แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงบศานติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงบศานติ แสดงบทความทั้งหมด

09 มีนาคม 2563

ในภาวะแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 19 จะมีชีวิตที่ “สงบศานติ” ได้อย่างไร?

ในภาวการณ์แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว รุนแรงทั่วโลกของเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 เราต้องยอมรับว่าทำให้คริสตชนไทยเราจำนวนมากตื่นตระหนก วุ่นวายใจไม่รู้จะรับมือจัดการอย่างไร อาจารย์ สมชัย ศิริสุนจินต์ และ อาจารย์ จตุรพิธ ชมพูนุช ได้เขียนวิธีการขั้นตอนปฏิบัติตัวอย่างน่าสนใจ และ ข้อมูลที่คริสตชนควรรู้เท่าทันเจ้าไวรัสร้ายตัวนี้ในเฟสบุ๊คของท่านเองทั้งสอง (Somchai Sirisujin  และ  Chaturapit Chompunud ตามลำดับ) ผมขอเรียนเสนอให้ท่านผู้อ่านติดตามอ่านครับ

ความกลัวเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของเราต่อบางสิ่งบางอย่างที่มาคุกคามเรา ความห่วงกังวลเกิดขึ้นเมื่อเราตกอยู่ในภาวะที่ตระหนกกลัว ความวิตกเกิดขึ้นเมื่อความห่วงกังวลของเราเกิดผลต่อร่างกายของเรา ซึ่งในสังคมวัฒนธรรมของเราในปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยความวิตกจริต

คำถามสำคัญคือ เราจะเคลื่อนจากความตระหนกกลัว ไปสู่ความกังวล ไปยังวิตกจริต หรือ ไปสู่ศานติสุขได้อย่างไร?

บางครั้งเราอาจจะความวิตกกังวลเนื่องจากภาวะเคมีในสมอง หรือ จากการที่เราได้รับบาดเจ็บในอดีต ถ้าเราเกิดความวิตกกังวลด้วยสาเหตุดังกล่าว เราคงต้องพูดคุยปรึกษากับแพทย์ที่รักษาเรา หรือ ผู้ให้การปรึกษาที่ชำนาญ  แต่ถ้าเป็นความวิตกกังวลที่คนทั่วไปส่วนใหญ่เป็นกันแล้วยาแก้ความวิตกกังวลขนานพิเศษที่จะช่วยเราให้เกิดสงบศานติคือ “การรู้สึกขอบคุณ”

เปาโลกล่าวไว้ว่า “อย่ากระวนกระวายในเรื่องใด ๆ เลย แต่จงทูลขอทุกสิ่งต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐานและการอ้อนวอนพร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะปกป้องความคิดจิตใจของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:6-7 อมธ.)

เปาโลแนะนำเราว่า “อย่ากระวนกระวาย หรือ วิตกกังวลในสิ่งใดเลย” เป็นคำแนะนำที่ฟังดูแล้วเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยาก แค่อ่านพาดหัวข่าว เราก็เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ เรื่องความสัมพันธ์  ทุกเรื่องเต็มไปด้วยประเด็นวิตกกังวลมากมาย แต่เปาโลให้คำตอบจากพระเจ้าว่า “จงทูลขอทุกสิ่งต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐานและการอ้อนวอนพร้อมกับการขอบพระคุณ...”  

การขอบพระคุณเป็นความลับที่นำเราไปสู่ชีวิตที่สงบศานติ เมื่อเราสามารถที่จะขอบพระคุณในทุกสถานการณ์ เราสามารถที่จะมีชัยเหนือความวิตกกังวล

ถ้าเราเพียงค้นพบสิ่งที่เรารู้สึกขอบพระคุณพระเจ้าในชีวิต แล้วเราขอบพระคุณพระองค์ในสิ่งเหล่านั้น ชีวิตของเราจะพบกับความชื่นชมยินดีและมีสันติสุขในชีวิต

เราต้องการมีสันติสุขในวันนี้ใช่ไหม ในทุกเช้าจงขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตในวันนี้ก่อน ขอบพระคุณพระเจ้าในทุกขณะที่เกิดความสับสนกังวล และจบสิ้นแต่ละวันด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าสามสิ่งที่เกิดขึ้นแก่เราที่เราต้องการขอบพระคุณพระองค์ในวันนี้

ในภาวะวิกฤติวุ่นวายการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ชีวิตวันนี้ของท่านมีอะไรที่จะขอบพระคุณพระเจ้าบ้าง? เมื่อได้รับข่าวร้าย ความสับสน ความวุ่นวายจากเรื่องการระบาดของเจ้าไวรัสตัวนี้ จงสงบชีวิตจิตใจของเราแล้วขอบพระคุณพระเจ้า และเมื่อสิ้นสุดภารกิจการงานในแต่ละวัน ให้เรามีเวลาสงบกับพระเจ้าและสำรวจชีวิตในวันนี้ว่า  เรามีอะไรที่ต้องการขอบพระคุณพระองค์ เปาโลบอกความจริงของพระเจ้าแก่เราว่า  “...แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะปกป้องความคิดจิตใจของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:7)

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499


08 ตุลาคม 2561

ชีวิตสงบศานติ...เป็นแบบไหนกันแน่?

