แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำถาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำถาม แสดงบทความทั้งหมด

14 พฤษภาคม 2564

คำถามใช้ตรวจสอบ “อัตตา/ตัวตน” ของตนเอง

เราคงต้องระวังไม่ลืมตัว... 

ความภาคภูมิใจในตนเอง อาจจะพัฒนาไปสู่ความทระนง ยโส-โอหัง จนเป็นความอหังการ และหยิ่งผยองในที่สุด คงต้องพูดเลียนแบบเปาโลว่า อาการนี้ “ข้าพเจ้าเป็นตัวเอ้”   จากประสบการณ์ส่วนตัวได้พบกับความล้มเหลวเสียหายเพราะอัตตา-ตัวตนของตนเองมาแล้ว  จึงจำเป็นที่ต้องมาทบทวนถอดบทเรียนรู้ แล้วปรับเป็นคำถามที่จะใช้ไว้ถามตนเองเพื่อเตือนใจห้ามตนไว้เสมอ ดังนี้

1. ฉันกำลังโอ้อวด ให้คนอื่นเห็นถึงความสำเร็จ ยิ่งใหญ่ สำคัญในงานรับใช้ของตนหรือไม่?   

ผมสงสัยว่าพวกเราหลายคนทำตามที่กล่าวข้างบนนี้อย่างเปิดเผยชัดเจน แต่ในบางครั้งเราก็โอ้อวดซ่อนแฝงในการสนทนาของเราก็ได้  

2. ฉันจะตอบสนองอย่างไรต่อคนที่ฉันเคยเสริมสร้างให้เขาเป็นสาวกพระคริสต์ และชีวิตของเขากำลังเกิดผลมากกว่าที่เคยเห็น?  

คำถามในสถานการณ์นี้ เราจะอวดอ้างถึงความสามารถของเรา หรือเราจะชื่นชมยินดีกับชีวิตที่กำลังเกิดผลในชีวิตของคนอื่น มากกว่าการงานของเราเอง

3. ฉันจะตอบสนองอย่างไรต่อสมาชิกคนหนึ่งที่มีความสามารถอย่างสูงในงานรับใช้ในคริสตจักร แต่ได้ลาออกจากคริสตจักรเพื่อเข้าไปร่วมในทีมปลูกตั้งคริสตจักรใหม่ และในทีมพลิกฟื้นชีวิตคริสตจักรในที่ต่าง ๆ?  

ในสถานการณ์นี้ทำให้เราต้องประเมินว่าเรากำลังอุทิศทุ่มเทต่อพระมหาบัญชา หรือเราปรารถนาต้องการที่จะรักษาคนเก่ง ๆ ไว้ใกล้ตัวใกล้งานของเราเอง (เพื่อสร้างความสำเร็จของเราเองด้วย)

4. ฉันจะตอบสนองอย่างไรต่อคนที่ฉันเคยมีส่วนเสริมสร้างให้เขาเป็นสาวกพระคริสต์ แต่ตอนนี้กลับมาเป็นเจ้านายของฉัน?  

ในสถานการณ์นี้อยู่ที่มุมมองของเราว่า เรามีโลกทัศน์ต่อของประทาน ศักยภาพ และการพัฒนาขึ้นในความสามารถด้านต่าง ๆ ในแต่ละคนว่า แต่ละคนจะพัฒนาสูงขึ้นตามโอกาส เวลาที่รับการเสริมสร้างจากพระเจ้า หรือเรากลับมีมุมมองติดยึดว่า คน ๆ นี้เคยเป็นอนุชนที่ตนเคยเป็นศิษยาภิบาลของเขา คน ๆ นี้เคยเป็นนักศึกษาพระคริสต์ธรรมที่ตนเคยสอน (แล้วจะเป็น “หัวหน้า” หรือ “เจ้านาย” ของเราหรือ?)

5. ฉันเคยอิจฉาผู้ทำพันธกิจท่านอื่นที่ได้รับยอมรับมากกว่าฉันหรือไม่? 

แม้แต่คนที่ซื่อสัตย์ที่สุดในพวกเราบางครั้งก็ต้องเผชิญกับอำนาจชั่วที่แฝงกายในความนึกคิดรู้สึกของตน เมื่อใดก็ตามที่เราคิดว่า เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนที่ได้รับการยอมรับมากกว่าตนคนนั้น (คงต้องถามตนเองว่าเรากำลังอิจฉาเขาหรือไม่?)

