แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเชื่อฟัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเชื่อฟัง แสดงบทความทั้งหมด

28 ตุลาคม 2563

การเชื่อฟัง: ดูเล็กน้อยแต่ทรงพลัง

สิ่งที่ทำให้เรามีความสำเร็จพิเศษเยี่ยมยอดไม่ใช่ของประทาน ตะลันต์ ความสามารถที่มีในชีวิตเรา แต่เป็นความเต็มใจที่ให้พระเจ้าทรงใช้ทั้งชีวิตของเรา ทรงกระทำพระราชกิจตามพระประสงค์ของพระองค์ในชีวิตและการงานที่เราทำ

พระเจ้าจะกระทำพระราชกิจของพระองค์ให้สำเร็จในชีวิตและการงานของเราได้มากขึ้นเมื่อเราเชื่อฟังพระองค์อย่างจริงใจและเต็มใจ และความสำเร็จดังกล่าวยิ่งใหญ่มากมายเกินกว่าผู้นำที่มีความสามารถมากที่สุดจะทำได้ตลอดชั่วชีวิตของเขาด้วยตัวเขาเองได้

โดยปกติ คริสตจักรภาคของพี่น้องชาติพันธุ์จะเป็นภาคที่มีคริสตจักรในพื้นที่สูงตามถิ่นฐานที่ชาติพันธุ์นั้นอาศัยอยู่  และอาจจะมีพี่น้องชาติพันธุ์ที่มาทำงานในเมืองใหญ่ และได้ตั้งคริสตจักรท้องถิ่นสำหรับชาติพันธุ์ของตนที่มาทำงานและอาศัยในเมืองใหญ่นั้น ๆ

แต่ผมพบอาจารย์ท่านหนึ่งในคริสตจักรภาคที่ 21 ชาติพันธุ์ลาหู่ ที่มีเชื้อสายลาหู่เต็มตัว แต่ท่านมารับใช้พระเจ้าในพื้นที่ราบทางภาคอีสาน ที่อำเภอพยัคฆ์ภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

ท่านและครอบครัวของท่านมาตั้งคริสตจักรที่นั่นครับ ท่านชื่อ อาจารย์เนหะมีย์ (อ่านตามภาษาอังกฤษครับ) ท่านทุ่มสุดตัวสำหรับงานนี้ของพระเจ้า วิธีการทำงานของท่านก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายตามพระคัมภีร์ แต่ที่สำคัญท่านบอกผมว่า สิ่งสำคัญคือการที่ท่าน “ยอมเชื่อฟัง” ทำตามพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ และนี่คือหัวใจสำคัญในการรับใช้ของท่าน

แนวทางการทำพันธกิจในการประกาศฯ ของท่าน เมื่อมีคนที่มารับเชื่อ และ ถวายชีวิตให้กับพระเยซูคริสต์ ท่านจะฟูมฟักผู้เชื่อใหม่เหล่านี้ให้ออกไปบอกกับคนที่เขาตั้งใจให้รู้จักและรับการสัมผัสจากพระเยซูคริสต์ และจากการปฏิบัติพบความจริงว่า แต่ละคนได้นำญาติ เพื่อนบ้าน หรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตให้มาเชื่อและรับพระเยซูคริสต์ ขณะที่ผู้เชื่อใหม่เหล่านี้ออกไปประกาศฯ อาจารย์เนหะมีย์ก็มีกระบวนการสอนความเชื่อและการดำเนินชีวิตต่าง ๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้จักคำสอนและพระราชกิจของพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพวกเขาที่จะตั้งคริสตจักรของพระเยซูคริสต์สำหรับพวกเขาเอง

กระบวนการประกาศฯ และการตั้งคริสตจักรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเพิ่มพูนอย่างน่าตื่นเต้น จนมีบรรดาอาจารย์ ผู้ใหญ่ทั้งในและนอกสภาคริสตจักรฯ มาเยี่ยมเยียน ดูงาน และอธิษฐานเผื่อมากมาย

