แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปล้ำสู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปล้ำสู้ แสดงบทความทั้งหมด

12 ตุลาคม 2558

ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อคนอื่น?

ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อตนเองก็หนักพออยู่แล้ว   นี่จะให้ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อคนอื่น   แล้วจะให้อธิษฐานอย่างไรดี?

เอปาฟรัส...เขาได้ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อท่านเสมอ
เพื่อท่านจะยืนหยัดมั่นคงในพระประสงค์ทั้งสิ้นของพระเจ้า
(ให้)เป็นผู้ใหญ่และมั่นใจเต็มที่(ในพระคริสต์)
(โคโลสี 4:12 อมต.,  ในวงเล็บเพิ่มโดยผู้เขียน)

ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อตนเองก็เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับหลาย ๆ คนอยู่แล้ว!
แต่นี่กำลังพูดถึง “การปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อคนอื่น”  จะเป็นภาระหนักหนามากขึ้นแค่ไหน?
บ่อยครั้งเราอธิษฐานเพื่อลูกของเรา  พ่อแม่ของเรา  คู่ชีวิตของเรา  หรือ เพื่อนและคนที่เรารู้จัก

เรามักอธิษฐานเพื่อคนอื่นในเรื่อง “สิ่งที่จำเป็นต้องการของเขา” เช่น มีงานทำ   ทำงานให้สำเร็จ  หรือ  มีโอกาส
พบคู่ชีวิตที่ดี  เดินทางโดยปลอดภัย  สามารถรอดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญ  ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง  มีความสุข
ในชีวิต ฯลฯ

การอธิษฐานเพื่อคนอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว   หลายท่านไม่รู้ว่าจะอธิษฐานเพื่อคนอื่นในเรื่องอื่นอะไร
ไม่บ่อยครั้งสักเท่าใดนักที่เราอธิษฐานเพื่อคนอื่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เหมือนพระคริสต์มากยิ่งขึ้น
เราไม่ค่อยอธิษฐานเพื่อคนอื่นเหมือน เอปาฟรัส ที่เปาโลใช้คำว่า “ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อ...”  ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อคนอื่น... “อย่างสม่ำเสมอ”

เอปาฟรัส...อธิษฐานเพื่อคนที่ท่านอธิษฐานเผื่อให้...
เป็นคนยืนหยัดมั่นคงในพระประสงค์ทั้งสิ้นของพระเจ้า
เป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์
มีความมั่นใจเต็มที่ในพระคริสต์

อย่าให้เราหยุดอยู่แค่การอธิษฐานเผื่อเรื่องชีวิตประจำวันที่เขาจะต้องเผชิญเท่านั้น
อย่าอธิษฐานเผื่อแค่ให้เขาสามารถอยู่รอดปลอดภัย หรือ ประสบความสำเร็จในชีวิตประจำวันเท่านั้น

แต่ปล้ำสู้อธิษฐานเพื่อคน ๆ นั้นให้ได้สัมผัสและเรียนรู้จากสถานการณ์เหล่านั้นว่า  พระเจ้าทรงสำแดงความรักเมตตาและเอาใจใส่เขามากแค่ไหน   ยิ่งกว่านั้น  ทำให้เขาสามารถตระหนักรับรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเขาผ่านการทำงานของพระเจ้าในเหตุการณ์ประจำวันเหล่านั้น

เพื่อเขาคนนั้นจะมีชีวิตที่เติบโตขึ้นทั้งร่างกาย  จิตใจ  สังคม  และจิตวิญญาณ   และเป็นการเติบโตขึ้นในพระคริสต์  กล่าวคือ   เติบโตขึ้นในความรักเยี่ยงพระคริสต์   และ   เข้มแข็งขึ้นในความทรหดอดทนที่มาจากพระองค์ (ดู 2เธสะโลนิกา 3:5)   

พระคัมภีร์หลายตอนที่กล่าวถึงการอธิษฐานเผื่อ  เพื่อการเติบโตของชีวิตทั้งครบ เช่น
ข้าพเจ้า​ทูล​ขอ​ให้​ท่าน​สา​มารถ​เข้าใจ​ร่วม​กับ​ธรรมิกชน​ทั้ง​หมด​ถึง​ความ​กว้าง ความ​ยาว ความ​สูง และ​ความ​ลึก  คือ​ให้​ซาบซึ้งใน​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ซึ่ง​เกิน​ความ​รู้ เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ความ​บริบูรณ์​ของ​พระ​เจ้า​อย่าง​เต็ม​เปี่ยม  (เอเฟซัส 3:18-19 มตฐ.)
ให้เราอธิษฐานเพื่อคนนั้นของเราว่า “...ขอพระเจ้าโปรดเมตตาให้เขาสามารถสัมผัสรู้ซึ้งถึงความรักเมตตาของพระองค์ที่มีในชีวิตของเขา...”