6. เมื่อฉันประสบความสำเร็จในบางเรื่อง ฉันได้กล่าวถึงบางคนที่มีส่วนทำให้ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้น หรือ ฉันปิดบังความจริงนั้นเพื่อตนเองจะได้รับการยกย่องเต็ม ๆ?

ไม่มีใครที่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ประสบความสำเร็จด้วยตัวคนเดียว แต่บางครั้งเราก็ลืมไปว่า ชีวิตและการงานของเราในแต่ละวันเราต้องพึ่งพิงหนุนเสริมกันและกันกับเพื่อนร่วมทีมงาน

7. ฉันกล่าวโทษโยนผิดให้คนอื่นหรือไม่เมื่อสิ่งที่ทำไม่สำเร็จตามแผนที่วางไว้?  

ในประเด็นนี้เป็นด้านตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว อัตตาตัวตนของเราอยากได้ใคร่รับการยกย่องสรรเสริญ แต่ในอีกด้านหนึ่งมักกล่าวโทษหรือหยิบโยนความผิดพลาดให้คนอื่น เมื่อผลงานที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปดั่งที่คิดหมายตั้งใจ หรือ ตามแผนการที่กำหนด



29 มกราคม 2564

คำถามที่ผู้นำคริสตจักรที่เข้มแข็งใช้ถามตนเอง?

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งที่มีในตัวของผู้นำที่เข้มแข็งในคริสตจักรคือ “คำถามที่เขาจะใช้ถามตนเองในชีวิตและงานรับใช้”  ซึ่งพอรวบรวมได้ดังนี้

1. เราได้อธิษฐานในเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่? ผู้นำคริสตจักรที่ดีกลุ่มนี้จะถามตนเองเสมอในเรื่องต่าง ๆ ที่เขาจะทำและนำด้วยคำถามดังกล่าว พวกเขาจะลังเลใจถ้าขับเคลื่อนเรื่องใดโดยมิได้แสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าก่อน ผู้นำกลุ่มนี้เป็นผู้นำที่ได้รับพระพรจากเบื้องบน พวกเขาพึ่งพิงในพระเจ้าตลอดเวลา

2. อะไรคือนิมิตระยะยาวในเรื่องนี้? ผู้นำกลุ่มนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำอย่างมีทิศทางระยะยาวที่ชัดเจน ถึงแม้พวกเขาจะเรียกร้องต้องการมุมมองแห่งจิตวิญญาณ แต่พวกเขาขับเคลื่อนด้วยเชิงรุกมิใช่ด้วยเชิงรับ

3. งานพันธกิจนี้ในแผนการของพระเจ้ามีขนาดล้ำลึกแค่ไหน? ผู้นำกลุ่มนี้จะจัดการเฉพาะสิ่งที่ตนรู้ว่าตนทำได้ พวกเขาตระหนักรู้ว่าตนมีความจำกัดในงานนั้น และแผนงานที่เขาทำเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้าที่พระองค์จะเป็นผู้ควบคุมดูแลการขับเคลื่อนในส่วนอื่น ๆ ที่นอกเหนือความจำกัดของตน

4. เราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่างานนี้มีความเป็นไปได้? การประเมินเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้นำ แท้จริงแล้ว ผู้นำจะคิดถึงการประเมินผลตั้งแต่เขากำลังวางแผนแล้ว

5. ถ้าแผนงานไม่ดำเนินไปตามที่วางไว้ เขาจะถามว่าทำไมมันไม่เป็นไปตามแผน? เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ผู้นำจะไม่ว้าวุ่นสับสน และ ล้มเลิกการทำตามแผนนั้น แต่เขาแสวงหาทางที่จะเรียนรู้ว่าจะปรับแก้พัฒนาแผนนั้นอย่างไร

6. งานนี้จะนำเราเข้าถึงผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระเจ้าและสร้างพวกเขาให้เป็นสาวกพระคริสต์หรือไม่? หากพันธกิจและแผนงานไม่ได้ทำให้คริสตจักรได้กระทำตามพระมหาบัญชา ผู้นำที่เข้มแข็งจะไม่ค่อยสนใจที่จะขับเคลื่อนงานนั้น

7. ถ้าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อไป พันธกิจนี้จะขับเคลื่อนไปจนสำเร็จเกิดผลไหม? นี่เป็นคำถามพื้นฐานของผู้นำกลุ่มนี้ ถ้างานหรือพันธกิจที่เราริเริ่มขึ้นเริ่มติดขัดหรือหยุดชะงักลงหลังจากที่เราออกจากงานนั้น นั่นแสดงว่าเรานำงานนี้ไม่ดีตั้งแต่เริ่มต้น

8. ฉันจะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ได้อย่างไร? ผู้นำกลุ่มนี้มิเพียงแต่ประเมินการทำงานร่วมกันในคริสตจักรเท่านั้น แต่เขาประเมินประสิทธิภาพของเขาเองด้วย ผู้นำกลุ่มนี้ไม่ต้องการให้ความพยายามของเขาต้องติดขัด

9. ฉันได้ส่งสมาชิกคริสตจักรไปยังคริสตจักรท้องถิ่นอื่น ๆ และ พื้นที่ที่ทำพันธกิจกี่คน?   ความน่าเชื่อถือของผู้นำกลุ่มนี้ อยู่ที่เขาส่งคนของเขาเข้าไปรับใช้และรับผิดชอบพระราชกิจแห่งแผ่นดินของพระเจ้า แม้เขาอาจจะเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง แต่มิได้สนใจที่จะสร้างเสริมแต่ “อาณาจักรของตนเอง” แต่ใส่ใจที่จะส่งผู้คนไปเพื่อร่วมเสริมสร้างแผ่นดินของพระเจ้า

10. ฉันได้มีมาตรการป้องกันเพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวหรือไม่? ในประการนี้ผู้นำกลุ่มนี้ได้แสดงออกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและสติปัญญาของเขาอย่างชัดเจน พวกเขาถ่อมตนถ่อมใจมากพอที่จะตระหนักชัดว่าตนมีโอกาสที่จะพลาดพลั้งล้มเหลวได้ และพวกเขามีสติปัญญามากพอที่รู้ชัดว่า พวกเขาต้องตั้งใจต่อต้านรับมือกับความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นนั้น

ท่านล่ะครับ... ท่านมีคำถามสำคัญที่ใช้ถามตนเองในการเป็นผู้นำหรือไม่? อะไรบ้าง? คำถามข้างบนข้อไหนที่ท่านเห็นว่าท่านต้องใช้ถามตนเอง?

 

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499




30 ธันวาคม 2563

คำถามประเมินชีวิตคริสตชน(ตนเอง)ในปีที่ผ่านมา

คำถามต่อไปนี้ใช้ในการประเมินตนเองเกี่ยวกับคุณภาพ ประสิทธิภาพชีวิตคริสตชนของตนเองในปี 2020 ที่ผ่านมา สามารถใช้ได้ทั้งในการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ต่อหน้าพระเจ้า เพื่อจะฟังเสียงการทรงชี้นำจากพระองค์สำหรับชีวิตที่กำลังก้าวเข้าไปในปี 2021 ที่พระองค์ประทานให้ และในเวลาเดียวกันสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินตนเองในปีที่ผ่านมาเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลในการวางแผนชีวิตสำหรับปีใหม่ 2021 ต่อไป

หมายเหตุ: ในคำถามการประเมินแต่ละข้อจะตามด้วยคำอธิบายถึงขอบเขตที่ต้องการให้ประเมินให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินอย่างผิวเผิน

1. ปีนี้ฉันได้อ่านพระคัมภีร์ตามแผนการอ่านพระคัมภีร์ที่กำหนดหรือไม่? 

ในที่นี้มิได้หมายความว่าฉันอ่านพระคัมภีร์จบตามแผนที่กำหนดเท่านั้น แต่เป็นการอ่านพระวจนะแต่ละวันด้วยการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ เพื่อติดสนิทกับพระเจ้าทุกวันทั้งในการอ่านพระวจนะ อธิษฐาน และการกระทำตามพระวจนะที่ได้อ่านหรือไม่?

2. ในปีนี้ฉันเข้มแข็งขึ้นในการอธิษฐาน หรือ อ่อนแอลงในการอธิษฐาน?