เมื่อผมขอเรียนรู้พูดคุยกับอาจารย์เนหะมีย์ ท่านพูดชัดว่า งานที่ท่านรับใช้คือการประกาศฯ ให้ผู้คนได้เชื่อในพระเยซูคริสต์ แล้วเลี้ยงดูฟูมฟักเขาให้เติบโตขึ้นเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ท่านเน้นชัดเจนว่า ท่านทำงานด้วย “การเชื่อฟัง” และ “ทำตามพระมหาบัญชาของพระคริสต์” เป็นหัวใจสำคัญในการรับใช้ ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นมากมายนั้นเป็นพระราชกิจของพระเจ้า และเป็นพระพรจากพระองค์สำหรับผู้คนที่มาเชื่อเหล่านั้น นั่นหมายความว่า ความสำเร็จและผลที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะพระราชกิจของพระเจ้ากระทำในชีวิตและการงานที่ท่านทำ

อาจารย์เนหะมีย์ไม่มี “สูตรความสำเร็จ” ในการประกาศฯ ที่เกิดผล และ การสร้างสาวกที่มีประสิทธิภาพ เพราะนั่นเป็นพระราชกิจของพระเจ้า และ เป็นพระพรสำหรับมนุษยชาติที่ยอมรับเชื่อในพระองค์

ถ้าใครคิดจะไปดูงานพันธกิจที่อาจารย์เนหะมีย์ทำ แล้วคาดหวังจะไปขอ “สูตรความสำเร็จ” หรือ แม่แบบวิธีการจากอาจารย์เนหะมีย์ คงต้องผิดหวัง ถึงแม้นำมาแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำเลียนแบบตามวิธีการการประกาศ และ การเพิ่มพูนคริสตจักรอย่างอาจารย์เนหะมีย์ได้ เพราะผมประมวลพบว่า หัวใจของการรับใช้ที่เกิดผล (1) เกิดจากการที่เราแต่ละคนจะยอมเชื่อฟังพระเยซูคริสต์ ทำตามพระบัญชาของพระองค์ สิ่งที่ไปดูงานอีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะมองให้เห็นชัดคือ (2) พระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจอะไรอยู่ในพื้นที่ที่อาจารย์เนหะมีย์และผู้เชื่อเหล่านั้นกำลังกระทำ ไปดูงานควรมองให้เห็นถึงพระหัตถ์ของพระเจ้าที่กำลังกระทำพระราชกิจในชีวิต และ การงานของอาจารย์เนหะมีย์และ ผู้เชื่อทั้งหลายที่นั่น

เพราะด้วยพระราชกิจของพระเจ้าที่ทรงกระทำในชีวิตและการงานที่เราทำต่างหาก มิใช่ด้วยความสามารถที่มีอยู่ในตัวเรา แต่เป็นความเต็มอกตั้งใจของเราที่ยอมให้พระเจ้าทรงใช้ตามพระประสงค์ของพระองค์ จึงเกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเรา! 

ให้ชีวิตของเราสำแดงให้โลกได้เห็นถึงการที่พระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของคน ๆ หนึ่งที่ยอมจำนนต่อพระองค์ ให้พระองค์ใช้ทั้งชีวิตตามพระประสงค์ เพื่อโลกจะได้เห็นพระเจ้าผ่านชีวิตของเขา และผ่านทางพระราชกิจที่กระทำในชีวิตของเขา ความสำเร็จของพระเจ้าในชีวิตของผู้รับใช้จะเปิดตาคนในสังคมโลกได้เห็นถึงความรักเมตตา และ พระกรุณาธิคุณของพระองค์อย่างเป็นรูปธรรมบนแผ่นดินโลกนี้ 

