แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีสเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีสเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

29 มีนาคม 2564

“อีสเตอร์” ที่มีคุณค่าความหมายปีนี้...

การเฉลิมฉลองวันพระคริสต์คืนพระชนม์ คงมิใช่การทำอุโมงค์จำลองในบริเวณคริสตจักร แล้วเด็ก ๆ ลูกหลานสมาชิกวิ่งเข้าวิ่งออกสนุกสนาน หรือมิใช่ไปซื้อไข่ ซีพี มาต้มแล้วแต้มสีสวยสด  ผู้ใหญ่เอาไปซ่อนตามบริเวณคริสตจักรแล้วให้เด็ก ๆ (แท้จริงพวกผู้ใหญ่ด้วย) แข่งกันค้นหาเอาไข่ต้มนั้นมาเป็นของตน

เราจะเฉลิมฉลองวันพระคริสต์คืนพระชนม์ที่มีความหมายและคุณค่าที่ดีกว่านี้ได้ไหม?

อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันอาทิตย์พระคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตาย หรือ ที่เราไปเรียกทับศัพท์ฝรั่งมังค่าว่า “วันอีสเตอร์” ที่เราคริสตชนต่างเฉลิมฉลองการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ ปีนี้ผมใคร่ชวนพวกเรามีเวลาใคร่ครวญถึงการเฉลิมฉลองในวันคืนพระชนม์อย่างมีคุณค่าและความหมาย เราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง?   ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอ 7 ประการที่ใช้ในการเฉลิมฉลองอีสเตอร์ในเชิงปฏิบัติ

1. ให้เราอุทิศถวายชีวิตของเราในการมีชีวิตติดตามพระคริสต์จริงจังอีกครั้งหนึ่ง

อีสเตอร์เป็นโอกาสที่เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ตั้งต้นใหม่ในการที่จะดำเนินชีวิตจิตวิญญาณอย่างมีวินัย เดินออกห่างจากอำนาจชั่วร้าย กลับมาอุทิศถวายชีวิตแด่พระคริสต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

2. ไปหาเพื่อนสมาชิกบางคนที่ได้มาร่วมในคริสตจักรเมื่อปีก่อนแต่ไม่เห็นหน้าในปีนี้   เราแต่ละคนคงมีเพื่อนอย่างที่ว่านี้ แม้จะเป็นการโทรศัพท์ หรือ วีดีโอคอลล์ ไปพูดคุยด้วยก็อาจจะทำให้เพื่อนเราคนนั้นเกิดความชื่นอกสุขใจในวันอีสเตอร์นี้ก็ได้

3. เริ่มการเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์ในครอบครัว เป็นการร่วมกันในครอบครัว อ่านเรื่องราววันอีสเตอร์ แล้วเตรียมภาพของสมาชิกอันเป็นที่รักในครอบครัวที่ล่วงหลับไปอยู่กับพระเจ้า เพื่อเป็นโอกาสระลึกคิดถึงคนเหล่านั้น และแบ่งปันกันถึงความสำคัญในวันอีสเตอร์สำหรับชีวิตของตนแก่กันและกัน

4. ส่งการ์ดอีสเตอร์ หรือส่งจดหมายอีสเตอร์ทางอีเมล์ อาจจะส่งทางไปรษณีย์ หรือ ส่งทางไลน์ หรือ ทางอื่น ๆ ทางออนไลน์ ตามรายชื่อที่เราใช้ส่งในช่วงเทศกาลคริสต์มาส  โดยในการ์ด หรือ ภาพอีสเตอร์ หรือ จดหมายอีสเตอร์ ให้เราเน้นถึงความหวังที่เรามีในพระเยซูคริสต์

5. ออกไปเยี่ยมครอบครัวเพื่อนบ้านที่สูญเสียผู้ที่เป็นที่รักในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้คนที่สูญเสียผู้เป็นที่รักและตนเองต้องอยู่โดดเดี่ยวตัวคนเดียว หาเวลาไปเยี่ยมเขาอธิษฐานกับเขา  หรือถ้าอยู่ไกล ไปหาไม่สะดวกอาจจะเยี่ยมโดยทางโทรศัพท์  มีโอกาสพูดคุยกัน  และที่สำคัญที่จะมีโอกาสอธิษฐานด้วยกันผ่านทางโทรศัพท์