ตนเองอธิษฐานด้วยความเชื่อและวางใจในพระเจ้า และเรียนรู้ในการอธิษฐานเสมอ และให้ประเมินด้วยว่าตนเองได้เติบโตขึ้นในชีวิตการอธิษฐานตามที่ควรจะเป็นหรือไม่

3. ในปีที่ผ่านมานี้ฉันได้แบ่งปันพระกิตติคุณแก่คนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน? (กี่คน) 

ในที่นี้ต้องการรู้ด้วยว่ามีสักกี่คนที่ตัดสินใจติดตามพระเจ้าเพราะการแบ่งปันพระกิตติคุณของฉัน มิใช่ประเมินเพียงเพื่อมั่นใจว่าตนเองได้ทำการแบ่งปันพระกิตติคุณแล้วเท่านั้น

4. ในปีนี้ฉันได้ให้ศักยภาพชีวิตแต่ละด้านกี่เปอร์เซ็นต์ของที่ฉันมีในปีนี้สำหรับงานของพระเจ้า? (เช่น เวลา ตะลันต์ความสามารถ เงินทอง สิ่งของ โอกาส ฯลฯ แต่ละด้านฉันได้ให้เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ที่ฉันมีในปีนี้) 

ที่ให้คิดแต่ละอย่างเป็นเปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่มีเพราะ ในแต่ละปีเรามีสิ่งเหล่านี้ไม่เท่ากันเช่น ด้านการเงิน เราได้ให้เงินกี่เปอร์เซ็นต์ของที่เราได้รับในปีนี้สำหรับงานของพระเจ้า เราไม่ใช้การเปรียบเทียบว่าเราให้เงินมากหรือน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเพราะ ในปีนี้เราอาจจะมีรายได้มากกว่าหรือน้อยกว่าปีที่แล้วก็ได้

5. ในปีที่ผ่านมา คนในครอบครัวของฉัน (ภรรยา-สามี ลูก หรือคนที่อยู่ด้วยกันในครอบครัว) บอกว่าฉันมีชีวิตที่เป็นเหมือนพระคริสต์มากกว่าปีที่แล้วหรือไม่?

จิตใจของเราอาจจะเที่ยงตรงไม่พอ หรือมักหลอกลวงตัวเราเอง ดังนั้น เราจึงไม่ประเมินจากตนเองในเรื่องนี้ แต่ให้คนรอบข้างเป็นผู้ประเมิน นั่นจะเป็นการประเมินที่น่าจะเที่ยงตรงกว่า

6. ในปีที่ผ่านมา ฉันได้อธิษฐานเผื่อคนที่ฉันเข้าไม่ถึงมากขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เพราะฉันมุ่งมั่นในการอธิษฐานมากขึ้นหรือไม่?

คำถามนี้ได้สะท้อนถึงหัวใจการทำพันธกิจของฉัน กล่าวคือ การที่ฉันจะนำคนในครอบครัว และ คนในคริสตจักรของฉันอธิษฐานเผื่อคนที่คนอื่นไม่ค่อยอธิษฐานเผื่อ

7. สุขภาพกายของฉันดีขึ้นหรือเลวลงในปีที่ผ่านมา? 

การเอาใจใส่ต่อสุขภาพร่างกายก็เป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณต่อพระพักตร์พระผู้สร้าง   การละเลยหรือไม่ใส่ใจต่อสุขภาพร่างกายประเมินได้ว่าเรามีชีวิตที่เป็นพยานที่แย่ลง แสดงว่าเราไม่ใส่ใจและรับผิดชอบสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง และ ประทานแก่เรา

8. ในปีที่ผ่านมานี้ ศิษยาภิบาลของฉัน (หรือ สมาชิกคริสตจักรของฉัน ถ้าฉันเป็นศิษยาภิบาล) ได้กล่าวว่า  ฉันได้อุทิศทุ่มเท และรักคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายพระคริสต์หรือไม่?  

ในข้อนี้ก็เช่นกัน เราคงไม่ประเมินตนเองเพราะเกรงว่าการประเมินจะไม่เที่ยงตรง จึงให้ประเมินจากประสบการณ์และความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

9. ในปีที่ผ่านมามีความบาปอะไรที่เข้ามาครอบงำชีวิตของฉัน ที่ฉันยังไม่สามารถที่จะหลุดรอดออกมาได้? 

ถ้ามี ฉันจำเป็นที่จะต้องรีบปรึกษากับใครบางคน เพื่อสร้างความรับผิดชอบในชีวิตของฉันเพื่อให้มีชีวิตฉันเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าในปี 2021

10. มีอะไรที่ฉันต้องการทำให้สำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่ยังทำไม่สำเร็จ?

คำตอบที่ได้จากคำถามนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถใช้ในการวางเป้าหมายสำหรับปี 2021

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499




26 กันยายน 2561

คำถามสำหรับผู้ที่อยากเป็นผู้นำขององค์กรนี้!