ขอ​พระ​เจ้า​แห่ง​สันติ​สุข...ทรง​ให้​พวก​ท่าน​เพียบ​พร้อม (มีใจกระตือรือร้น ปรารถนาที่จะทำ) ​ด้วย​สิ่ง​ดี​ทุก​อย่าง เพื่อ​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระทัย​ของ​พระ​องค์​โดย​ทรง​ทำ​งาน​ใน​เรา ให้​เกิด​ผล​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์ (ฮีบรู 13:20-21 มตฐ.)
ให้เราอธิษฐานเพื่อคนนั้นของเราว่า  “...ขอพระเจ้าประทานให้เขามีจิตใจที่สัตย์ซื่อมั่นคงตามพระประสงค์ของพระองค์”

ขอ​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​หวัง​โปรด​ให้​ท่าน​บริบูรณ์​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี และ​สันติ​สุข​ใน​ความ​เชื่อ เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เปี่ยม​ด้วย​ความ​หวัง​โดย​ฤทธิ์​เดช​แห่ง​พระวิญญาณบริสุทธิ์ (โรม 15:13 มตฐ.)
ใคร ๆ ก็ต้องการมีความหวัง และ ความชื่นชมยินดีในชีวิต   ให้เราอธิษฐานเพื่อคน ๆ นั้นของเราว่า “...ขอพระองค์โปรดเมตตา......    โปรดประทานความหวังแก่เขาท่ามกลางวิกฤติที่เขากำลังเผชิญหน้าในวันนี้.... ให้เขามีความหวังในพระองค์  เพื่อเขาจะได้ความชื่นชมยินดีจากพระองค์”
                                     
ข้าพเจ้าเพียรทูลขอให้พระเจ้า...ทรงให้ท่านมีพระวิญญาณแห่งสติปัญญาและการสำแดง  เพื่อท่านจะรู้จักพระองค์ดียิ่งขึ้น (เอเฟซัส 1:17 อมต.) 
ให้เราอธิษฐานเพื่อคน ๆ นั้นของเรา   “...ขอพระเจ้าโปรดประทานพระวิญญาณแห่งสติปัญญาแก่เขา   เพื่อเขาจะได้ตัดสินใจที่ถูกต้องตามพระประสงค์ ”

ขอ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​นำ​ใจ​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ให้​เข้า​ถึง​ความ​รัก​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​เจ้า และ​ถึง​ความ​ทร​หด​อด​ทน​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​คริสต์  (2เธสะโลนิกา 3:5 มตฐ.)
ท่ามกลางความสับสนมืดมนในชีวิตประจำวันของแต่ละคน   เราต้องการผู้ชี้นำทางชีวิตแก่เรา   ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายให้เราอธิษฐานเพื่อคน ๆ นั้นของเรา  “ขอพระเจ้านำทางชีวิตของเขาให้เข้าถึงความรักของพระองค์   และให้ได้รับความทรหดอดทนที่มาจากการหนุนเสริมของพระคริสต์”

ข้าพ​เจ้า​ทูล​ขอ​ให้​ประ​ทาน​ความ​เข้ม​แข็ง​ภาย​ใน​จิตใจ​ด้วย​ฤทธา​นุภาพ​ที่​มา​ทาง​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​องค์​แก่​พวก​ท่าน (เอเฟซัส 3:16 มตฐ.)
ความทรหดอดทนแบบพระคริสต์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเราไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งด้วยฤทธานุภาพจากพระวิญญาณ   ดังนั้น ให้เราทูลขอเพื่อคน ๆ นั้นของเรา  “...ในวันนี้ขอพระองค์โปรดช่วยให้เขาได้ตระหนักว่า   เขาไม่ได้อยู่ตัวโดดเดี่ยวคนเดียว   แต่พระองค์ทรงเคียงข้างเขา   และโปรดประทานจิตใจที่เข้มแข็งด้วยพลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เขา   ไม่ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากปานใดก็ตาม...”