6. เข้าชมและร่วมในการนมัสการพระเจ้าผ่านทางสื่อออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์  มหาสนิทศักดิ์ในคืนพฤหัสฯ ศุกร์ประเสริฐ และนมัสการพระเจ้ารุ่งอรุณวันอีสเตอร์   โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการเดินทางออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพราะร่างกาย หรือ การแพร่ระบาดของโควิด 19

7. เขียนจดหมายขอบคุณถึงคนที่เป็นแบบอย่างชีวิตที่มีชัยชนะด้วยความเชื่อ

อีสเตอร์เป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองถึงชัยชนะ ให้เราถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ให้เราขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงกระทำพระราชกิจในชีวิตของเรา และผ่านชีวิตของคนอื่นที่มาถึงเรา

ท่านมีข้อเสนออื่นอะไรอีกบ้างไหมครับ?   ถ้ามี กรุณาแบ่งปันกันครับ



06 เมษายน 2558

อีสเตอร์ไข่ซีพี(+ต้ม)?

เช้านี้เป็นเช้าวันอีสเตอร์   เช้าวันที่ระลึกถึงการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์    ผมน่าจะเป็นคริสตชนที่ไม่เอาไหน (ถ้าวัดตามมาตรฐานของคริสตจักรเก่าแก่แห่งนี้)   ผมนั่งฟังเสียงคนเทศน์ที่ห่างจากที่เขารวมตัวกันสัก 100-150 เมตร   ฟังเสียงได้ยินชัด   เพราะเขาพูดใส่เครื่องขยายเสียง   ทำเหมือนจะประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยิน   ผมมีคำถามกวนใจว่า   ทำไมคริสเตียนจะต้องเบิ่งตาตื่นนอน ลุกจากที่นอนตั้งแต่เช้าตรู่   และมาอ้าปากร้องเพลงที่เขามักร้องกันปีละครั้ง

เสียงเทศน์เหมือนเสียงบ่นพร่ำดัง ๆ   แต่ดูจืดชืดไม่มีชีวิตชีวา   ผมได้ยินว่า...
“อีสเตอร์เป็นเรื่องข่าวดี  
เป็นข่าวดีเพราะว่าพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นจากความตายในเช้าวันนี้  
อำนาจแห่งความตายไม่สามารถที่ครอบงำชีวิตของพระเยซูคริสต์ได้  
แต่เราผู้เป็นมนุษย์เราไม่สามารถชนะอำนาจของความตายได้”

ผมถามในใจว่า...
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม...  เกี่ยวกับชีวิตของคนเราด้วยล่ะหรือ?”

เสียงเดิมเหมือนจะตอบคำถามของผม
“แต่ถ้าเรายอมเชื่อในพระเยซูคริสต์   พระองค์จะให้เรามีชีวิตใหม่”

ผมมีคำถามต่อไปว่า
“แล้วผมต้องทำอย่างไรล่ะ?”

แต่ครั้งนี้  คำเทศน์ไม่ได้ตอบคำถามในใจของผม   แต่พูดพร่ำไปว่า เช้าวันนั้นสาวกคนนี้เป็นอย่างนั้น   สาวกคนโน้นเป็นอย่างนี้   พูดเหมือนท่องทบทวนหลักข้อเชื่อของพวกคริสเตียนให้ผู้ฟัง   ฟังจนจบผมก็ไม่รู้ว่าแล้วผมจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตของผม  

ผมหงุดหงิดครับ  ผมอุตส่าห์ตื่นก่อนไก่โห่  เพื่อนั่งฟังคำเทศนา    แต่คำเทศน์วันสำคัญเช่นนี้กลับไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตของผู้ฟัง   แต่กลับยัดเยียดหลักข้อเชื่อให้ผู้ฟังจำ   กำลังว้าวุ่นหงุดหงิดใจกับคนเทศน์   พอดีเสียงดังตื่นเต้นจากเสียงคนเดิมนั้นแหละครับ


“เอ้า...เด็ก ๆ  พวกเราทุกคน  เริ่มต้นล่าค้นหาไข่อีสเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในบริเวณนี้ได้เลยครับ   ผมขอบอกว่าปีนี้เราซ่อนไข่ถึง 300 ฟอง   หาให้ได้นะครับแล้วจะได้นำมากินกับข้าวต้นที่แม่บ้านเตรียมไว้...   เริ่มได้เลยครับ”   เสียงตื่นเต้นมีชีวิตชีวากว่าเสียงเทศน์   และดูเหมือนจะตอบโจทย์ของหลายคนที่เตรียมตัวมาล่าไข่ต้มในเช้าวันนี้

