แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นพิษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นพิษ แสดงบทความทั้งหมด

12 เมษายน 2564

พฤติกรรมของผู้นำคริสตจักร**ที่เป็นพิษ

ผู้นำคริสตจักรส่วนมากเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าและเป็นผู้เชื่อที่เข้มแข็ง ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษมีจำนวนไม่มากนัก แต่ผู้นำกลุ่มเล็ก ๆ นี้ที่สร้างความเจ็บปวด ทำร้าย อันตราย และหายนะแก่ชีวิตคริสตจักร และ องค์กรคริสตชนส่วนใหญ่  และมีอิทธิพลแพร่ระบาดรุนแรงและร้ายแรงอย่างเช่นเชื้อร้ายที่กำลังแพร่ในขณะนี้ (อ้อ...ระวังมันกำลังกลายพันธุ์ด้วย)

ข้างล่างนี้คือพฤติกรรมของผู้นำคริสตจักรและผู้นำองค์กรคริสตชนที่เป็นพิษ

1. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษไม่ค่อยแสดงให้เห็นถึงผลของพระวิญญาณ  

เปาโลได้กล่าวถึงคุณลักษณะที่เป็นผลของพระวิญญาณในกาลาเทีย 5:22-23 ดังนี้คือ  ความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดทน ความกรุณา ความดี ความซื่อสัตย์ ความสุภาพอ่อนโยน การรู้จักบังคับตน  คุณลักษณะเหล่านี้มักไม่ค่อยปรากฏในผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ

2. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ แสวงหาวิธีการนำที่มีความรับผิดชอบให้น้อยที่สุด  

ถ้าเป็นไปได้แล้วพวกเขาจะทำอย่างที่ไม่ต้องรับผิดชอบ และมักนิยมการใช้อำนาจการนำอย่างเผด็จการอย่างเบ็ดเสร็จจากบนลงล่าง

3. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ คาดหวังให้คนอื่นมีพฤติกรรมตามที่ตนต้องการ แต่ไม่คาดหวังว่าตนต้องมีพฤติกรรมเช่นนั้น

“จงทำอย่างที่ฉันสั่ง แต่อย่าทำตามที่ฉันทำ”

4. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษจะมองคนอื่น ๆ ด้อยกว่าตนทั้งสิ้น  

เราจะได้ยินผู้นำพวกนี้วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้ตนเองโดดเด่นขึ้น

5. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษจะเป็นผู้นำที่มีความลำเอียง 

เป็นผู้นำที่นิยมชมชอบผู้คนเพียงไม่กี่คน ในขณะที่คนอื่น ๆ ส่วนมากถูกเหยียดให้ด้อยลง

6. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษมักเป็นผู้นำที่อารมณ์ฉุนเฉียว 

เขามักแสดงพฤติกรรมเช่นนี้เมื่อคนอื่น ๆ ไม่ทำอย่างที่ตนต้องการ  

7. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ เป็นผู้นำที่พูดกับบางคนอย่างหนึ่ง แต่พูดแตกต่างกับคนอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือเขาพูดโกหกหลอกลวง

8. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษจะเหยียดคนที่เขาจะพัฒนาให้ต่ำต้อยด้อยค่าก่อน  

มองคนอื่นอย่างต่ำต้อยด้อยค่า มองคนอื่นเป็นแค่วัตถุสิ่งของ มิได้มองคนเหล่านั้นว่าเป็นประชากรของพระเจ้าที่ต้องการการเสริมสร้างพัฒนา

9. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ เป็นผู้นำที่บิดเบือน เอารัดเอาเปรียบ 

มักใช้กลโกงด้วยความจริงบางส่วนให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง

10. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ เป็นผู้นำที่ขาดความโปร่งใส  

ผู้นำที่เผด็จการมักเป็นผู้นำที่ไม่มีความโปร่งใส เพราะหากถูกจับได้ว่าเขาใช้อำนาจไปในทางที่ผิด  เขาอาจจะได้รับความเสียหาย

11. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ  เป็นผู้นำที่ไม่ต้องการให้ใครโต้แย้งหรือไม่เห็นด้วย 

ถ้ามีบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขา คน ๆ นั้นจะตกเป็นเหยื่อของความโมโหโทโสของผู้นำ หรือถูกผู้นำทำให้เป็นคนต่ำต้อยด้อยค่าทันที

12. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ มักห้อมล้อมไปด้วยคนสอพลอประจบประแจง   

