แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบลักษณะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบลักษณะ แสดงบทความทั้งหมด

24 มิถุนายน 2562

สิบลักษณะผู้นำ “เพื่อตนเอง” (มิใช่เพื่อคนอื่น)

“ผู้นำ” มี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ผู้นำที่รับใช้ตนเอง และ ผู้นำที่รับใช้คนอื่น ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นผู้นำในคริสตจักร ในสถาบัน ในองค์กร ในบริษัท หรือ ในองค์กรการกุศล ในองค์กรการกีฬา หรือ แม้แต่ในชั้นเรียน  

ต่อไปนี้คือ 10 ลักษณะของ “ผู้นำเพื่อตนเอง”  ที่มิใช่ผู้นำเพื่อคนอื่น

  1. เป็นผู้นำที่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร
  2. เป็นผู้นำที่ไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้อื่น
  3. เป็นผู้นำที่โพนทะนาถึงความเสียสละของตนที่มาเป็นผู้นำของพวกเขา (ทั้งด้วยตนเอง หรือ ผ่านลูกน้องผู้จงรักภักดี)
  4. เป็นผู้นำที่เลือกสิ่งที่สำคัญสุด เลือกกระบวนการ เลือกคน  ตามที่ตนเองเห็นสำคัญ  มากกว่าที่จะพิจารณาร่วมกับเหตุผล หลักฐาน ความคิดของคนอื่น ๆ ในทีมงาน/องค์กร
  5. เป็นผู้นำที่มิได้อยู่ร่วมใกล้ชิด และ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมงาน ดังนั้น เมื่อคนในทีมงานเกิดความจำเป็นต้องการที่สำคัญในชีวิต ผู้นำคนนั้นจึงไม่รู้ และ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือหนุนเสริม
  6. เป็นผู้นำที่เลือกทำในสิ่งที่ง่ายสำหรับตน และเลือกที่จะทำในสิ่งที่เขาจะต้องเสียค่าใช้จ่าย/ผลประโยชน์ของตนน้อยที่สุด
  7. เป็นผู้นำที่ไม่ใส่ใจ/สนใจที่จะอธิษฐานเผื่อทีมงานของตนเอง
  8. เป็นผู้นำที่แสวงหาส่วนที่ตนและพรรคพวก “ที่จะได้”  มากกว่าที่ตนแลพรรคพวก “ที่จะให้” แก่องค์กร หรือ คนอื่น
  9. เป็นผู้นำที่เฉลิมฉลองชัยชนะของตนเอง แต่กลับพลาดจากเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดของทีมงาน หรือ องค์กร
  10. เป็นผู้นำที่เวลาสนทนา ปราศรัย บรรยาย จะใช้คำสรรพนามแบบเน้นถึงตนเองเป็นศูนย์กลางบ่อย หรือ เสมอ เช่น ผมคิดว่า,  ดิฉันเห็นว่า, ฉันเป็น..., ผมเป็นคนทำ...,  ...ของผม, และ ฯลฯ
  11. ของแถมท้ายครับ...ผู้นำคริสตชนควรระมัดระวังอย่างมากเป็นพิเศษ เราต้องไวต่อสิ่งเหล่านี้ข้างต้น เพราะเราอาจจะเป็นผู้นำที่ “หลงตัวเองทางจิตวิญญาณ”  แล้วใช้คำใหญ่ ๆ ทางความเชื่อ ทางจิตวิญญาณอย่างผิดพลาดคลาดเคลื่อน และใช้คำเหล่านี้อย่างไม่เหมาะสม เช่น “การทรงเรียก” “ผู้ดูแลรับผิดชอบที่ดี (ผู้จัดการที่ดี)” “การรับใช้” ในนามของความปรารถนาที่เห็นแก่ตัว!


ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499

26 กรกฎาคม 2556

สิบลักษณะศิษยาภิบาลที่ปนเปื้อน?

เมื่อไม่นานมานี้   ผมมีโอกาสสนทนาพูดคุยกับเพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำงานเป็นศิษยาภิบาล   เพื่อนศิษยาภิบาลท่านหนึ่งท้าทายผมขึ้นว่า   เท่าที่เดินทางพบปะกับผู้คนทั้งในคริสตจักรและในชุมชน   ขอช่วยประมวลสรุปออกมาได้ไหมว่า   ผู้นำผู้อภิบาลที่พบมาถ้าจะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ   พอจะแบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง?   ผมน้อมรับคำท้าทายนั้นด้วยความสนใจ   พอดีได้ไปอ่านบทความของ David Murray  อาจารย์สอนพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมในพระคริสต์ธรรม Puritan Reformed Theological Seminary  ดูน่าสนใจ  เลยนำมาเรียบเรียงเขียนใหม่แบ่งปันกันอ่านเล่นๆ ไปพลางๆ ก่อนนะครับ

