แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐานเผื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐานเผื่อ แสดงบทความทั้งหมด

24 มีนาคม 2564

จะอธิษฐานเผื่อผู้อภิบาล - ผู้เทศน์อย่างไรดี?

สิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่สมาชิกคริสตจักรสามารถทำเพื่อผู้อภิบาลของเราคือ การอธิษฐานเผื่อผู้อภิบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้า 

เราสามารถใช้ข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ในการอธิษฐานเผื่อผู้อภิบาลของเราในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในงานพันธกิจการอภิบาลเลี้ยงดูฟูมพักชีวิตความเชื่อของสมาชิก และการจัดเตรียมสำหรับการนมัสการพระเจ้าร่วมกันในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้  

ท่านผู้อ่านครับ เราสามารถอธิษฐานเผื่อผู้อภิบาลของเราตามประเด็นและข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ครับ: 

1.  อธิษฐานทูลขอให้ผู้อภิบาลยืนต่อหน้าประชากรของพระเจ้าด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์

 “สิ่งที่เราโอ้อวดได้ คือจิตสำนึกของเรายืนยันว่าเราประพฤติตนในโลกโดยเฉพาะในความสัมพันธ์กับท่านด้วยความบริสุทธิ์และความจริงใจซึ่งมาจากพระเจ้า เราไม่ได้ประพฤติตามปัญญาฝ่ายโลก แต่ตามพระคุณของพระเจ้า” (2โครินธ์ 1:12 อมธ.)

2.  อธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าหนุนเสริมให้ศิษยาภิบาลกล่าวพระกิตติคุณของพระคริสต์ด้วยความกล้าหาญ

 “...ข้าพเจ้าจะประกาศข่าวประเสริฐอย่างกล้าหาญตามที่ข้าพเจ้าสมควรจะทำ” (เอเฟซัส 6:2ข. อมธ.) 

3.  อธิษฐานเผื่อศิษยาภิบาลจะกล่าวอวดกางเขนพระคริสต์เท่านั้น (ไม่ใช่อวดตนเอง)

 “ข้าพเจ้าไม่ขออวดอะไรนอกจากเรื่องกางเขนของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา...” (กาลาเทีย 6:14 มตฐ.)

4.  อธิษฐานทูลขอองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์กระทำพระราชกิจของพระองค์เพื่อหนุนเสริมผู้เข้าร่วมนมัสการและฟังพระคำพระเจ้าเกิดความเชื่อที่เข้มแข็งมั่นคงขึ้น

 “เมื่อพระองค์ (องค์พระวิญญาณบริสุทธิ์) เสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความบาป ความชอบธรรม และการพิพากษา”  (ยอห์น 16:18 มตฐ.)

5.  อธิษฐานทูลขอให้การกล่าวพระวจนะของพระเจ้าทำให้ผู้ที่ยังไม่เชื่อได้เกิดความเชื่อผ่านการกล่าวพระวจนะของทางศิษยาภิบาล

 “ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์”  (โรม 10:17 มตฐ.)




10 พฤศจิกายน 2562

สมาชิกอธิษฐานเผื่อศิษยาภิบาล...ในวันจันทร์หรือเปล่า?

ท่านสมาชิกคริสตจักรที่รักทุกท่านครับ วันจันทร์อย่าลืมอธิษฐานเผื่อศิษยาภิบาลของท่านนะครับ ต่อไปนี้เป็นประเด็นที่สมาชิกคริสตจักรควรอธิษฐานเผื่อ ศบ. ในวันจันทร์ครับ!

1. วันอาทิตย์เป็นวันที่ศิษยาภิบาลเหน็ดเหนื่อยมาก ศิษยาภิบาลที่ทุ่มเททำงานพันธกิจตลอดทั้งวัน แท้จริงแล้วมิใช่งานยุ่งในวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ (ยกเว้น ศบ. ที่ไม่ค่อยทำอะไรนอกจากเทศนา มักหายหน้าจากโบสถ์ในระหว่างสัปดาห์) ทั้งที่ต้องทุ่มเทกับการเตรียมสำหรับคืนวันพุธ งานวันเสาร์ แล้วงานทั้งวันในวันอาทิตย์ ศิษยาภิบาลต้องต้อนรับสมาชิก แขก รับคำขอให้อธิษฐานเผื่อจากคนต่าง   ๆ รับฟังคำบ่นจากสมาชิก ตอบประเด็นคำถามคนที่มาโบสถ์ ตระเตรียมทีมนำนมัสการ และยังต้องพร้อมที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดหวังที่เกิดขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่ศิษยาภิบาลจะได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้า  

ให้เราอธิษฐานขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับศิษยาภิบาลที่ทำงานหนัก ขอประทานพลังปัญญา  พลังกาย  และพลังจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง

