แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด

13 พฤศจิกายน 2562

เราไปทำอะไรกันที่คริสตจักรในวันอาทิตย์?

อ่าน ฟิลิปปี 3:10-14

เราเคยนั่งลงตรึกตรอง ทบทวนตนเองบ้างไหมว่า... เราไปคริสตจักรในวันอาทิตย์ทำไมกัน? แต่ก่อนที่จะถามคำถามข้างต้นนี้ เราน่าจะถามตนเองก่อนว่า เราแต่ละคนมีนิมิต มีวิสัยทัศน์อย่างไรบ้างเกี่ยวกับคริสตจักรที่เราไปร่วมในวันอาทิตย์?

สำหรับผมส่วนตัว ผมไม่มีวิสัยทัศน์แบบต้องการเห็นคริสตจักรมีที่นั่งจำนวนมากสำหรับคนที่มาในวันอาทิตย์ และก็ไม่ใช่อยากจะเห็นคนมาล้นโบสถ์จนที่นั่งไม่พอสำหรับคนที่มา ไม่ใช่คริสตจักรของเรามีเครื่องอำนวยความสะดวกทันสมัย ติดแอร์  มีโปรเจคเตอร์ที่ทันสมัย มีชุดเครื่องดนตรีที่ราคาแพง มีที่จอดรถกว้างขวาง มีสุสานฝังศพของคริสตจักรเอง ฯลฯ

สิ่งข้างต้นเหล่านี้ ไม่ใช่วิสัยทัศน์ หรือ นิมิต คริสตจักรในวันอาทิตย์ของผม!  

แต่...ผมมีนิมิต/วิสัยทัศน์ว่า...

คริสตจักรของเรามีชีวิตอยู่เพื่อช่วยผู้คนให้...
รู้จักพระเจ้า
พบความเป็นไท/เสรีในชีวิต
ค้นพบพระประสงค์ในชีวิตของตน และ
มีชีวิตที่แตกต่างจากเดิมเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

คริสตจักรของเรามิได้มีชีวิตอยู่เพื่อมีคริสตจักรที่สวยงาม หรือ ใหญ่โตขึ้น แต่เป็นคริสตจักรที่เติบโต แข็งแรงขึ้นด้วยการมุ่งเน้นเสริมสร้างสมาชิกแต่ละคนในคริสตจักรให้เติบโต แข็งแรง และมีสุขภาพทุกมิติที่สมบูรณ์ ด้วยการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรมในชีวิตประจำวันของสมาชิกแต่ละคน

เมื่อผู้คนมาร่วมในคริสตจักรในวันอาทิตย์ สิ่งที่เราคาดหวังจากการทำพันธกิจของคริสตจักรคือ
  • รู้จักพระเจ้า:  เสริมสร้างการนมัสการพระเจ้าที่ทำให้ผู้เข้าร่วมมีประสบการณ์ตรงที่ได้รับการสัมผัสจากพระเจ้า และต้องการเข้ามาร่วมในการนมัสการพระเจ้าอีก อีกทั้งเชิญชวนคนใหม่เข้ามาร่วมเพิ่ม  เพื่อให้คนใหม่มีประสบการณ์ตรงถึงพระราชกิจของพระเยซูคริสต์ในชีวิตของตน และ ชีวิตที่ร่วมกัน
  • พบกับเสรีในชีวิตประจำวัน: คริสตจักรช่วยให้ทุกคนที่เข้ามาร่วมในคริสตจักรได้มีโอกาสเข้าร่วมในกลุ่มเล็ก  เพื่อเป็นที่ที่จะช่วยแต่ละคนให้มีชีวิตที่เป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้นทุกวัน   เติบโตในชีวิตที่เป็นไทจากอำนาจแห่งความบาปชั่ว และ ความฉีกขาดแตกหักในชีวิตของแต่ละคน ไปสู่ชีวิตใหม่ใต้ร่มพระคุณของพระคริสต์   
  • ค้นพบเป้าหมายในชีวิตของตน: นอกจากการเสริมสร้างให้ผู้คนมีชีวิตที่เป็นสาวกของพระคริสต์แล้ว คริสตจักรยังต้องมีการติดตาม หนุนเสริม ให้การดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้มุ่งสู่เป้าหมายชีวิตของตนตามพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งนำไปสู่การเติบโตในชีวิตการเป็นสาวกพระคริสต์ขั้นต่อ ๆ ไป
  • เกิดความแตกต่างในชีวิตจากเดิม: คริสตจักรเสริมสร้างแต่ละคนให้ร่วมรับใช้ในทีมงานต่าง ๆ ของคริสตจักร ตามความสามารถ ของประทานที่มีในชีวิตแต่ละคน และคริสตจักร “ส่ง” ทุกคนออกไปให้ดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน ด้วยการสานต่อพระราชกิจต่อจากพระคริสต์ในพื้นที่ชีวิตของตน
  • เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า: การดำเนินชีวิตประจำวันของสมาชิกแต่ละคนมุ่งมั่นที่จะถวายพระเกียรติทั้งสิ้นแด่พระเจ้า และในวันอาทิตย์เป็นโอกาสที่แต่ละคนจะเข้ามาในคริสตจักรที่จะขอบพระคุณ และ ถวายพระเกียรติในพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทำในชีวิตและผ่านชีวิตของสมาชิกคริสตจักรแต่ละคน