ในเวลานี้ ให้ท่านใคร่ครวญ ฟีลิปปี 2:8  แล้วทบทวนว่า ในชีวิตของท่าน พระเจ้าได้ทรงกระทำพระราชกิจเช่นนี้อะไรบ้างไหม จนกลายเป็นความสำเร็จที่สำคัญในชีวิตของท่าน? และในเหตุการณ์ความสำเร็จนั้น อะไรที่เป็นบทบาทความรับผิดชอบที่แท้จริงของตัวท่านเอง? ท่านได้ทำอะไรบ้างในบทบาทและความรับผิดชอบดังกล่าว?   ทำไมถึงทำเช่นนั้น?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499



15 ตุลาคม 2555

คริสต์จริยธรรม...เริ่มต้นที่การเชื่อฟังพระเจ้า


ทุกวันนี้สังคมต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤติจริยธรรม   รุนแรงกว่านั้น ในวงการคริสตชนถูกตราว่า  ผู้นำของสถาบัน หน่วยงานคริสตชนกำลังตกอยู่ในสภาพ “วิบัติจริยธรรม”?   มะเร็งจริยธรรมกำลังกัดกิน แผ่ขยายไปทุกขุมขนของสังคม   ตั้งแต่ในครอบครัว  ในชุมชน  ในหน่วยงาน  สถาบัน   ในวงการเมือง  วงการราชการ   บริษัทเอกชน   ในวงการศาสนา   จนถึงระดับชาติระดับประเทศ   และระดับโลก

ประเด็นต่างๆ ทางจริยธรรมกลายเป็นประเด็นที่ผู้คนต้อง “ถ่วงดุลในการตัดสินใจ”   ทุกคนรู้ว่าหลักการทางจริยธรรมที่วางไว้เป็นหลักการที่ดี ถูกต้อง และควรกระทำตามนั้น  แต่ในยุค เงินนิยม บริโภคนิยม  และปัจเจกนิยมเป็นรากฐานการคิดและการดำเนินชีวิตของคนเรา ทำให้ผู้คนต้องคิดทบทวนว่า จะทุ่มหมดใจตัดสินใจตามหลักจริยธรรมทั้งหมด หรือให้เกิดความสมดุลกับ ความอยู่รอดของตนเอง การรักษาความสัมพันธ์และน้ำใจเพื่อนฝูง  การที่จะอยู่ในพรรคนี้พวกนี้ได้ เพื่อการยอมรับจากลูกน้อง เพื่อเจ้านายจะไว้วางใจ และ ฯลฯ จนรู้สึกว่าในสถานการณ์เช่นทุกวันนี้ตนไม่มีทางเลือก ตนจำเป็นต้องตัดสินใจทำลงไปเช่นนั้น และเป็นทางเลือกทางเดียวที่ดีที่สุด!

ดาเนียลและสหาย[1]  เป็นชาวยูดาห์ที่ตกไปเป็นเชลยในบาบิโลน  ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรจากชาติต่างๆ ที่เป็นผู้สูงศักดิ์  มีปัญญาความรู้  และเป็นมีบุคลิกที่ดีตามคำสั่งของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์   เพื่อจะเลือกให้รับราชการในพระราชวังของพระองค์   แล้วให้มีครูสอนภาษาและวรรณคดีของบาบิโลน   ตลอดจนวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของชาวบาบิโลนชั้นสูง   ยิ่งกว่านั้น กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ยังพระราชทานอาหารจากโต๊ะเสวยแก่กลุ่มคนหนุ่มที่ได้รับการคัดเลือกเหล่านี้ (ดาเนียล 1:3-7)  