2. การเทศนาดูดพลังไปจำนวนมาก เป็นงานหนักมากในการเตรียมพระวจนะที่จะนำเสนอ  และ ยังจะต้องนำเสนอพระวจนะอย่างชัดเจน กระชับรัดกุม และเป็นพระวจนะที่ท้าทายต่อผู้ฟัง  นี่คือพระวจนะของพระเจ้าที่ ศบ. ต้องสอน

อย่าลืมที่จะมีเวลาอธิษฐานให้ศิษยาภิบาลได้รับพลังใหม่จากพระเจ้า

3. ไม่มีคำเทศนาที่สมบูรณ์ครบถ้วน ศิษยาภิบาลมักถูกวิพากษ์วิจารณ์คำเทศนาไปในทางที่ลบ เรามักไม่ค่อยจะชื่นชมต่อคำเทศนาของศิษยาภิบาล และในหัวของเราก็จะมีแต่ส่วนที่บกพร่องของคำเทศน์ หรือคำพูดที่ไม่ถูกต้อง มันวนเวียนในความคิดของเราไปอีกหลายวัน วันจันทร์กลายเป็นวันที่ ศบ. จะต้องกดดันตนเองในความจริงเหล่านี้  

ขอพระปัญญาของพระเจ้า เป็นสติปัญญาของศิษยาภิบาลในการเตรียมคำสอนคำเทศนาจากพระวจนะ  และ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในการสื่อสารของศิษยาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผล และขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยผู้ฟังได้เข้าใจ

4. ความเครียดของวันหยุดสุดสัปดาห์ในครอบครัวของศิษยาภิบาล ศิษยาภิบาลจะมีงานยุ่งมากในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้เขาไม่มีเวลาให้แก่คนในครอบครัว คนในครอบครัวเฝ้าดูการใช้เวลาของศิษยาภิบาลเพื่ออภิบาลชีวิตสมาชิกคริสตจักร คนในครอบครัวก็อยากได้การอภิบาลเช่นนั้นจากศิษยาภิบาลเช่นกัน และเมื่อตัวศิษยาภิบาลเองใคร่ครวญถึงเรื่องนี้ในวันจันทร์ ทำให้เขาเกิดความเสียใจลึก ๆ ในชีวิตของเขา

สมาชิกคริสตจักรอย่าลืมอธิษฐานเผื่อครอบครัวของศิษยาภิบาล และ จิตใจของศิษยาภิบาลต่อเรื่องการอภิบาลคนในครอบครัวของตน และให้เราทูลขอความเข้าใจว่าตนจะมีส่วนในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

5. ประเด็นภาระหนักอกที่ศิษยาภิบาลได้รับในวันอาทิตย์ วันอาทิตย์เป็นวันหนึ่งที่สมาชิกจะมีโอกาสบอกเล่าพูดคุยกับศิษยาภิบาลแบบตัวต่อตัว หน้าต่อหน้า อาจจะเป็นเรื่องความแตกแยกในครอบครัว คู่รักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้าย เพิ่งมารับรู้ว่าลูกเป็นเกย์ เรื่องราวที่เป็นภาระหนักอกที่ศิษยาภิบาลได้ยินและรับรู้เหล่านี้กลายเป็นความเจ็บปวดในชีวิตศิษยาภิบาล  เมื่อเขาได้ใคร่ครวญในวันจันทร์

ขอแสงสว่างจากพระเจ้า ได้ฉายเข้าไปในจิตใจและความนึกคิดหนักอกหนักใจของศิษยาภิบาล   เพื่อภาระหนักอกเหล่านั้นจะได้รับการทรงเปิดเผยและทรงนำในทางที่จะอภิบาลอย่างสร้างสรรค์  

6. เสียงบ่นตำหนิศิษยาภิบาล เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง บ้างก็บ่นตำหนิศิษยาภิบาลแบบซึ่งหน้า   จริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาบ่นตำหนิเป็นเรื่องเดิมเรื่องเก่า และไม่น่าแปลกใจที่พฤติกรรมเช่นนี้ของสมาชิกบางคนที่ทำให้ศิษยาภิบาลบางคนถอดใจอยากลาออกจากคริสตจักรนั้น

ทูลขอพระเจ้าโปรดประทานความหนักแน่น อดทนแก่ศิษยาภิบาล จิตใจที่รักเมตตา และมีน้ำใจของพระคริสต์ชโลมจิตใจของศิษยาภิบาลด้วย