ดังนั้น  บทบาทในฐานะศิษยาภิบาล จึงเป็นทั้ง “ผู้นำและผู้เลี้ยง”  เป็นผู้ดูแล กำกับ จัดการชีวิตคริสตจักรที่พระคริสต์ทรงมอบหมายให้ศิษยาภิบาล เลี้ยงดู และรับผิดชอบ บ่มเพาะและขยายนิมิต/วิสัยทัศน์ และเป็นผู้ริเริ่มหนุนเสริมให้สมาชิกแต่ละคนขับเคลื่อนตามย่างก้าวตามนิมิต/วิสัยทัศน์ที่กำหนดให้บรรลุสำเร็จ ด้วยการเสริมสร้างสมาชิกคริสตจักรแต่ละคนให้มีชีวิตที่เติบโตขึ้นในพระคริสต์ แล้วเสริมสร้างให้เรียนรู้และมีทักษะความสามารถในการสานต่อพระราชกิจของพระคริสต์ในโลกนี้

ทีมงาน  คณะธรรมกิจ ทีมผู้นำผู้รับใช้จะร่วมการบริหารจัดการขั้นตอนก้าวเดินมุ่งสู่ความสำเร็จตามนิมิตหมายตามที่ได้ร่วมกันกำหนด พวกเขามิเพียงทำพันธกิจร่วมกันเท่านั้น แต่ทุกคนในทีมงานร่วมกันเสริมสร้าง และ หนุนเสริมทุกคนในคริสตจักรรักกันและกัน และขับเคลื่อนพระราชกิจของพระคริสต์อย่างรับผิดชอบตามแผนงานพันธกิจที่ได้กำหนดร่วมกัน

คริสตจักรจะเติบโต เข้มแข็ง และ เกิดผลในชีวิต  ก็ต่อเมื่อ...
สมาชิกคริสตจักรแต่ละคนเติบโต เข้มแข็ง และ เกิดผลในชีวิต  และ
สมาชิกเป็นผู้ขับเคลื่อนชีวิตและพันธกิจคริสตจักรไปสู่นิมิตที่ชัดเจนเดียวกัน

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499


30 เมษายน 2559

อะไรเป็นเป้าหมายของสามัคคีธรรมในวันอาทิตย์?

ในฐานะศิษยาภิบาล  ผู้นำ  แกนนำคริสตจักร และ ในฐานะที่เป็นคริสตชนคนหนึ่ง   ท่านคิดและเข้าใจว่า เรารวมตัวกันที่คริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อจุดประสงค์อะไร?   เราคงมีคำตอบที่หลากหลายแตกต่างกันไป   บ้างก็ตอบว่า...

เรามาที่คริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อที่จะสรรเสริญพระเจ้า  เฉลิมฉลองขอบพระคุณพระองค์

เรามาคริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อที่จะได้พบปะพี่น้องความเชื่อเดียวกัน   มีโอกาสหนุนจิตชูใจกัน

เรามาคริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อที่จะรับใช้พระเจ้าในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่เราได้รับมอบหมาย และ ตามของประทานและความสามารถของเรา

เรามาคริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อที่จะร่วมในการประกอบศาสนพิธีที่สำคัญของคริสตจักร   ดังนั้น ในวันอาทิตย์สำคัญ ๆ ทางคริสต์ศาสนา เช่น คริสต์มาส  อิสเตอร์  วันอาทิตย์ที่พิธีมหาสนิท จะมีคนมาร่วมมากเป็นพิเศษ เป็นต้น