1   ที่ริมฝั่งแม่น้ำของบาบิโลน เรานั่งลงและร่ำไห้   เมื่อระลึกถึงศิโยน
2   เราแขวนพิณของเราไว้   ที่ต้นปอปลาร์
3   เพราะที่นั่น ผู้คุมขอให้เราร้องเพลง   ผู้ทรมานเราสั่งให้เราร้องเพลงแห่งความยินดี
   พวกเขาพูดว่า “ไหนร้องเพลงแห่งศิโยนให้ฟังสักบทซิ!”
4   เราจะขับร้องบทเพลงขององค์พระผู้เป็นเจ้า   ในดินแดนต่างด้าวได้อย่างไร?
5   เยรูซาเล็มเอ๋ย หากเราลืมเจ้า   ขอให้มือขวาของเราลืมความชำนาญเถิด
6   ขอให้ลิ้นของเราเกาะติดเพดานปาก   หากเราลืมเจ้า
   หากเราไม่ได้ถือว่าเยรูซาเล็มเป็นสุดยอดแห่งความชื่นชมยินดี
7   ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงจดจำสิ่งที่ชาวเอโดมได้ทำในวันที่กรุงเยรูซาเล็มแตก
   พวกเขาโห่ร้องว่า “พังมันเลย”   “ทลายให้ถึงรากถึงโคนเลย!” (สดุดี 137:1-7 อมธ.)

สามประเด็นสำคัญที่สดุดีตอนนี้ได้ให้แก่เราคือ   ความใฝ่ฝันของผู้เขียน   เสียงร้องทูลต่อพระเจ้าของผู้เขียน  และ บทเพลงของผู้เขียน

ไม่น่าแปลกใจที่เป็นบทเพลงของผู้ที่มีจิตใจที่ขมขื่นและเจ็บปวด   เพราะบทเพลงนี้กลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งแห่งหัวใจของชาวยิวที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยศึกที่กรุงบาบิโลน  ที่ผู้ร้องเพลงนี้บอกว่าเขาไม่สามารถที่จะลืมกรุงศิโยนดินแดนแห่งบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาได้   ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาใฝ่ฝัน  หวัง และ ร้องทูลขอต่อพระเจ้าขอให้พวกเขาได้กลับไปสู่มาตุภูมิของเขาสักวันหนึ่ง

บทเพลงนี้มีประเด็นสำคัญยิ่งสำหรับผู้นำในปัจจุบัน   ที่ท้าทายท่านให้ตอบคำถามยิ่งใหญ่ที่สำคัญ ในฐานะที่ชุมชนคริสตจักรของเราเคยรุ่งโรจน์ มั่งคั่ง มั่นคง  และเคยคิดว่าจะยั่งยืน   แต่มาถึงวันนี้  องค์กรของเราตกต่ำย่ำแย่   ไม่แตกต่างอะไรกับที่ประเทศชุมชนคนยิวกำลังตกเป็นเชลยศึกในแผ่นดินบาบิโลนเลยนะครับ

ท่านจะตอบอย่างไรต่อคำถามที่ท้าทายต่อไปนี้จากผู้ประพันธ์เพลงสดุดีในแดนเชลยศึก?
·         ท่านผู้นำครับ   ทุกวันนี้ท่านกำลังใฝ่ฝันอะไรกันแน่?  หรือกำลังฝันหวานอะไรกันอยู่?   ถ้าท่านไม่มีความกลัวที่จะล้มเหลวท่านจะทำอะไรบ้าง?
·         ท่านผู้นำครับ   วันนี้ท่านกำลังร้องบทเพลงชีวิตที่มีเนื้อหาอะไรบ้าง?   ภาระความรับผิดชอบอะไรที่กระตุ้นให้ท่านมีความใฝ่ฝันที่ท่านต้องการมุ่งไปให้ถึงดวงดาวที่จะเป็นผู้นำขององค์กรนี้?
·         ท่านผู้นำครับ   วันนี้ท่านร้องทูลต่อพระเจ้าว่าอะไร?   อะไรคือเนื้อหาของคำทูลต่อพระเจ้า?     อะไรที่จะเป็นสาเหตุให้ท่านเกิดความชื่นชมยินดีในชีวิตท่าน?

ท่านผู้นำทุกระดับ   ท่านจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนและจริงใจ  เพราะท่านกำลังตอบโดยตรงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า  และ ต่อหน้าประชากรของพระองค์   ท่านตอบว่าอะไรครับ? 

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499