แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แทรกแซง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แทรกแซง แสดงบทความทั้งหมด

20 กุมภาพันธ์ 2560

เมื่อพระเจ้าแทรกแซงชีวิตประจำวันของเรา

ท่านคิดอย่างไรถ้าจะกล่าวว่า 

“การทรงเรียก หรือ คำตอบจากพระเจ้า คือการที่พระองค์ทรงแทรกแซงเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา?”

สำหรับผมส่วนตัวเห็นว่า “จริง”   เพราะเมื่อพระองค์ทรงเรียกใครก็ตาม  พระองค์ทรงเรียก หรือ ตอบคำทูลขอของคน ๆ นั้น   พระองค์ตอบและเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์  พระองค์มิได้ทรงเรียกเขาคนนั้นตามที่ใจปรารถนาต้องการของเขา   เพราะถ้าพระเจ้าตอบ หรือ ทรงเรียกตามใจปรารถนาของคน ๆ นั้นจริงพระองค์ไม่จำเป็นทรงเรียกคนนั้น   เพราะเขาตั้งใจและปรารถนาที่จะทำที่จะเป็นเช่นนั้นแล้ว

เมื่อพระคริสต์ทรงบังเกิดในโลกนี้   พระเจ้าทรงเรียกผู้คนหลากหลายคนด้วยกัน   เริ่มต้นตั้งแต่ทรงเรียกเศคาริยาห์และเอลิซาเบธ   มารีย์สาวพรหมจารี  โยเซฟ  คนเลี้ยงแกะ  นักปราชญ์  และ เจ้าของคอกสัตว์ที่พระคริสต์บังเกิด

ทรงเรียกมารีย์สาวพรหมจารี

งานใหญ่ในชีวิตของมารีย์ในเวลานั้นคือ การเตรียมตัวแต่งงานกับโยเซฟที่ได้หมั้นหมายไว้แล้ว   แต่จู่ ๆ  กาบรีเอล ทูตของพระเจ้าทรงปรากฏกับนางมารีย์   แล้วแจ้งแก่เธอว่า   เธอจะตั้งครรภ์และมีบุตรชาย...

แผนงานตามใจปรารถนาของมารีย์คือการแต่งงานกับโยเซฟ  มีบุตร และ ตั้งครอบครัวด้วยกัน   แต่แผนการตามการทรงเรียกของพระเจ้าคือ   มารีย์จะมีบุตรชายโดยไม่ได้แต่งงาน   ซึ่งเป็นแผนการของพระผู้เป็นเจ้าที่ให้พระคริสต์มาบังเกิดเพื่อช่วยกอบกู้โลกนี้ให้รอดพ้นจากอำนาจแห่งความชั่วร้าย

พระเจ้าทรงแทรกแซงแผนการของพระองค์เข้ามาในแผนการชีวิตประจำวันของมารีย์   แต่แผนการที่ทรงแทรกแซงดังกล่าวสร้างผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงแก่ชีวิตประจำวันของมารีย์อย่างมาก   เธอจะถูกมองว่ามีลูกไม่มีพ่อ   จะถูกมองว่าเธอนอกใจโยเซฟ  ทำผิดบทบัญญัติศาสนายิว   แล้วเธอจะตอบคนทั้งหลายในชุมชนถึงเรื่องการตั้งท้องอย่างไรดี   และนี่คือความเสี่ยง  ที่เธอจะต้องหาความปลอดภัยในชีวิตของเธอ

แต่นี่คือแผนการของพระองค์สำหรับมารีย์  และนี่คือการทรงเรียกที่สูงส่งที่ทรงมีต่อมารีย์

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเยเรมีย์   สิ่งที่พระเจ้าเรียกเขาให้ทำเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากทำ  เป็นสิ่งที่เขาไม่มีความพร้อม   บ่อยครั้งเรามักพูดถึงเรื่องการทรงเรียกของพระเจ้าในลักษณะ “มองโลกสวย”   พระเจ้าเรียกเราเป็นผู้รับใช้ของพระองค์   ให้มีตำแหน่งนั่นตำแหน่งนี่   เป็นศาสนาจารย์ เป็นศิษยาภิบาล เป็นผู้ปกครอง ฯลฯ 

เรา “มองการทรงเรียกของพระเจ้าแบบโลกสวย”  เพราะเรามองว่าเราจะมีตำแหน่ง “ฐานะพิเศษ” เราจะได้  “อภิสิทธิ์”   แต่ที่พระเจ้าทรงเรียกคนต่าง ๆ ในพระคัมภีร์นั้นมิใช่เช่นนั้น   การแทรกแทรงทรงเรียกแต่ละคน   เขาคนนั้นต้อง “เสี่ยง” เขาต้อง “เสีย”   แต่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะได้เป็นชีวิตที่พระองค์ทรงใช้   แล้ววางใจพระองค์แม้ชีวิตของตนจะต้อง “เสี่ยง” และต้อง “เสีย” ก็ตาม

ถ้าอย่างนี้ท่านยังคิดจะให้พระเจ้าเข้ามาแทรกแทรงชีวิตของท่าน  ตอบคำอธิษฐานของท่าน  ท่านยังคิดที่จะให้พระองค์ทรงเรียกท่านหรือไม่?   แต่สำหรับมารีย์บอกว่า   “ข้าพระองค์เป็นทาสรับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า   ให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่พระองค์ประสงค์เถิด”

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

19 ธันวาคม 2559

เมื่อพระเจ้าแทรกแซงชีวิตประจำวันของเรา

ท่านคิดอย่างไรถ้าจะกล่าวว่า 

“การทรงเรียก หรือ คำตอบจากพระเจ้า ที่พระองค์ทรงแทรกแซงเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา?” ตามพระประสงค์ และ เวลาของพระองค์

