แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไหม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไหม แสดงบทความทั้งหมด

15 สิงหาคม 2557

คุณเคย “ชิม” พระเจ้าไหม?

เชิญชิมดูแล้วจะรู้ว่า  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแสนดี (สดุดี 34:8  อมต.)

ผู้เขียนสดุดีตอนนี้ใช้คำว่า “ชิม” เป็นการเปรียบเทียบ
มิได้หมายความว่าพระเจ้าเป็นอาหาร  และก็มิได้หมายความว่าให้เรา “ลองดู”
ผู้เขียนสดุดีตอนนี้กล่าวเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า
ให้เขาเข้ามา “ชิมดู” แล้วจะรู้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแสนดี” ต่อชีวิตของเขา
ให้เขา “วางใจ” การทรงปกป้องของพระองค์ แล้วจะพบว่า “ชีวิตได้รับพระพร”

ผู้เขียนสดุดีตอนนี้กล่าวถึง พระพรหรือความสุขที่มาจากพระเจ้ามี 2 ส่วนสำคัญคือ
ส่วนแรก  พระเจ้าทรงพร้อมที่จะกระทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของเรา
ส่วนที่สอง  เราต้องเต็มใจที่จะ “ชิม”  คือเปิดชีวิตเพื่อมีประสบการณ์ตรงกับพระเจ้า

พระราชกิจที่พระองค์พร้อมกระทำในชีวิตของผู้ “วางใจ” (ชิม) คือ...
การทรงช่วยกู้ให้พ้นหรือหลุดรอดออกจากอำนาจแห่งความกลัวทั้งสิ้น (ข้อ 4)
พระเจ้า “ฟัง” และ “ช่วยกู้” เราจากความยากลำบากทั้งสิ้น (ข้อ 6)
พระเจ้าปกป้อง และ ช่วยกู้เราจากอำนาจชั่ว และ สถานการณ์ที่เลวร้าย (ข้อ 7)
พระเจ้าทรงกระทำสิ่งที่ดีและประทานความสุขหรือพระพรในชีวิตของเรา (ข้อ 8)
พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับเรา (ข้อ 9)
พระเจ้าเฝ้าดู และ ฟังคำทูลของเรา (ข้อ 15)
พระองค์ทรงไถ่ถอนเราออกจากอำนาจความบาปผิด เพื่อเราจะมีเสรีในพระองค์ (ข้อ 22)

ในส่วนของเรา ต้องเต็มใจที่จะ “ชิม” คือไว้ใจ เพื่อมีประสบการณ์กับพระราชกิจของพระองค์
เราจริงใจในการแสวงหาพระองค์ (ข้อ 4, 10)
เราร้องทูลต่อพระองค์ในทุกวิกฤติชีวิตของเรา (ข้อ 6, 17)
เรา “ชิม”  คือวางใจในพระองค์ (ข้อ 8)
เรามีจิตใจที่ “ยำเกรง” พระองค์ (ข้อ 9)
เราระมัดระวังและควบคุมการการสื่อสารความสัตย์จริงของเราต่อคนอื่น (ข้อ 13)
เราควบคุมพฤติกรรมชีวิตของเราให้ละทิ้งความชั่ว กระทำความดี และใฝ่หาสันติภาพ (ข้อ 14)
เรามีจิตใจที่ถ่อมลงต่อพระพักตร์พระองค์ในการดำเนินชีวิต (ข้อ 18)
เมื่อเราได้รับการทรงไถ่  เราจึงเป็น “ผู้รับใช้พระองค์”  เพราะเราเป็นของพระองค์ (ข้อ 22)

ด้วยเหตุนี้เองที่ผู้ประพันธ์สดุดีตอนนี้จึงกล่าวว่า “พระเจ้านั้นแสนดี”
เราจึงไว้วางใจในพระองค์ได้   เพราะพระองค์แสนดี
เราจึงวางชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์  เพราะพระองค์แสนดี
พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงความวุ่นวายโกลาหล  ให้เกิดกลายเป็นระบบระเบียบ
พระองค์ทรงกระทำให้สภาพชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อของอำนาจบาปชั่ว ให้ได้รับสันติสุขในพระองค์
พระองค์ทรงกระทำการที่แสนดี  ท่ามกลางสภาพที่สับสนอลหม่าน

วันนี้   ให้เราวางใจในพระเจ้าที่ทรงกระทำสิ่งที่แสนดี
พระเจ้าองค์เดียวกันนี้แหละที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเยซูคริสต์
ที่ทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เพราะทั้งสองต่างกระทำการที่แสนดีเพื่อเรามนุษยชาติ
เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเยซูคริสต์ได้   เพราะเรากระทำสิ่งที่แสนดีเยี่ยงพระองค์

ในฐานะที่เราเป็นบุตรของพระองค์  เป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า
ให้เราไว้วางใจพระองค์ด้วยการกระทำสิ่งที่แสนดีในชีวิตประจำวันวันนี้
ให้เราอยู่ใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์ด้วยการกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่แสนดีร่วมไปกับพระองค์

วันนี้จงวางใจพระองค์...
เพราะพระองค์เคียงข้างและหนุนเสริมเราให้กระทำสิ่งที่แสนดีร่วมไปกับพระองค์

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

06 มกราคม 2557

ท่านอยากได้รับเกียรติยศและศักดิ์ศรีไหม?