ศบ. เฉยเมย

ท่านเป็นศิษยาภิบาลและผู้นำไม่ขยับเขยื่อนก้าวไปไหนเลย   ถ้าเป็นตัวสนุ้กมีแต่รอให้ผู้เล่นแทงลูกอื่นให้มากระทบตน หรือ แทงตนให้ไปกระทบคนอื่น   ถ้าสถานการณ์ในคริสตจักรราบเรียบไร้คลื่นลมเป็นสิ่งที่ท่านศิษยาภิบาลประเภทนี้ปรารถนามากที่สุด   และถ้าเขาสามารถรักษาสถานภาพจำนวนสมาชิกในคริสตจักรให้ลดน้อยลงช้าที่สุดเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างมาก

ศบ. เผด็จการ

ถ้า ศบ.เฉยเมยเป็นเหมือนลูกสนุ้ก   ศบ. เผด็จการก็เป็นไม้คิวสนุ้ก   เขาเป็นศิษยาภิบาลที่ไม่หลบหลีกความยากลำบากที่มีรอบตัวเขา   เขาผลักคนอื่นให้ออกไปจากเส้นทางของตนเอง   และผลักดันแผนงานของตนเองออกไปอย่างรุกรานก้าวร้าวโดยไม่คิดกังวลหรือห่วงว่ามันจะกระทบต่อคนอื่นอย่างไร   บางครั้งเขาผลักดันแผนงานของเขาอย่างหนักยอมแม้กระทั่งจะจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่ตนวางไว้

ศบ. วิกฤติ

ศิษยาภิบาลประเภทนี้มิใช่ ศบ.แบบเฉยเมย หรือ เผด็จการก้าวร้าว   เขาเป็นศิษยาภิบาลที่ไม่หลีกลี้หนีความยากลำบากอย่างกับศิษยาภิบาลเฉยเมย   แต่ก็ไม่ใช่ศิษยาภิบาลที่สร้างความยากลำบากแก่ผู้อื่นอย่างศิษยาภิบาลเผด็จการ   เขายอมรับความยากลำบากเมื่อมันเกิดขึ้น   แต่เวลาที่ไม่มีความทุกข์ยากลำบากเขาก็เป็นศิษยาภิบาลที่สบายๆ   แต่ถ้าความยากลำบากเกิดขึ้นเมื่อใดเขาก็สู้ไม่ถอย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานจะขับเคลื่อนเมื่อยามวิกฤติ และ เมื่อทุกคนมุ่งมองสนใจมาที่เขาเมื่อมีวิกฤติ   เขาเป็นผู้นำที่จะนำผู้คน “ให้ข้ามทะเลแดง”  แต่เขาเป็นผู้นำที่ไม่ค่อยสันทัดกับการนำผู้คนในถิ่นทุรกันดารสักเท่าใดนัก

ศบ. ไม่แน่ไม่นอน

บางครั้งเขาเป็นศิยาภิบาลที่กวาดลูกสนุ้กจนหมดโต๊ะ   แต่บางครั้งเขาไม่สามารถที่จะกระแทกลูกสนุ้กลงหลุมได้แม้แต่ลูกเดียว   สมาชิกไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอาทิตย์นี้ท่านศิษยาภิบาลจะจัดการอย่างไร   เขาเป็นศิษยาภิบาลแบบขึ้นๆ ลงๆ   บางครั้งคำเทศน์ของเขาทะยานสูงสุดยอด   แต่บางครั้งเป็นคนเทศน์ที่จมดิ่งยิ่งกว่าน่าเบื่อหน่าย   วันนี้อาจจะมีความสุขและเป็นคนที่เสริมสร้างกำลังใจแก่คนอื่น   มาอีกวันหนึ่งกลับกลายเป็นศิษยาภิบาลที่แย่เลวร้าย  ตกต่ำ ห่อเหี่ยว  แย่อะไรปานนั้น!

ศบ. กลัวลาน

ใครๆ ก็มีความกลัวกันทั้งนั้น   แต่ศิษยาภิบาลแบบนี้ชีวิตของเขาถูกครอบงำด้วยความกลัว  กลัวจนเห็นได้ชัด   ไม่สามารถที่จะเอาชนะความกลัวได้เลย   การตัดสินใจแต่ละครั้งก็เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานความกลัว   สมาชิกรู้ถึงความกลัวของศิษยาภิบาลของเขา   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคำเทศนาของศิษยาภิบาล   สมาชิกส่วนใหญ่เริ่มไม่ติดตามและทำตามศิษยาภิบาล   แต่มีสมาชิกบางคนที่สบโอกาสเริ่มใช้การสร้างความกลัวแก่ตัว ศิษยาภิบาลเพื่อสร้างประโยชน์แก่ตนหรือใช้ความกลัวกระตุ้นศิษยาภิบาลให้ทำในสิ่งที่ตนคาดหวัง