7. บางคนไม่ได้มาร่วมนมัสการพระเจ้าอย่างที่คาดคิด ศิษยาภิบาลจะรู้จักและจำสมาชิกของตนเองได้ และศิษยาภิบาลจะรู้และจำได้ว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาใครไม่ได้มาร่วม หรือ บางครั้งแขกที่ไปเชิญให้มาร่วมในวันอาทิตย์ไม่ได้มาตามที่นัดแนะ หรือ สมาชิกในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาลดจำนวนน้อยลง ทำให้ศิษยาภิบาลเกิดความเครียดและกังวลใจว่า ทำไมคนเหล่านี้ถึงไม่มาร่วมในวันอาทิตย์

ในวันจันทร์สมาชิกอย่าลืมที่จะอธิษฐานเผื่อจิตใจของศิษยาภิบาลที่ผู้คนไม่ได้มา หรือ มีสมาชิกมาร่วมน้อยคน

8. ไม่มีใครตอบสนองพระกิตติคุณของพระคริสต์ที่เทศน์ในวันอาทิตย์ แน่นอนครับนักเทศน์ย่อมต้องการให้ผู้ฟังตอบสนองพระกิตติคุณที่เขานำเสนอด้วยการปฏิบัติในชีวิตจริง   แต่เมื่อนักเทศน์รู้และเห็นว่าไม่มีใครตอบสนอง ย่อมนำมาซึ่งความรู้สึกสิ้นหวัง

ขอพระเจ้าประทานความเข้มแข็งภายในแก่ศิษยาภิบาล เมื่อสถานการณ์มิได้เป็นไปอย่างที่ศิษยาภิบาลคาดหวัง

9. ไม่มีสมาชิกสักคนขออธิษฐานเพื่อศิษยาภิบาลร่วมกับศิษยาภิบาลในวันอาทิตย์ ดูเหมือนประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ขอให้เราอย่ามองว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ ตัวศิษยาภิบาลนำในการอธิษฐาน อธิษฐานเพื่อคนอื่นมากมายและเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ตลอดวันอาทิตย์ แต่น้อยครั้งนักที่จะมีคนที่บอกศิษยาภิบาลว่า “ผมขออธิษฐานเพื่ออาจารย์ในการรับใช้ในวันนี้ด้วยกัน”   ท่ามกลางฝูงชนในคริสตจักรวันอาทิตย์ ศิษยาภิบาลอาจจะรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยวก็ได้

อธิษฐานทูลขอพระเจ้าประเล้าประโลมจิตใจของศิษยาภิบาล และประทานความใส่ใจแก่สมาชิกในวันอาทิตย์  ที่จะเป็นเพื่อนและเป็นกำลังใจแก่การทำพันธกิจของศิษยาภิบาลด้วยการอธิษฐานร่วมกับศิษยาภิบาล 

10. วันนี้  เป็นโอกาสของการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าเมื่อวานนี้(วันอาทิตย์)เกิดอะไรขึ้น ศิษยาภิบาลยังต้องเริ่มต้นทำงานสัปดาห์ใหม่ในวันนี้ ความจำเป็นต้องการของสมาชิกคริสตจักรและโลกยังเป็นความจำเป็นต้องการ พันธกิจต้องดำเนินต่อไป การเทศนายังต้องเตรียม ภาระหนักอึ้งยังอยู่บนบ่าของศิษยาภิบาลที่ต้องแบกไป และต้องการคำอธิษฐานของท่านเสมอ

เรามิใช่อธิษฐานเผื่อ ศบ. ให้พระเจ้าทรงทำพระราชกิจในชีวิต และ ผ่านชีวิตของศิษยาภิบาลเท่านั้น แต่ขอให้เราอธิษฐานขอพระเจ้าทรงเปิดเผย และ เสริมสร้างให้เราเองแต่ละคน หนุนเสริม เพิ่มพลัง ในการรับใช้ของศิษยาภิบาลด้วย

เรียบเรียงจากข้อเขียนของ Chuck lawless

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499


04 มีนาคม 2562

จะอธิษฐานเผื่อนักการเมือง และ ผู้นำประเทศของเราอย่างไรดี?

ท่านเคยอธิษฐานเพื่อผู้ปกครองประเทศ   ทั้งองค์พระมหากษัตริย์  นายกรัฐมนตรี  คณะรัฐมนตรี  สภานิติบัญญัติ  ตลอดจนผู้ปกครองท้องถิ่นอย่าง นายก อบต. หรือ เทศบาล  และ สมาชิก อบต. หรือ เทศบาลหรือไม่?   ทำไมท่านถึงอธิษฐานเผื่อผู้นำเหล่านี้?   เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อผู้นำเหล่านี้ท่านอธิษฐานเผื่อเขาในเรื่องอะไรบ้าง?   และถ้าผู้นำประเทศ หรือ ผู้ปกครองประเทศและท้องถิ่น ที่ท่านไม่ไว้ใจ  ไม่เห็นด้วย  หรือคนที่ท่านไม่ยอมรับ   ท่านจะอธิษฐานเผื่อเขาหรือไม่?   ทำไม?