สำหรับผมส่วนตัวแล้ว   เป้าประสงค์ของการที่เรามาร่วมกันในวันอาทิตย์ที่คริสตจักรก็เพื่อที่พบปะเพื่อนหนุนเสริมเพิ่มพลังความเชื่อแก่กันและกันในชีวิตการเป็นสาวกของพระคริสต์   กล่าวแบบตรงไปตรงมาก็คือ  เรามาเพื่อที่จะเสริมสร้างกันและกันให้มีชีวิตที่เป็นเหมือนพระคริสต์มากยิ่ง ๆ ขึ้น หรือที่เราเรียกการกระทำนี้ว่า “สร้างสาวกของพระคริสต์”

แต่อย่างไรก็ตาม   ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า   การพบปะสามัคคีธรรมในวันอาทิตย์ของคริสตจักรที่จะให้เกิดการบ่มเพาะ เสริมสร้าง ให้สมาชิกคริสตจักรเป็น “สาวกของพระคริสต์” นั้น   เพียงการเข้าร่วมนมัสการพระเจ้าร่วมกันในโบสถ์อาทิตย์ละครั้งดูจะไม่น่าไปถึงเป้าหมายได้   เพราะในการนมัสการมักเป็นการสื่อสารทางเดียว   ขาดโอกาสที่จะสะท้อนคิดถึงประสบการณ์ชีวิตที่ประสบพบเจอมาตลอดสัปดาห์  ขาดโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน   ขาดโอกาสที่จะรับใช้หนุนเสริมกันและกัน   ด้วยเหตุนี้ การที่สมาชิกมาคริสตจักรในวันอาทิตย์เพื่อร่วมในการนมัสการพระเจ้าเท่านั้น   จึงเป็นที่มาของ “คริสตจักรถุงก้นรั่ว”   (ผู้เชื่อจำนวนเพิ่มขึ้นแต่ก็อยู่ไปสักพักแล้วก็เงียบหายไป)

หนทางหนึ่งที่จะใช้การพบปะสามัคคีธรรมของสมาชิกคริสตจักรในวันอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของการเสริมสร้างสมาชิกคริสตจักรให้เป็นสาวกของพระคริสต์   เพื่อที่สมาชิกแต่ละคนจะกลับเข้าไปสู่ครอบครัว และชุมชน/สังคมเพื่อสำแดงชีวิตแบบพระคริสต์มากยิ่งขึ้นนั้น   คริสตจักรควรจะจัดให้มี “กลุ่มเล็ก” หรือ การจัดการให้มีกลุ่มคนที่ไม่มากเกินไปประมาณ 3-12 คน   ที่จะพบปะอย่างไว้วางใจกันและกัน  รับฟังซึ่งกันและกัน   เสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ให้สนิทชิดเชื้อจนกล้าที่จะแบ่งปันประสบการณ์ และ ประเด็นชีวิตส่วนตัวที่ต้องเผชิญแก่กันละกัน   แล้วร่วมกันค้นหาและเรียนรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตประจำวันของกันและกัน   มีส่วนหนุนเสริมรับใช้กันและกัน   ความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้มิใช่มีเพียงในกลุ่มเล็ก 1-2 ชั่วโมงในวันอาทิตย์เท่านั้น   แต่เป็นความสัมพันธ์ ห่วงใย เอื้ออาทรที่สานต่อไปในทุกวันตลอดสัปดาห์ที่จะมาถึงด้วย

การเสริมสร้างชีวิตสาวกพระคริสต์จะเกิดขึ้นก็เพราะ “ความสัมพันธ์” ในชีวิตที่มีต่อกันและกัน   มิใช่อยู่ที่ข้อมูลความรู้ หรือ หลักการที่ท่องบ่นจดจำกันได้เท่านั้น   แต่เป็นการไว้เนื้อเชื่อใจกันจนสามารถแบ่งปันว่า ในชีวิตประจำวันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา  พระเจ้าทรงกระทำอะไรบ้างในแต่ละวัน   ทั้งชีวิตที่พบกับความชื่นชมยินดี และ ในความห่วงวิตก หรือ ความขัดข้องใจในวิกฤติชีวิตที่ต้องประสบ   เป็นโอกาสที่จะร่วมกันแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้า  และใช้พระกิตติคุณของพระคริสต์ในการตอบโจทย์ชีวิตที่แต่ละคนต่างต้องพบประสบเผชิญหน้า   เป็นโอกาสที่คนในกลุ่มเล็กจะใส่ใจและรับใช้กันและกัน   และด้วยกระบวนการนี้เป็นการเสริมสร้างให้สมาชิกในกลุ่มเกิดการเสริมสร้างชีวิตของกันและกัน