ศบ. มองร้าย

เมื่อสมาชิกคิดถึงศิษยาภิบาลประเภทนี้   ทันทีภาพของศิษยาภิบาลก็ผุดขึ้นในสมองในจินตนาการของเรา   เป็นภาพของคนที่หน้ามุ่ย เศร้า ซึม  สิ้นหวัง และท่าทางเก็บกด ดูเครียด เป็นเหมือนคนที่ถูกคลุมด้วยเมฆดำหนาทึบ  หรือตัวเนื้อเปียกปอนด้วยเหงื่อเมื่อเขาต้องทำอะไรในชีวิต   เขาจะตั้งข้อสงสัยการเติบโตของคริสตจักรอื่นๆ   อีกทั้งมองว่า คริสตชนที่มีความชื่นชมยินดีเป็นคริสตชนที่ตื้นเขิน   ความคิดความเชื่อที่ครอบงำเขาเป็นเรื่องความบาปและการพิพากษาจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงวันตายของเขา

ศบ. คุยโตโอ้อวด

ศิษยาภิบาลประเภทนี้เก่งในการทำให้เพื่อศิษยาภิบาลคนอื่นรู้สึกแย่กว่าตน  และดูจะชื่นชอบในการกระทำเช่นนั้น(หลายครั้งโดยไม่รู้ตัว)   บ่อยครั้งทำตัวเป็นนักรายงานข่าวกับคนที่เขาพบเจอพูดคุย (เพื่อแสดงว่าเขาเป็นผู้รู้)  เขาเป็นคนที่ชำนาญเกี่ยวกับเรื่องตัวเลข  และมักจะมีตัวเลขของผู้ที่เข้ามาร่วมนมัสการครั้งล่าสุด   ตัวเลขชั้นเรียน  ผู้คนที่มาเรียนในชั้นรวีฯ   ตัวเลขผู้รับบัพติสมาใหม่  จำนวนครั้งที่ตนได้รับเชิญไปร่วมประชุมสัมนา   จำนวนครั้ง/จำนวนคนของกิจกรรมที่ตนไปร่วมมา(ไม่รู้เกี่ยวกับชีวิตคริสตจักรหรือไม่ก็นำมารายงาน)   เมื่อมีคนมาเยี่ยมคริสตจักรของศิษยาภิบาลประเภทนี้จะรู้สึกว่าชีวิตจริงของคริสตจักรไม่เป็นไปตามราคาคุยของศิษยาภิบาล   แต่สภาพความเป็นจริงมันฟ้องว่าศิษยาภิบาลโม้มากไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย!

ศบ. มาดวิชาการ

ศิษยาภิบาลประเภทที่ขยันอ่าน   เขาสามารถอ้างอิงคำพูดสำคัญๆ จากคนในยุคต่างๆ ของคริสตจักร   ขนาดที่ผู้ฟังรู้สึกว่า เขาน่าจะรู้จักคนสำคัญเหล่านั้นในประวัติศาสตร์คริสจักรเป็นการส่วนตัว   เขาเรียกตนเองว่าเป็น “ศิษยาภิบาลนักวิชาการ”   ศิษยาภิบาลประเภทนี้มักเข้าใจว่า  การเลี้ยงดูลูกแกะที่ดีที่สุดคือการเตรียมเทศนาที่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 40 ชั่วโมงต่อหนึ่งกัณฑ์เทศน์  ลูกแกะคริสตจักรแห่งนี้น่าจะโชคดีเหลือเกิน?

ศบ. สังคมสัมพันธ์

ศิษยาภิบาลประเภทนี้มีความสัมพันธ์กับสังคมเป็นอย่างดี   เขาเข้าสังคมได้อย่างดีเยี่ยม  และมีกิจกรรมมากมายที่ทำในสังคมชุมชนในแต่ละสัปดาห์   เป็นศิษยาภิบาลที่ชอบออกไปเยี่ยมคนโน้นไปพบคนนี้ใช้วันละหลายๆ ชั่วโมงในการพบปะกับผู้คนในสังคม   เขาชอบรับแขกที่แม้จะมิได้นัดหมายก็ตาม   ชอบคนโทรศัพท์มาพูดคุยด้วย   ศิษยาภิบาลประเภทนี้จะอ้างว่าการพบปะสัมพันธ์ผู้คนสำคัญกว่าการอ่านหนังสือและการค้นคว้าพระวจนะของพระเจ้า   ไม่ต้องไปพูดถึงการค้นคว้าขุดรากศัพท์ภาษากรีก-ฮีบรู   เขาเห็นว่าเสียเวลาอย่างไม่คุ้มค่า   เขาเป็นคนที่รักสังคมชุมชนมาก   แต่คนที่มานั่งฟังเขาเช้าวันอาทิตย์ดูลดน้อยถอดลงเป็นลำดับ

