานของเราวันนี้เช่นไรให้เป็นการทำงานที่นมัสการพระองค์   เราจะทำงานอย่างไรที่จะเป็นบทเพลงชื่นบานถวายแด่พระองค์   แล้วเราจะทำงานด้วยท่าทีแบบไหนที่จะให้คนรอบข้างสรรเสริญพระองค์ด้วย?

เย็นวันนี้ก่อนที่จะพักผ่อนหลับนอน   ให้เรานับพระคุณ พระพรของพระเจ้าผ่านงานที่เราได้ทำในวันนี้   และลองทบทวนและสะท้อนคิดว่า   วันนี้เราทำงานอะไร เช่นไร  ทำแก่ใครที่เป็นการรับใช้พระเจ้าและบริการแก่เพื่อนมนุษย์   และทำให้เกิดการนมัสการ สรรเสริญแด่พระเจ้า  และเป็นบทเพลงชื่นบานในชีวิตของเราในวันนี้


ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499