เรื่องการเมืองระดับประเทศ และ การเมืองท้องถิ่น เคยเป็นสาเหตุที่ทำให้คริสตจักรเกิดการแตกแยกมาแล้วในอดีตที่ผ่านมา   เมื่อพรรคการเมืองสีหนึ่งชนะเลือกตั้ง   ในการนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ศิษยาภิบาลได้ขอให้คริสตจักรอธิษฐานเผื่อนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรีสีที่ชนะเลือกตั้ง   หลังการนมัสการมีผู้ปกครองคริสตจักรคนหนึ่งซึ่งเป็นที่นับถือของสมาชิกคริสตจักรได้มาหาศิษยาภิบาลและบอกศิษยาภิบาลว่า   อาจารย์ไม่สมควรอธิษฐานเผื่อผู้นำประเทศคนนี้   แต่ศิษยาภิบาลยังคงให้มีการอธิษฐานเผื่อผู้บริหารประเทศชุดนี้  ปรากฏว่าผู้ปกครองคริสตจักรท่านนั้นออกจากคริสตจักรเพราะรับไม่ได้ที่ศิษยาภิบาลดื้อรั้นยังอธิษฐานเผื่อนายกรัฐมนตรีที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ  

ถ้าท่านเป็นศิษยาภิบาลท่านนี้ท่านจะทำอย่างไร?  ทำไมท่านถึงทำเช่นนั้น?

เปาโลเขียนจดหมายฝากไปถึงศิษยาภิบาลหนุ่มทิโมธี  ตอนหนึ่งท่านแนะนำ ศบ. หนุ่มว่า...

1ฉะนั้นก่อนอื่นข้าพเจ้าขอกำชับท่านให้ทูลขอ อธิษฐาน วิงวอน และขอบพระคุณพระเจ้าเพื่อทุกคน 2เพื่อเหล่ากษัตริย์และผู้มีอำนาจทั้งปวง   เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบและมีสันติในทางพระเจ้า และเป็นที่นับถือ  (1ทิโมธี 2:1-2 อมธ.  ตัวเอน มตฐ.)

ที่เปาโลเขียนเช่นนี้ถึงทิโมธี มิใช่เพราะท่านนิยมชื่นชอบการปกครองของจักรพรรดิในเวลานั้นคือ กษัตริย์เนโร (Nero  ในภาษากรีกมีความหมายว่าสีดำ)  กษัตริย์องค์นี้ได้สั่งฆ่าพวกคริสต์ชนในยุคคริสต์ศตวรรษแรกอย่างเลือดเย็นและบ้าคลั่ง   เป็นจักรพรรดิที่โหดร้าย  เป็นผู้ปกครองเผด็จการ   ดังนั้น  ที่เปาโลแนะนำให้ทิโมธีอธิษฐานเผื่อผู้ปกครองประเทศมิใช่เพราะเขานิยมชมชอบแน่   ตรงกันข้ามเป็นที่น่าเกลียดน่ากลัวของเปาโลต่างหาก   แต่เปาโลบอกแก่ทิโมธีและเราว่า  ให้อธิษฐานเผื่อผู้ปกครองประเทศ

หลังการเลือกตั้งในประเทศไทยครั้งนี้   ไม่ว่าพรรคไหน พวกไหน หรือ คนไหนที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี   คริสต์ชนจะต้องอธิษฐานต่อพระเจ้าเผื่อพวกเขา   เพื่อขอพระเจ้าโปรด “ทรงชี้นำ และ ทรงนำผู้นำประเทศคนนั้นและคณะรัฐมนตรีคณะนั้น”  และเราคงไม่อธิษฐานทูลขอพระเจ้าให้ชี้นำนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรีตามความคิดเห็นความต้องการของเรา   แต่ตามการทรงนำของพระเจ้า   เพราะผมเชื่อและไว้วางใจว่าพระเจ้ารู้ว่า  ควรบริหารประเทศไทยไปในทางไหนที่เป็นหนทางที่ดีที่สุด มากกว่าความคิดความต้องการของผม

ส่วนผู้นำเหล่านั้นจะยอมน้อมรับการทรงชี้นำของพระเจ้า หรือ เขาเลือกที่จะไปตามการครอบงำของอำนาจชั่ว   เขาต้องตัดสินใจ  และเขาจะต้องรับผลจากการตัดสินใจของเขาเอง

ส่วนเราต้องอย่าทะนง  แต่ต้องใส่ใจอธิษฐานและฟังการทรงชี้นำจากองค์พระผู้เป็นเจ้า   และยอมทำตาม  เปลี่ยนแปลง  และพัฒนาชีวิตตามการทรงนำจากเบื้องบน

เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบ   มีสันติในทางพระเจ้า และเป็นที่นับถือ 

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499