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

16 กันยายน 2554

เมื่อต้องปล้ำสู้ในวิกฤติศรัทธา

ในช่วงเวลาที่ฉันถูกทดลอง
คำอธิษฐานทูลขอไม่ได้คำตอบ และดูเหมือนสถานการณ์เลวร้ายก็ดำเนินต่อเนื่องไป
ฉันยอมรับว่า รากฐานชีวิตจิตใจของฉันสั่นคลอนหวั่นไหว
จนทำให้ฉันเกิดคำถามตรงๆ ในใจว่า นี่พระเจ้าหักหลังฉันหรือเปล่า?
ตอนนั้น ฉันมั่นใจว่า ฉันได้ทำและรับผิดชอบดีที่สุดแล้ว ด้วยการอุทิศตนแด่พระเจ้า
แต่ดูเหมือนว่าพระองค์ไม่ได้ตอบสนองในส่วนความรับผิดชอบของพระองค์เลย
ตรงกันข้าม สถานการณ์กลับดูเหมือนว่า พระองค์เป็นฝ่ายตรงกันข้ามที่กลับมาจู่โจมฉัน
คำอธิษฐานที่ไร้คำตอบ คำถามในจิตใจ กลับกลายเป็นตัวจับจ้องความผิดฉันในจิตใจ

"แล้วพระเจ้าเป็นอย่างที่พระคัมภีร์สาธยายถึงพระลักษณ์ของพระองค์หรือเปล่า?
แล้วพระเจ้าสามารถทำในสิ่งที่พระองค์บอกว่าพระองค์ทำได้หรือเปล่า?"

เป็นเวลาปีแล้วปีเล่า ที่ฉันสอนคนอื่นว่า
พระเจ้าทรงดี ทรงรัก และพระองค์ทรงสัตย์ซื่อ
ในเวลาเช่นนี้ฉันเกิดคำถามในใจว่า มันเป็นจริงเช่นนั้นหรือเปล่า?
นอกจากที่ฉันต้องปล้ำสู้ด้วยความเจ็บปวดในชีวิตของตนแล้ว
ฉันยังตระหนักชัดว่า ผู้คนต่างจ้องมองมาที่ฉัน
และมองหาแบบอย่างชีวิตในภาวะที่วิกฤติทุกข์ยากลำเค็ญเช่นนี้

ในวิกฤติความศรัทธาเช่นนี้ของฉัน ฉันยิ่งโกรธ และ ไม่พอใจอย่างยิ่ง
ความรู้สึกอย่างเจ็บปวดว่าตนเองถูกทอดทิ้งฝังลึกในใจฉัน
คำอธิษฐานของฉันดูช่างห่างไกลจากพระเจ้าเหลือเกินและมิใช่ความจริงใจต่อไป
ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จะจัดการอย่างไรในสถานการณ์ชีวิตของตน

ความเชื่อศรัทธาของฉัน พันธกิจที่ฉันทำและรับผิดชอบมาถึงทางแพร่ง
ฉันคิดหาทางเลือกตามความคิดเห็นของฉัน...
ฉันจะทิ้งความเชื่อศรัทธาของฉัน ในสภาพชีวิตที่แสแสร้ง
หรือฉันจะยอมทำสิ่งนี้ต่อไปกับองค์พระผู้เป็นเจ้า
ทางเลือกแรก น่าจะทำลายชีวิตของฉันและครอบครัวลงป่นปี้
ทางเลือกที่สองมันขัดแย้งกับตัวฉันเองที่เป็นอยู่จริงในขณะนี้
ฉันเลือกทางออกที่สาม...

เมื่อได้ทบทวนสัมพันธภาพของฉันกับพระเจ้า
ฉันจำได้อย่างชัดเจนว่า
แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของฉันกับพระเจ้านั้นเป็นคุณค่าและความหมายทุกสิ่งในชีวิตที่ผ่านมา
ฉันจะยอมให้สิ่งนี้สูญเสีย หรื สูญหายไปจากชีวิตของฉันไม่ได้
ฉันจึงเริ่มแบ่งปันวิกฤติที่ฉันกำลังเผชิญปล้ำสู้ กับเพื่อนสนิท กับครอบครัว
และร้องขอให้พวกเขาอธิษฐานเพื่อฉัน