คนวงในของเขามักจะเป็นพวกคนสนิทและเครือญาติ และคนประเภท “ครับเจ้านาย”

13. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ เป็นผู้นำที่สื่อสารอย่างด้อยคุณภาพ 

โดยพื้นฐานแล้ว การสื่อสารที่ชัดเจนตรงไปตรงมามักแสดงออกให้คนอื่นเห็นถึงพฤติกรรมเผด็จการของเขา  ดังนั้น เขาจึงพยายามทำให้การสื่อสารของเขาดูคลุมเครือเข้าใจยาก

14. ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ  เป็นผู้นำที่หมกมุ่นอยู่กับตนเอง  

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้นำพวกนี้ไม่ต้องการเห็นตนเองที่แสดงออกถึงพฤติกรรมหรืออาการเหล่านี้  แต่....?

ใช่ครับ ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษเหล่านี้เป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ในหมู่ผู้นำคริสตชน แต่คนกลุ่มนี้สามารถทำให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อผู้นำคริสตชนกลุ่มใหญ่ และองค์กรคริสตชนและคริสตจักรได้   และพวกเขาสามารถมีพฤติกรรมอย่างที่เขาเป็นไปได้ยาวนานหลายปี เพราะผู้นำกลุ่มนี้เป็นผู้นำมักมีบารมีในบางด้าน ที่มีบุคลิกที่ดึงดูดความสนใจและมีเสน่ห์สำหรับคนที่แสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเอง

ท่านเคยรู้จักกับผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษบ้างไหม? พฤติกรรม หรือ อาการเหล่านี้ดูคุ้น ๆ หรือเปล่าครับ?   ท่านคิดจะไปร่วมไม้ร่วมมือกับเขาด้วยหรือไม่?

** หมายเหตุ: 

ผู้นำที่กล่าวในข้อเขียนนี้หมายถึงทั้งผู้นำในคริสตจักรท้องถิ่น คริสตจักรระดับภูมิภาค คริสตจักรในระดับชาติ และรวมถึงผู้นำในสถาบัน-องค์กรคริสตชน ในที่นี้รวมถึง ศิษยาภิบาล คณะธรรมกิจ-คณะกรรมการในคริสตจักรท้องถิ่น ภูมิภาค และกรรมการต่าง ๆ ในคริสตจักรระดับชาติ กรรมการอำนวยการในหน่วยงาน สถาบัน และองค์กรคริสตชน



04 พฤษภาคม 2561

ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ...ไม่นำแต่ผลักดันคนอื่นให้ทำ


ผู้นำที่ไม่นำ   แต่ผลักดันให้สมาชิกทำ!

โค้ชคนหนึ่งได้บอกกับศิษยาภิบาลหนุ่มว่า  สมาชิกในคริสตจักรไม่อยากจะไปที่ไหนทั้งนั้น   นอกจากศิษยาภิบาลเต็มใจไปและตัวศิษยาภิบาลเองต้องไปที่นั่นก่อน   กล่าวอีกนัยหนึ่ง  สมาชิกจะไปในที่ที่ศิษยาภิบาลไป   ศิษยาภิบาลเป็นคนที่นำพวกเขาไปที่นั่น (หมายความว่า  แม้ศิษยาภิบาลบอกให้สมาชิกไป   แต่ตัวศิษยาภิบาลไม่ไป   สมาชิกก็ไม่เต็มใจที่จะไป)

ศิษยาภิบาลส่วนมากมีประสบการณ์ในการผลักดันให้สมาชิกทำพันธกิจด้านต่าง ๆ  ศิษยาภิบาลท่านหนึ่งแบ่งปันในกลุ่มจากประสบการณ์ว่า... 

“ครั้งแรกเมื่อผมพยายามผลักดันให้สมาชิกกลุ่มหนึ่งเข้าไปมีส่วนทำพันธกิจคนที่อยู่ในความทุกข์ยากในชุมชน (และในที่นี้รวมถึง พันธกิจในเรือนจำ  พันธกิจนักเรียนในโรงเรียน  พันธกิจในบ้านพักคนชรา  พันธกิจในการประกาศพระกิตติคุณ  และ พันธกิจเด็กและเยาวชนในคริสตจักร   พันธกิจด้านคริสเตียนศึกษา)   ผมรู้สึกท้อแท้ใจ   เพราะเมื่อผมผลักดันให้ทำพันธกิจใด ๆ   มันจะเคลื่อนไปเพียงนิดเดียวชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็เลิกทำ”  

“ผมมาเรียนรู้ความจริงจากโค้ชศิษยาภิบาลว่า  ถ้าจะให้พันธกิจใดขับเคลื่อนไปอย่างมีพลังและยืนยาวต่อเนื่อง   สิ่งแรก ตัวผมเองในฐานะศิษยาภิบาลจะต้องนำและทำให้พวกเขาเห็น  พวกเขาถึงจะลงไปทำพันธกิจนั้น ๆ   ไม่อย่างนั้น เขาก็ไม่ลงไปทำแน่นอน...”