สิ่งสำคัญคือ...  คริสตจักรต้องเน้นย้ำให้ความสำคัญว่า   การเสริมสร้างชีวิตสมาชิกให้เป็นสาวกของพระคริสต์เป็นเป้าหมายอันดับแรกที่คริสตจักรต้องเอาจริงเอาจัง   มิสามารถที่จะละเลยและมองข้าม

ทำไมต้องใช้กระบวนการกลุ่มเล็กในการเสริมสร้างสมาชิกให้เป็นสาวกพระคริสต์?
  1. ถ้าคริสตจักรต้องการแก้ไขอาการ “คริสตจักรถุงก้นรั่ว” การปกป้องรักษาผู้คนที่มาเชื่อในคริสตจักรไม่ให้ “หลุดหาย” ไป   คริสตจักรจำเป็นจะต้องสร้างสมาชิกให้เป็นสาวก  ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมีกลุ่มเล็กเพื่อการเสริมสร้างสาวกในคริสตจักร
  2. เพราะคริสตจักรต้องการเอาใจใส่ทุกชีวิตที่เข้ามาร่วมในคริสตจักร   และเป็นความจริงว่า ถ้าผู้คนมาคริสตจักรแล้วเขาไม่รู้สึกว่า “เขาได้รับอะไรในชีวิต”   โอกาสที่เขาจะไม่มาร่วม  จนถึงหลุดหายไปย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
  3. ในกลุ่มเล็ก เป็นโอกาสที่เกิดการสร้างเสริมกันและกันในการรับใช้   การรับใช้เป็นรากฐานของการเกิดความรู้สึกของสมาชิกแต่ละคนว่า ตนเป็นผู้ที่มีคุณค่า   เป็นการเสริมสร้างความหมายในชีวิตของสมาชิกคนนั้นๆ
  4. ทำให้เกิดโอกาสในการติดตามหนุนเสริมกันและกันในวันอื่น ๆ ตลอดสัปดาห์   กลุ่มเล็กกลายเป็นกลุ่มความสัมพันธ์ที่เอาใจใส่ชีวิตของกันและกันแม้ในเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
  5. โดยกระบวนการกลุ่มเล็กนี้   เป็นกระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำของกันและกัน   และ เสริมสร้างการเป็นสาวกของพระคริสต์แก่กันและกันด้วย
  6. กลุ่มเล็กเป็นโอกาสที่เราจะได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและกิจการงานที่ทำในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา    ทำให้เกิดการชื่นชมกันและกัน   และในเวลาเดียวกันเป็นโอกาสที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่แต่ละคนห่วงกังวล หรือ วิกฤติที่เผชิญ   ทำให้มีเวลาที่จะรับฟังกันและกัน   ตลอดจนการหนุนเสริมให้กำลังแก่กันและกัน  ทั้งร่วมกันอธิษฐานเพื่อแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าในเรื่องนั้น ๆ ร่วมกัน   และนี่ก็เป็นการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยามวิกฤติแก่กันและกันด้วย
  7. กลุ่มเล็กเป็นโอกาสที่จะแสวงหาว่า  สมาชิกกลุ่มจะทำสิ่งที่ต่อยอดจากความสำเร็จที่ผ่านมาแล้วอย่างไร   เพราะมิเช่นนั้นแล้วเมื่อผู้คนทำอะไรที่ประสบกับความสำเร็จแล้วมักคิดว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว   และอาจจะเกิดภาวะหยุดทำต่อได้


คริสตจักรเป็นชุมชนของผู้เชื่อ  ที่ศิษยาภิบาล ผู้นำ และ แกนนำคริสตจักรกระตุ้น หนุนช่วยให้สมาชิกคริสตจักรมีชีวิตที่เป็นสาวกของพระคริสต์มากยิ่ง ๆ ขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน   และเราเรียนรู้จากพระคริสต์ว่า แนวทางในการสร้างสาวกเริ่มต้นที่การวางรากฐานความสัมพันธ์   การดำเนินชีวิตที่เป็นตัวอย่างตามคำสอนและตามแบบอย่างชีวิตของพระคริสต์   แล้วพระองค์ส่งพวกเขาออกไปสร้างสาวกต่อเนื่อง

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

05 พฤษภาคม 2554

คริสเตียนวันอาทิตย์?