ในพระคัมภีร์บอกว่า
ให้เรารอคอยและหวังพึ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า
วันแล้ววันเล่า ฉันรอคอย และ หวังพึ่งในพระองค์
ฉันนั่งสงบเงียบในเช้าตรู่ด้วยการเปิดอ่านพระคัมภีร์ พระธรรมโยบ และ สดุดี
ฉันอ่านพระคัมภีร์อย่างใจใคร่ครวญ
ฉันอธิษฐานด้วยความจริงใจ ในสถานการณ์ที่ประสบพบเจอ
ฉันต้องการอย่างสูงที่จะได้ยินเสียงและความมั่นใจจากพระเจ้า
นอกจากที่คำอธิษฐานที่ไร้คำตอบแล้ว
ฉันจำเป็นที่จะต้องหยั่งลึกลงในความสัมพันธ์กับพระองค์

ยิ่งอ่านพระคัมภีร์มากเท่าใด ฉันก็ต้องเผชิญหน้ากับความทนงตนมากแค่นั้น
ฉันร้องขอให้พระเจ้าตอบคำอธิษฐานของฉัน ตามแนวทางที่ฉันคิดว่าดีที่สุด ในความเข้าใจที่จำกัดของฉัน
พระคัมภีร์ข้อหนึ่งที่กระตุกความรู้สึกของฉันคือ อิสยาห์ 7:9

"...หากเจ้าไม่ตั้งมั่นในความเชื่อ
เจ้าก็ไม่อาจยืนอยู่ได้เลย" (ฉบับมาตรฐาน)

ฉันจึงอธิษฐานกับพระเจ้าว่า
องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์เชื่อในพระองค์
และความเชื่อที่ยังขาดพร่องอยู่ขอพระองค์ทรงช่วยข้าพระองค์ด้วย

พระคัมภีร์ช่วยให้ฉันเห็นความเชื่อผ่านมุมมองของพระเจ้า
พระคัมภีร์เปิดตาของฉันให้เห็นว่าความเชื่อของเรามีความสำคัญยิ่งต่อพระเจ้า
ฉันอ่านพบข้อพระคัมภีร์ว่า...

ความเชื่อของท่านนั้นมีค่ายิ่งกว่าทองคำ
ถ้าขาดซึ่งความเชื่อแล้วจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าไม่ได้
เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จเข้ามาในโลกนี้ พระองค์จะพบความเชื่อในโลกนี้หรือ?

ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ เปิดตาแห่งความเข้าใจในชีวิตชัดเจนยิ่งขึ้น

เช้าวันหนึ่งฉันได้ยินเสียงแผ่วเบาภายในชีวิตจิตใจฉันว่า
"เราคือพระเจ้า จงไว้วางใจเรา"
ในที่สุด ฉันยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่เจ็บปวดในชีวิต และมอบการปล้ำสู้หาทางออกใหม่ไว้ในแผนการของพระเจ้า
ฉันเริ่มมองเห็นถึงพระคุณของพระเจ้า ที่ทรงทดลองความเชื่อของฉัน เพื่อฉันจะมีความเข้มแข็งในชีวิตมากยิ่งขึ้น

เป็นจริงที่ชีวิตพบกับความทุกข์ยากแสนสาหัส
ในเวลาแห่งการทดลองดูเหมือนฉันจะทนสู้ต่อไปไม่ได้
ชีวิตของฉันยังอยู่ในสถานการณ์ของการทดลองอย่างในอดีตที่ผ่านมา
แต่ฉันพบว่า พระเจ้าทรงสำแดงความรักและสัตย์ซื่อเที่ยงธรรมต่อฉันและครอบครัว
พระองค์ย้ำเตือนฉันว่า ชีวิตที่ฉันเป็นอยู่นี้มิใช่ชีวิตของฉัน
พระองค์มีแผนการของพระองค์สำหรับชีวิตที่ฉันเป็นอยู่นี้ ยิ่งกว่าสิ่งที่ฉันได้เห็นและสัมผัส
และความเชื่อศรัทธาของฉันมีค่าและความหมายมากกว่าที่ฉันจะจินตนาการเอาเอง

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย สันทราย เชียงใหม่

ข้อเขียนนี้ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ชีวิตของ Sherryl Stone เป็นผู้ที่ทุ่มเทจริงจังในการทำพันธกิจของพระเจ้า เป็นคู่ชีวิตของศิษยาภิบาลอาวุโสที่ Ginger Creek Community Church in Aurora, Illinois, สำเร็จศาสนศาสตร์ศึกษาระดับ BD ที่ Mississippi College และปริญญาโทด้านคริสเตียนศึกษาจาก Southwestern Seminary in Texas.