สำหรับผมส่วนตัวเห็นว่า “จริง”   เพราะเมื่อพระองค์ทรงเรียกใครก็ตาม  พระองค์ทรงเรียก หรือ ตอบคำทูลขอของคน ๆ นั้น   พระองค์ตอบและเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์  พระองค์มิได้ทรงเรียกเขาคนนั้นตามที่ใจปรารถนาต้องการของเขา   เพราะถ้าพระเจ้าตอบ หรือ ทรงเรียกตามใจปรารถนาของคน ๆ นั้นจริงพระองค์ไม่จำเป็นทรงเรียกคนนั้น   เพราะเขาตั้งใจและปรารถนาที่จะทำจะเป็นเช่นนั้นแล้ว

เมื่อพระคริสต์ทรงบังเกิดในโลกนี้   พระเจ้าทรงเรียกผู้คนหลากหลายคนด้วยกัน   เริ่มต้นตั้งแต่ทรงเรียกเศคาริยาห์และเอลิซาเบธ   มารีย์สาวพรหมจารี  โยเซฟ  คนเลี้ยงแกะ  นักปราชญ์  และ เจ้าของคอกสัตว์ที่พระคริสต์บังเกิด

เศคาริยาห์ และ เอลิซาเบธ

สามี-ภรรยาคู่นี้ได้ทูลขอบุตรจากพระเจ้าเป็นเวลาเนิ่นนาน   และคงจะเลิกที่จะทูลขออีกแล้วเพราะทั้งสองต่างแก่เฒ่า   และรู้อยู่แก่ใจว่า ที่ทั้งคู่อายุปูนนี้ไม่สามารถที่จะมีลูกอีกแล้ว  

สามีภรรยาคู่นี้ปรารถนาที่จะมีบุตรเพราะต้องการมีผู้ที่สืบวงศ์ตระกูล   อีกทั้งเป็นการแสดงให้คนทั่วไปว่า พระเจ้าทรงอวยพระพรในชีวิต    ในขณะที่พระเจ้าทรงมีแผนการของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่านั้น  คือจะประทานบุตรชายคนหนึ่งแก่สามีภรรยาคู่นี้   เพื่อที่บุตรชายคนนี้จะเป็นผู้เตรียมทางการเสด็จมาของพระคริสต์   ดังนั้น การที่จะประทานบุตรชายให้สามีภรรยาคู่นี้จึงมีเวลากำหนดแน่ชัดตามแผนการของพระองค์แล้ว    อีกทั้ง พระราชกิจที่กระทำในชีวิตของสามีภรรยาคู่นี้ยังมิได้ถูกจำกัดด้วยธรรมชาติของสรีระร่างกายของมนุษย์

แต่สามีภรรยาคู่นี้มองการประทานของพระเจ้าตามใจปรารถนาของตนเอง   จึงทูลขอจนล้มเลิกการทูลขอเพราะมองพระราชกิจของพระเจ้าในกรอบความจำกัดของธรรมชาติความเป็นมนุษย์   ตามกรอบคิดกรอบคาดหวังของตนเอง

ถึงแม้กาบรีเอลทูตของพระเจ้าจะบอกถึงพระประสงค์ของพระเจ้าที่ตอบคำอธิษฐานของเขา   แต่เขากลับมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างไร?   มันขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ  เพราะเขามีมุมมอง และ กรอบคิดตายตัวของตนเอง

พระราชกิจของพระเจ้าที่เข้ามาแทรกแซงในชีวิตของสามีภรรยาสูงอายุคู่นี้ คือ ภรรยาจะตั้งครรภ์  สามีกลับเป็นใบ้   บ่อยครั้งที่ผู้คนจะเข้าใจว่า  เหตุการณ์ที่เศคาริยาห์เป็นใบ้พูดไม่ได้นั้น   เป็นเพราะเขาขาดความเชื่อ   แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง   เป็นการยากอย่างยิ่งที่เศคาริยาห์ต้องตอบคำถามของผู้คนว่า   ทำไมภรรยาผู้แก่เฒ่าและสามีที่สูงอายุยังมีลูกได้  ทำอย่างไร?   สิ่งนี้เศคาริยาห์จะหนักใจว่าจะอธิบายอย่างไรดี    แต่พระเจ้าทรงประทานทางออกคือ “ให้เป็นใบ้”   พูดไม่ได้  จึงไม่ต้องอธิบาย   แต่มากกว่านั้นครับ  เพื่อคนทั้งหลายจะตระหนักชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเป็นพระราชกิจของพระเจ้าที่ทรงกระทำในชีวิตของสามีภรรยาคู่นี้   และนี่คือพระเมตตาของพระเจ้า และเป็นพระพรที่ทรงมีในชีวิตของสามีภรรยาคู่นี้   เมื่อเขาตอบสนองต่อการทรงเรียกของพระเจ้า

เมื่อพระเจ้าทรงตอบคำทูลของเรา หรือ เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเรา และ เมื่อพระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์แทรกแซงในชีวิตของเรา   พระองค์ทรงกระทำในชีวิตประจำวันของเรา   และที่สำคัญคือ ชีวิตของเราจะถูกแทรกแซง และ จะเปลี่ยนไป   บ่อยครั้งต้องเผชิญกับความเสี่ยง  

แต่มั่นใจเถิดครับ   พระองค์เตรียมทางออกเพื่อเราซึ่งเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตเราครับ

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499