นี่คือโอกาสความก้าวหน้าในชีวิต นี่คือพระพรจากพระเจ้า และนี่เป็นสิทธิพิเศษที่ดาเนียลและสหายได้รับ   และนี่คือความหวังสำหรับอนาคตเพราะการได้ใกล้ชิดและรับใช้กษัตริย์ในพระราชวัง แต่สิ่งดีๆ มาพร้อมกับเงื่อนไขที่ดูเป็นอุปสรรคขัดแย้งกัน จนทำให้ดูเหมือนว่าจะเลือกซ้ายหรือขวาเช่นนั้น ทุกมื้อดาเนียลและสหายได้รับอาหารพระราชทานจากโต๊ะเสวย ซึ่งมีอาหารที่โอชะ แต่ก็มีอาหารต้องห้ามของยิว และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ที่ดาเนียลและสหายปฏิญาณต่อพระเจ้าแล้วว่าจะไม่แตะต้องของเหล่านี้

นี่คือประเด็นขัดแย้งในใจ นี่คือประเด็นที่จะต้องตัดสินใจเลือก และนี่คือเวลาที่จะต้องมีการจัดการกับการมีชีวิตตามจริยธรรม ที่สร้างความขัดแย้งใหญ่หลวงอยู่ตรงข้างหน้า ประการแรก นี่เป็นพระประสงค์ดีของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์  การปฏิเสธของดาเนียลจึงดูเป็นการขัดพระประสงค์ของกษัตริย์   ประการที่สอง การที่บอกว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขัดกับหลักจริยธรรม  ก็เท่ากับกล่าวโทษว่า กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงประพฤติผิดจริยธรรม   และ ประการที่สำคัญ  คือนี่เป็นน้ำพระทัยที่ดีเยี่ยมของกษัตริย์ที่หวังดีให้ชายหนุ่มที่คัดเลือกมีอาหารที่ดีรับประทานเพื่อที่จะแข็งแรง สมบูรณ์  และถ้าไม่รับประทานเช่นนั้นจะทำให้ซูบผอม  ย่อมนำความผิดแก่กรมวังที่ดูในเรื่องนี้ (ข้อ 8-10) และเป็นการขัดต่อพระทัยอันดีของกษัตริย์  

ด้วยเหตุผลทั้งสามประการดังกล่าว นอกจากอาจจะทำให้ดาเนียลสูญเสียโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้วในชีวิต   ยังนำสู่การสร้างการขัดพระราชหฤทัยของเนบูคัดเนสซาร์ สร้างความยากลำบากแก่กรมวังที่ดูแลในเรื่องนี้ และอาจจะได้รับโทษเพราะการขัดขืนครั้งนี้ก็ได้ ทำให้ดาเนียลต้องตัดสินใจจะยืนหยัดรักษาจริยธรรม หรือ ยอมทำตามพระประสงค์เนบูคัดเนสซาร์? และนี่คือประเด็นวิกฤติจริยธรรมในปัจจุบัน!  

สำหรับดาเนียลแล้วหลักจริยธรรมในชีวิตต้องได้รับการปฏิบัติ เพราะจริยธรรมของดาเนียลคือวินัยปฏิบัติในชีวิตที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า      

ประการแรก  การที่จะดำเนินชีวิตตามหลักจริยธรรมจะต้องเริ่มต้นที่ตนมีความเชื่อศรัทธา และ จงรักภักดีต่อพระเจ้าผู้เป็นเอกสูงสุดในชีวิต   ดังนั้น  การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมจึงมิใช่เพราะเราเป็นคนดีมุ่งมั่นตั้งใจและมีความเข้มแข็งทางจริยธรรมของตนเอง แต่เพราะเราศรัทธา  อุทิศทั้งชีวิต  และพึ่งพิงในการทรงนำของพระเจ้า

ประการที่สอง ดาเนียลเชื่อและไว้วางใจพระเจ้าว่า ในวิกฤติจริยธรรม พระเจ้าจะทรงทำงานในวิกฤตินั้นถ้าเรายังยืนหยัดมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตตามพระประสงค์   พระเจ้าจะทรงเข้ามาแทรกแซงในวิกฤตินั้น  “พระเจ้าทรงบันดาลให้หัวหน้ากรมวังชอบพอและเห็นใจดาเนียล” (ข้อ 9 อมตธรรม)