ท่านเข้าใจว่า...ชีวิตที่มีศานติสุข  เป็นชีวิตแบบไหนกันแน่?...
เมื่อเวลาที่ชีวิตของท่านดำเนินไปอย่างราบเรียบ  สงบ
เมื่อชีวิตดูเหมือนไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
เมื่อทุกคนต่างอดทนต่อกันและกัน...
นั่นเป็นชีวิตที่มีสันติสุข เช่นนั้นหรือ?

พระองค์ทรงลุกขึ้นห้ามลมและคลื่นว่า “เงียบ! จงสงบนิ่งเดี๋ยวนี้!”
แล้วลมก็หยุดพัด ทุกอย่างก็สงบนิ่งอย่างสิ้นเชิง (มาระโก 4:39 อมธ.)

ท่านคิดอย่างไร... ถ้าจะบอกว่า 
พระเจ้ามิเพียงแต่จะให้ท่านมี “ชีวิตที่มีสงบสุข” เท่านั้น
แต่เป็นชีวิตที่มีความสงบศานติ  
ที่แม้ชีวิตจะต้องเผชิญกับพายุแห่งความระทมยากลำบาก ปั่นป่วน วุ่นวาย
... แต่ท่านก็ยังสามารถหลับสนิทได้!

ท่านที่รักครับ  ให้เราอ่านใน มาระโก 4:38
เมื่อเรือที่สาวกและพระเยซูใช้ในการเดินทางกำลังเผชิญกับพายุโหมรุนแรงเรือกำลังจะล่ม
พระเยซูทรงหนุนหมอนบรรทมอยู่ท้ายเรือ เหล่าสาวกมาปลุกพระองค์และทูลว่า
“พระอาจารย์ พระองค์ไม่ทรงห่วงว่าเราจะจมน้ำตายหรือ?” (อมธ.)

พระคัมภีร์ตอนนี้มิได้บอกว่าพระเยซูนั่งหลับ  แต่บอกว่าหนุนหมอนนอนหลับ
ท่ามกลางพายุโหมกระน่ำ เรือกำลังวิกฤติ 
พระเยซูคริสต์หลับสนิทได้!
แต่สาวกกลับตระหนกตื่นผวา  ตรงมาโวยวาย ต่อว่า พระเยซู
“พระอาจารย์ พระองค์ไม่ทรงห่วงว่าเราจะจมน้ำตายหรือ?

ปกติธรรมดาครับ   ในความเป็นคน ๆ หนึ่ง
เราท่านต่างกลัวลานเมื่อชีวิตจะอับปาง จบสิ้น
เช่นกัน  เพราะสาวกมุ่งมองสนใจจดจ่ออยู่กับปัญหา
ติดแหงก จมปลักอยู่กับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น (เขาจึงเกิดความกลัว)
...จนมองข้ามไปว่ามีใครอยู่ในเรือกับพวกเขา (เขาจึงไม่ได้ไว้วางใจพระคริสต์)
หรือ พวกสาวกไม่ได้คิดว่า...พระเยซูจะช่วยพวกเขาในวิกฤติเรือล่มได้?

ท่านที่รักครับ ถ้าท่านจะมีความสงบศานติในชีวิต  
ท่านจะต้องมีชีวิตที่ไว้วางในพระคริสต์
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของท่าน  
ท่านต้องไว้วางใจพระคริสต์ที่อยู่เคียงข้างท่านตลอดเวลา
เมื่อท่านตระหนักรู้ชัดว่าพระองค์อยู่เคียงข้างท่าน 
...ท่านก็จะมีชีวิตที่ไว้วางใจในพระองค์ 
...ท่านก็จะมีจิตใจที่สงบศานติ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับนาวาแห่งชีวิตของท่าน 
ท่านมั่นใจได้เลยว่า  ท่านจะสามารถข้ามไปถึงอีกฝั่งหนึ่งได้

เมื่อท่านเกิด “ความกลัว” สิ่งใด ๆ ในชีวิตประจำวัน
มิใช่ ให้ท่าน “เลิกกลัว” แล้วกลับมามี “ความกล้า”
เพราะท่าน “เลิกกลัว” ไม่ได้   ตราบใดยังเห็นภัยวิกฤติทนโท่
จนกว่าท่านจะตระหนักรู้ชัดว่า 
พระคริสต์อยู่เคียงข้างท่านในเวลาที่เลวร้ายนั้น พระองค์ช่วยท่านได้!
และเมื่อนั้นท่านถึงจะ “มั่นใจ” และเกิด “ความไว้วางใจ” ในพระองค์
และ...เมื่อนั้น  พลังแห่งความกล้าจึงจะเกิดขึ้นได้
เพราะท่านรู้ว่าแม้อะไรจะเกิดขึ้น พระคริสต์จะกอบกู้ท่านในวิกฤตินั้นได้


ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499