ความคิดผุดขึ้นในสมอง  เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจว่า  “เออ...ใช่ซินะ   อีสเตอร์ไข่ซีพี”   แต่ผมเถียงเสียงนั้นว่าไม่ใช่  “อีสเตอร์ไข่ซีพีต้ม”   เสียงนั้นย้อนถามผมอย่างไม่เกรงใจว่า  “แล้วนายว่ามันต่างกันยังไง”

ผมต้องนั่งเงียบคิดอยู่พักหนึ่ง  แล้วค่อยเรียบเรียงความคิดความเข้าใจ   ตอบเสียงนั้นว่า

“อีสเตอร์เป็นข่าวดีเพราะพระเยซูคริสต์มีชัยเหนืออำนาจแห่งความตาย   พระองค์ไม่ยอมให้ความตายครอบงำชีวิตของพระองค์ครับ”   เสียงนั้นสนับสนุนผมว่า  “เห็นด้วย...แล้วยังไงอีกล่ะ”   ผมต้องตอบอย่างระมัดระวังครับ   เพราะฟัง ๆ ไป เสียงนั้นเป็นเหมือนเสียงในใจผมที่ถามนักเทศน์เช้านี้ครับ   ผมค่อย ๆ ตอบไปว่า

“แต่ผมต้องการมีพลังที่จะให้มีชีวิตใหม่เหมือนพระเยซูคริสต์ครับ   ชีวิตผมถูกครอบงำด้วยอำนาจแห่งความตาย...   ผมดูเหมือนมีชีวิตแต่จริง ๆ ข้างในมันตายแล้วครับ”   เขาสวนขึ้นมาว่า 

“พูดได้ดีนี่  แล้วยังไงต่อ”   ผมพูดต่อไปว่า “แต่อีสเตอร์ในเช้าวันนี้ที่เฉลิมฉลองกัน   เป็นการเฉลิมฉลองชีวิตที่ดูเหมือนมีชีวิต  แต่ข้างในมันตายแล้วครับ”   เขาฟังผมเงียบ ๆ  ไม่ถามไม่ท้าทายหรือคัดค้านอะไร   ผมเลยพูดต่อไปว่า 

“พวกเขากำลังเฉลิมฉลองชีวิตคริสเตียนที่ตายแล้ว      ชีวิตที่เป็นเหมือนไข่ซีพีครับ   ใคร ๆ ก็รู้ว่าไข่ซีพีที่ขายอยู่ในตลาดทุกวันนี้   เอาไปฟักไม่ได้ครับ   เพราะจะไม่ได้ลูกไก่ที่เป็นชีวิตไก่ตัวใหม่ครับ   และแย่ยิ่งกว่านั้น   ชีวิตของเรานอกจากตายข้างในแล้ว   ยังดันถูกเอาไปต้มให้สุกครับ   เป็นอันว่าไม่มีโอกาสที่จะฟื้นเลยครับ...   มีไว้สำหรับกิน หรือ พูดให้เพราะคือ บริโภคครับ   เราเป็นคริสเตียนบริโภค...ครับ”   ผมหยุดจังหวะพูดเพื่อเหลือบดูว่าเขาหลับไปยัง   ไม่ครับเขาใส่ใจฟังอยู่  ผมเลยพูดต่อไปว่า   “ทุกวันนี้เราประกาศข่าวดีที่เป็นไข่ซีพีต้มครับ”   ผมหยุดพูด

เสียงเขาดังขึ้นทำลายความเงียบ  “ข้าว่านายเป็นคริสเตียนนอกคอกว่ะ... แล้วนายจะเข้ากับพวกเขาได้อย่างไร?”   เขาถามต่อไปว่า   “ถ้านายไม่ต้องการเป็นคริสเตียนแบบไข่ซีพีต้ม  แล้วนายจะเป็นคริสเตียนแบบไหนล่ะ?”   ผมตอบพรวดไปว่า 

“ผมอยากเป็นคริสตชนแบบไข่ของแม่ไก่บ้านที่กำลังถูกแม่ไก่กกครับ”

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499