ถ้ามีใครถูกตีตราว่าเป็นคริสเตียนคริสต์มาส เราก็ตีความได้ทันทีว่าเป็นคริสเตียนที่มานมัสการพระเจ้าในวันคริสต์มาสเท่านั้น

แต่ถ้า...มีคนตีตราว่า คนนั้นคนนี้เป็นเป็นคริสเตียนวันอาทิตย์ เราเข้าใจว่าคนๆ นั้นเป็นคนเช่นไร?
แน่นอนว่า ...สิ่งแรกเขาคนนั้นจะต้องเป็นคนที่มาโบสถ์เป็นประจำในทุกวันอาทิตย์
เขาเป็นคนที่เคร่งครัด... เก็บวันอาทิตย์ไว้สำหรับพระเจ้า ไว้สำหรับงานพันธกิจในคริสตจักร
วันอาทิตย์เป็นวันที่เขาจะหยุดพัก เป็นวันสำหรับนมัสการพระเจ้า

ผู้ปกครอง มหาเดช รวีวัน (นามสมมติ) ทุกคนในโบสถ์รู้ว่า นอกจากที่เขาเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงแล้ว ท่านยังเป็นผู้ปกครองที่ถวายชีวิตและถวายทรัพย์เพื่องานของพระเจ้าในคริสตจักรที่ท่านเป็นสมาชิก

ผป. มหาเดช รวีวัน จะมาร่วมพันธกิจในทุกวันอาทิตย์ นอกจากอาทิตย์ที่ไม่สบาย ท่านเป็นผู้สอนในชั้นเรียนพระคัมภีร์ของอนุชน นำนมัสการพระเจ้าในเช้าวันอาทิตย์ บางครั้งก็เทศนาด้วย ถ้าคริสตจักรต้องการสิ่งของเครื่องใช้ใดๆ หรือต้องก่อสร้างอาคารหรือสิ่งต่างๆ ท่านจะไม่เคยพลาดในการมีส่วนร่วม

ผป.มหาเดช รวีวัน เป็นคนที่สมาชิกในคริสตจักรชื่นชอบ และ พึ่งหวัง เป็นคนที่ผู้คนในโบสถ์ชื่นชม และ เลื่อมใสนับถือ เป็นคนที่เอาใจใส่และกระตือรือร้น
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผป.มหาเดช วีรวัน เป็นคริสเตียนที่คริสตจักรคาดหวังและไว้ใจได้

ในวันจันทร์
ผู้คน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้องในบริษัทที่เขาบริหารจัดการต่างรู้จักเขาอย่างดีและฝังใจ
เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง รู้จักมักคุ้น ผป.มหาเดช วีรวัน อย่างเต็มอกว่า เขามีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนพฤติกรรมคริสเตียน อย่างที่เขามีที่โบสถ์ในวันอาทิตย์

ผป.มหาเดช วีรวัน เป็นผู้บริหารที่กล้าลุย...ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดีและควรกระทำ
แต่เขากลับกล้าลุยเพื่อตนเอง... เขาเห็นแก่ตัว

ผป.มหาเดช วีรวัน เป็นผู้บริหารที่มีความคิดที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว... ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีถูกต้อง
แต่เป็นการมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม กลโกงที่ซ่อนเร้น

ผป.มหาเดช วีรวัน เป็นผู้บริหารที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ...ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีน่านับถือ
แต่เป็นการมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ให้ตนเองจะอยู่หน้าโดดเด่น และตั้งใจทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง

ผป.มหาเดช วีรวัน เขาเป็นแค่คริสเตียนวันอาทิตย์
เขาเป็นคริสเตียนในวันอาทิตย์ที่โบสถ์เท่านั้น

เปาโลเขียนจดหมายฉบับที่สองถึงคริสเตียนในเมืองโครินธ์ เพื่อเตือนให้คริสเตียนที่นั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง “ไม่เพียง(แต่)ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ในสายตาของคนทั้งปวงด้วย”(อมตธรรม, คำในวงเล็บผู้เขียนเพิ่มเติม)

ทุกวันนี้... เราเป็นคริสเตียนวันอาทิตย์เท่านั้น หรือ เป็นคริสเตียนทุกวัน เพื่อตอบสนองการทรงเรียกอันสูงส่งขององค์พระผู้เป็นเจ้า?

เพราะเราพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง
ไม่เพียงในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า
แต่ในสายตาของคนทั้งปวงด้วย
(2โครินธ์ 8:21 อมตธรรม)

สะท้อนคิดจากการฟังรายการของ Howard E. Butt, Jr.
เรื่อง Sunday, Sunday