การที่ศิษยาภิบาล/ผู้นำคริสตจักร (ในที่นี้มิได้หมายถึงศิษยาภิบาลเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ปกครอง มัคนายก และ ผู้นำคริสตจักรต่าง ๆ ด้วย) พยายามผลักดันให้สมาชิกทำพันธกิจ แต่ตนเองมิได้นำลงไปทำ และ ทำให้สมาชิกได้เห็นและเรียนรู้   นั่นเป็นศิษยาภิบาลที่เป็นพิษต่อชีวิตคริสตจักร   เราควรเลิกในการผลักดันสมาชิกคริสตจักรในการทำพันธกิจ   แต่ให้ทำหน้าที่นำและทำพันธกิจนั้นๆด้วยตนเองก่อน  เพื่อนำคนอื่น และ ช่วยให้คนอื่นรู้ว่าจะทำอะไร และทำอย่างไร แล้วค่อยหนุนเสริมจนมีสมาชิกเข้ามารับผิดชอบพันธกิจนั้นอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499

02 พฤษภาคม 2561

ผู้นำคริสตจักรที่เป็นพิษ...ระรานและคุกคาม


พฤติกรรมระรานและคุกคาม ของผู้นำบางคน   เป็นความบกพร่องทาง “กรอบคิด” ของผู้นำคนนั้น   ที่คิดแบบยกตนข่มท่าน   ตนเองสำคัญ ตนเองยิ่งใหญ่   มีภาวะผู้นำที่เผด็จการ   ไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำที่ทำงานแบบมีส่วนร่วมได้   ผู้นำประเภทนี้เป็นผู้นำที่มีความบกพร่องทางความเชื่อที่ปล่อยสารพิษเข้าในกระแสเลือดของคริสตจักรได้

ผู้นำที่ระรานและคุกคาม

เมื่อหลายปีก่อน ผมพบผู้ปกครองคริสตจักรท่านหนึ่งที่มีพฤติกรรมระรานคนอื่นในคริสตจักร   เขามองว่าคริสตจักรและการบริหารจัดการทุกเรื่องพระเจ้าประทานสิทธิอำนาจแก่เขา   เขาจึงมีสิทธิอำนาจที่จะบอกให้คนอื่นว่าต้องทำอะไรและไม่ให้ทำอะไร   ใช่อยู่...ที่ว่า พระเจ้าประทานสิทธิอำนาจให้กับผู้นำคริสตจักร   แต่มิได้ประทานให้ใช้อำนาจแบบเผด็จการ   ทำให้บางคนต้องออกจากคริสตจักรเพราะความบ้าอำนาจ และ การแสดงว่าตระกูลของตนเป็นเจ้าของคริสตจักรแห่งนั้น

เวลาใดก็ตามที่ผู้นำคริสตจักรไม่ยอมฟังเสียงของคนอื่นในคริสตจักร   และยังสั่งการให้คนอื่นทำโน่นทำนี่    แต่เจ้าตัวไม่ทำอะไรสักอย่างที่ตนสั่งคนอื่นทำ   นั่นแสดงว่าคริสตจักรนั้นผู้นำกำลังเป็นพิษต่อชีวิตของคริสตจักร   ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยปรึกษาในคริสตจักร   แม้ศิษยาภิบาลถูกผู้ปกครองคนนั้นมองว่า “เป็นคนกินเงินเดือน” อาจจำเป็นต้องใช้จริยธรรมความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้าด้วยความรักและถ่อมสุภาพ   เพื่อเห็นแก่ชีวิตของคริสตจักร

ท่านเคยมีประสบการณ์ในทำนองนี้ในคริสตจักรที่ผ่านมาของท่านหรือไม่ครับ?   ถ้าเคยท่านรับมือ และ จัดการเรื่องเช่นนี้อย่างไรครับ?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499