ประการที่สาม  พระเจ้าจะทรงประทานสติปัญญาในการแก้วิกฤตินั้น  ดาเนียลมุ่งไปที่เป้าหมายแห่งพระราชประสงค์ของเนบูคัดเนสซาร์ที่ต้องการให้ชายหนุ่มกลุ่มนี้  มีพลานามัยสมบูรณ์  ดูแข็งแรง  สุขภาพดี  ดังนั้น   จึงเสนอต่อหัวหน้ากรมวังว่า  “โปรดลองให้ผู้รับใช้ของท่านกินแต่ผักและดื่มแต่น้ำสักสิบวัน  แล้วเปรียบเทียบหน้าตาของพวกเรากับชายหนุ่มซึ่งรับประทานเครื่องเสวย  จากนั้นเชิญท่านปฏิบัติต่อผู้รับใช้ตามที่ท่านเห็นควรเถิด” (ข้อ 12-13 อมตธรรม)  และในกระบวนการทดลองนั้น  พระเจ้าทรงเข้ามาแทรกแซงกระทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของดาเนียลและสหาย

ผลที่เกิดขึ้นคือ  “เมื่อครบสิบวันแล้วปรากฏว่าพวกเขาดูแข็งแรงและมีพลานามัยดีกว่าชายหนุ่มอื่นๆ ที่รับประทานเครื่องเสวย” (ข้อ 15 อมตธรรม)  และหัวหน้ากรมวังก็ยอมให้ทั้งสี่รับประทานผักและน้ำต่อไป  และเมื่อครบกำหนด  ได้นำชายหนุ่มกลุ่มนี้เข้าเฝ้าเนบูคัดเนสซาร์  พระองค์สนทนากับบรรดาชายหนุ่มทั้งหมด  และพบว่า  หาชายหนุ่มอื่นเทียบเคียงดาเนียลและสหายไม่ได้  จึงทรงรับเข้ารับราชการอยู่ในราชสำนัก (ข้อ 18-20)

สำหรับคริสตชนแล้ว  การปฏิบัติตามกฎบัญญัติ  ศีลธรรม  และจริยธรรมนั้นหัวใจความสำคัญมิได้อยู่ที่หลักการ หรือ บทบัญญัติที่ให้ทำตาม  เพราะคริสตชนเชื่อศรัทธา อุทิศตน  และรักพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ สุดความคิด   ถ้าปราศจากความเชื่อศรัทธา และ ความรักสุดชีวิตที่มีต่อพระเจ้าแล้ว  คริสตชนคนนั้นย่อมไม่มีพลังชีวิตที่จะกระทำตามบทบัญญัติ และ จริยธรรมในพระคัมภีร์ได้ ดังนั้น การปฏิบัติตามคริสต์จริยธรรมเริ่มต้นที่ความเชื่อศรัทธา และ การอุทิศทั้งชีวิตแด่พระเจ้าก่อน  แล้วพระองค์จะทรงเสริมสร้าง และ ประทานพลังให้คริสตชนคนนั้นสามารถดำเนินชีวิตตามคริสต์จริยธรรมได้

มองในอีกด้านหนึ่ง  คริสตชนคนใดที่ประนีประนอมหลักคริสต์จริยธรรมกับการดำเนินชีวิตตามกระแสสังคมโลก ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเชื่อศรัทธาของคนๆ นั้นที่มีต่อพระเจ้าว่า กำลังบกพร่อง หลงทาง หรือไม่?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499


[1] ดาเนียล  ฮานันยาห์  มิชาเอล และอาซาริยาห์  (ถูกตั้งชื่อตามภาษาบาบิโลนว่า  เบลเทซัสซาร์  ซัดรัค  เมชาค  และอาเบดเนโก  ตามลำดับ)