ความสุขุมรอบคอบจะทำให้คนเราอดทน
และเกียรติยศของเขา  คือการให้อภัยความผิดของคนอื่น
                                                                                      (สุภาษิต 19:11 อมต.)

เมื่อเรายอมที่จะมองข้ามความผิดแล้วให้อภัยต่อคนอื่น   เรากำลังสะท้อนชีวิตตามพระฉายาของพระเจ้าที่ทรงให้อภัยความบาปผิดแก่เราเองเป็นพิเศษ

8 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาและทรงพระคุณ
ทรงพระพิโรธช้าและเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง

9 พระองค์จะไม่ทรงกล่าวโทษอยู่เสมอ
หรือทรงพระพิโรธเป็นนิตย์

10 พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำแก่เราอย่างสาสมกับบาปของเรา
หรือลงโทษอย่างสาหัสอย่างสาสมกับความชั่วช้าของเรา
(สดุดี 103:8-10 อมต.)

ในช่วงเวลาเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่   ท่านอาจจะมีประสบการณ์ของ “การได้รับ” ในหลายสิ่งหลายอย่าง   ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ท่านชอบ   อาหารที่อร่อย   งานเลี้ยงที่หรูหรา   ของขวัญที่ถูกใจ  แต่บทความนี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับในทำนองนี้  

แต่เรากำลังพูดถึงประสบการณ์ของการได้รับ “เกียรติยศ และ ศักดิ์ศรี” ในการดำเนินชีวิต
คริสตชน

ในทุกเทศกาลปีใหม่   เรามักจะตั้งปณิธานและรายการที่เราตั้งใจจะทำ  หรือ  รายการปณิธานสภาพชีวิตที่เราต้องการจะเป็นใช่ไหมครับ?   ท่านมีโอกาสถามเพื่อนสนิท  หรือ  คนใกล้ชิด  หรือแม้แต่คนข้างตัว  และตัวของเราเองว่า  

ปณิธานชีวิตของเราปีนี้คืออะไร?   ได้เริ่มต้นลงมือทำสู่ความสำเร็จแล้วหรือยัง?
แต่ผมคาดว่า มีเพียงไม่กี่คนกระมังที่ตั้งปณิธานปีนี้ว่า  

“ฉันจะ ‘มองข้าม’ แล้ว ‘ให้อภัย’ ความผิดของคนอื่น”  ในปีนี้!

โปรดสังเกตว่า   ผู้เขียนพระธรรมสุภาษิตได้ชี้แจ้งแก่เราว่า   เมื่อเรายอมที่จะมองข้ามและอภัยความผิดของคนอื่น   การทำเช่นนั้นได้นำเอาศักดิ์ศรีและเกียรติยศมาให้แก่เรา   เราได้รับประสบการณ์ของการได้รับ   และที่เราได้รับเกียรติยศที่สำคัญในชีวิตเพราะการที่เราสะท้อนภาพชีวิต(พระฉายา)การทรงอภัยโทษที่พระเจ้าให้แก่เรา   เฉกเช่นที่พระองค์ทรงได้รับเกียรติยศยกย่องเพราะพระองค์ทรงเมตตาอภัยโทษแก่คนที่กระทำความบาปผิด

ท่านต้องการได้รับเกียรติยศและศักดิ์ศรีในชีวิตของท่านไหม?

ด้วยความอดทนของเรา และ ยอมที่จะมองข้ามและให้อภัยความผิดของผู้อื่น   เรากำลังมีชีวิตที่ทำให้เกิดการยกย่องสรรเสริญพระนามของพระเจ้าองค์สูงสุดบนแผ่นดินโลกนี้   เพราะ...

เรากำลังนำผู้คนให้เข้าใกล้ชิดสนิทรู้จักกับองค์พระผู้เป็นเจ้า  

เรากำลังดำเนินชีวิตที่รักเมตตากรุณาตามแบบอย่างของพระคริสต์  

เราเป็นผู้สร้างสันติและการคืนดี  

เรากำลังนำผู้คนให้เข้าไปอยู่ภายใต้การครอบครองในแผ่นดินของพระเจ้า

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499