แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การให้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การให้ แสดงบทความทั้งหมด

09 ธันวาคม 2553

กฎเกณฑ์ของการให้

44ฝ่ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน
45ทำดังนี้แล้วท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม 46แม้ว่าท่านรักผู้ที่รักท่าน จะได้บำเหน็จอะไร ถึงพวกเก็บภาษีก็ยังกระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ 47ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของตนฝ่ายเดียว ท่านได้กระทำอะไรเป็นพิเศษยิ่งกว่าคนทั้งปวงเล่า
ถึงคนต่างชาติก็กระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ 48เหตุฉะนี้ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ เหมือนอย่างพระบิดาของท่าน ผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ
(มัทธิว 5:44-48)

การให้ เป็นกฎแห่งจิตวิญญาณ
จงให้แก่ทุกคนที่ท่านพบ หรือ ทุกคนที่สัมผัสกับชีวิตของเจ้า
ให้ด้วยการ...
ให้การอธิษฐานเพื่อเขา
ให้เวลาของท่าน
ให้ตัวของท่าน
ให้ความรักของท่าน
ให้ความคิดของท่าน
ท่านจะต้องฝึกวินัยการให้ในสิ่งเหล่านี้ก่อน
จากนั้น ท่านถึงให้ทรัพย์สิ่งของแห่งโลกนี้

การให้เงินทองและทรัพย์สิ่งของก่อน
โดยมิได้ฝึกวินัยในการให้ของท่านตามกฎแห่งจิตวิญญาณข้างต้นก่อน
ในแต่ละวัน
แต่ละชั่วโมง และมากกว่านั้น
เป็นการให้ที่ผิด

จงให้...ให้...และ ให้สิ่งที่ดีที่สุดของท่านแก่ทุกคนที่มีความจำเป็น
จงเป็นนักให้ผู้ยิ่งใหญ่
จงให้อย่างที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้บอกท่าน
คือให้อย่างพระบิดาในสวรรค์
“พระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน
และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม”

จงจำสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้บอกท่านแล้วว่า
จงให้ตามความต้องการที่จำเป็นของผู้คน
มิใช่ตามความน่าจะให้
ด้วยการให้อย่างไตร่ตรองที่ท่านให้แก่ผู้ที่จำเป็นจริงๆ
ท่านก็กำลังทำตามแบบพระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงเป็นนักให้ผู้ยิ่งใหญ่

เมื่อท่านได้รับแล้ว
ท่านจะต้องให้แก่คนที่มีความจำเป็น ที่องค์พระผู้เป็นเจ้านำเขามาพบท่าน
ท่านต้องไม่สงสัย หรือ
ไม่มีคำถามมากมาย
ไม่ต้องจำกัดการให้ของท่าน
อย่าให้ตามความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับคนที่ท่านจะให้
แต่จงให้ตามความจำเป็นในชีวิตของคนนั้นเป็นบรรทัดฐานการให้ของท่าน

จงอธิษฐาน...เพื่อท่านจะเป็นนักให้ผู้ยิ่งใหญ่

พระธรรมภาวนา

สดุดี 82:3
จงให้ความยุติธรรมแก่คนอ่อนเปลี้ยและกำพร้าบิดา
จงดำรงสิทธิของผู้ที่ทุกข์ยาก และคนสิ้นเนื้อประดาตัว

อาโมส 5:24
แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลงอย่างน้ำ
และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์

ลูกา 11:41
แต่จงให้ทานตามซึ่งเจ้ามีอยู่ข้างใน และดูเถิดสิ่งสารพัดก็บริสุทธิ์แก่เจ้าทั้งหลาย

โรม 12:14
จงอวยพรแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่าน จงให้พร อย่าแช่งด่าเลย

Romans 13:7:
ท่านจงให้แก่ทุกคนตามที่เขาควรจะได้รับ...

27 มกราคม 2553

พระเจ้าผู้ประทาน

พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ให้อย่างไม่มีขีดจำกัด
แต่ในความคิด ความเข้าใจของมนุษย์กลับเป็นตัวจำกัดพลานุภาพแห่งการให้ของพระองค์
ดังนั้น ความคิด ความเข้าใจของมนุษย์จึงเป็นตัวขวาง อุดตัน ท่อแห่งพระพรขององค์พระผู้เป็นเจ้า
วันนี้ให้เราตรึกตรองจากประสบการณ์ของเราแต่ละคนว่า
พลานุภาพขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีขีดจำกัดหรือไม่?

เมื่อมนุษย์ ทูลขอจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
เขาทูลขอในสิ่งที่ด้อยค่าตามความคิดที่จำกัด(พลานุภาพแห่งการให้ของพระองค์)
เขาทูลขอด้วยความเชื่อที่พร่อง อ่อน ด้อย และพิการ
การทูลขอของมนุษย์จึงเป็นไปอย่างดูถูก ดูหมิ่น ลดทอนคุณค่าแห่งการให้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เราได้ผิดต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าในเรื่องนี้

องค์พระผู้เป็นเจ้าปรารถนาที่จะให้ของประทานอันทรงคุณค่าตามน้ำพระทัยของพระองค์แก่มนุษย์
แต่มนุษย์กลับพอใจสิ่งที่ด้อยค่าและไร้คุณตามความต้องการของตนเอง
จำกัดสิ่งที่ทูลขอจากพระองค์เป็นเพียง “สิ่งที่โกโรโกโส” ที่ไม่มีความสมบูรณ์
นี่มนุษย์ก็หมิ่นประมาทต่อพระผู้ทรงประทาน

ให้เราทูลขอความปรารถนาของเราด้วยความจริงใจ
แต่ให้พระเจ้าประทานตามความเหมาะสม ตามน้ำพระทัยของพระองค์
ให้เราเปิดใจรับของประทานด้วยความไว้วางใจ ด้วยใจขอบพระคุณ ด้วยความปีติชื่นชมในพระสัญญา
ส่วนการที่พระเจ้าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พระสัญญาของพระองค์สำเร็จเป็นจริงนั้น
มิใช่ธุระของมนุษย์ ที่จะไปคิดไปวิตกกังวลแทนองค์พระผู้เป็นเจ้า
เป็นการผิดอย่างยิ่งที่มนุษย์จะไปจำกัดพลานุภาพแห่งการให้ของพระองค์

ในวันนี้ จงทูลขอต่อพระองค์ด้วยความเชื่อวางใจที่เปิดกว้าง
คาดหวังตามพระสัญญาของพระองค์(มิใช่ความปรารถนาของตนเอง)
แล้วเราจะได้รับของประทานที่ทรงคุณและเปี่ยมค่า
เกินความคิด ความเข้าใจ และความคาดหวังของเราด้วยใจชื่นชมยินดี