ศบ. นักบริหารจัดการ

ศิษยาภิบาลประเภทนี้ชอบงานเอกสาร  อีเมล์  รายงาน  กรรมการ  กฎระเบียบคริสตจักร  โครงสร้างคริสตจักร  ระเบียบปฏิบัติ   สิ่งเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของศิษยาภิบาลประเภทนี้   ถ้าให้เลือกระหว่างการทำพันธกิจคริสตจักร กับ การบริหารจัดการคริสตจักร   ประการหลังนี้ดูเป็นเรื่องสำคัญและรีบด่วนกว่า   หมายความว่าเรื่องคนเรื่องสมาชิกเป็นเรื่องที่รอกันได้   แต่รายงานนี้ต้องส่งอาทิตย์หน้า   ดูเหมือนรายงาน  และเอกสารเป็นเรื่องที่บีบรัดมากกว่าการเตรียมเทศนาและการเยี่ยมเยียน   ความเร่งรีบสำคัญและจำเป็นที่จะต้องจัดการมีผลกระทบให้การเตรียมการเทศนาและการเยี่ยมเยียนดูสำคัญน้อยกว่างานการบริหารจัดการในสำนักงานคริสตจักร

ผมเชื่อแน่ว่า  ท่านคงเคยพบศิษยาภิบาลทุกประเภทมาแล้วทั้งสิ้น  เพียงบางประเภทน้อยบ้าง บางประเภทมากบ้างแล้วแต่โอกาส  แล้วแต่ศิษยาภิบาลแต่ละท่าน  และผมเชื่อแน่ว่า จากประสบการณ์ของท่านยังสามารถที่จะเขียนเพิ่มประเภทศิษยาภิบาลต่อท้ายนี้ได้อีก  เช่น  ศบ. นักการเมือง,   ศบ. จัดทำโครงการ,   ศบ. นักสังคมสงเคราะห์ และ ฯลฯ

ในฐานะที่ผมเคยทำงานด้านการอภิบาลมาบ้างเล็กน้อย  เมื่อใคร่ครวญถึงเรื่องนี้แล้วผมกลับพบว่า  ในตัวผมเคยมีศิษยาภิบาลทุกประเภท   มากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากันไป   และบางครั้งเป็นศิษาภิบาลทุกประเภทในวันเดียวกัน


เมื่อสิ้นสุดในแต่ละวัน  ให้เรานำบุคลิกลักษณะศิษยาภิบาลที่ปนเปื้อนด้วยความบาปทั้งหลายมาวางไว้ต่อหน้ากางเขนของพระคริสต์อีกครั้งหนึ่ง   เพื่อทูลขอรับการให้อภัยจากพระองค์ และรับการทรงเสริมสร้างใหม่จากพระองค์ด้วย    มุ่งมองไปที่พระคริสต์ผู้ยอมสละชีวิตเพื่อเรา  เพื่อความบาปผิดของบรรดาศิษยาภิบาลคริสตชนทั้งหลาย   ยิ่งเรามีโอกาสอภิบาลชีวิตและเทศนาแก่ผู้คนมากแค่ไหน   เรายิ่งสำนึกถึงคุณค่าที่พระองค์ทรงกอบกู้ไถ่ถอนชีวิตของเราผู้เป็นศิษยาภิบาลออกมาจากอำนาจแห่งความบาปชั่วมากแค่นั้น

เพียงขอให้เรามั่นใจว่า  เรากำลังติดตามใครกันแน่   ขอให้เราพิเคราะห์ไตร่ตรองอย่างถ้วนถี่ว่า  เรากำลังติดตามพระคริสต์มากกว่าการติดตามสิ่งอื่นใดหรือใครคนใดคนหนึ่งใช่ไหม?   เพราะพระองค์ทรงสัญญาว่า   ให้เราติดตามพระองค์  แล้วพระองค์จะทรงทำให้เราเป็นคนที่นำคนอื่นมาหาพระองค์   ดั่งชาวประมงได้นำปลาจากทะเล (มัทธิว 4:19)

แล้วผมก็นั่งถามตัวเองหน้าแป้นคอมพิวเตอร์ว่า   แล้วศิษยาภิบาลที่สอดคล้องตามพระประสงค์ของพระเจ้าและตอบโจทย์บริบทชีวิตสมาชิกในคริสตจักร และสังคมไทยนั้นเป็นอย่างไรบ้างหนอ?

ท่านผู้อ่านช่วยกรุณาระดมความคิดเห็นด้วยนะครับ!

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499