แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทุกข์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทุกข์ แสดงบทความทั้งหมด

19 พฤศจิกายน 2561

ท่านคิดอย่างไรกับความทุกข์

ถ้ามีคนมาบอกให้เราเลือกที่จะอยู่ในความทุกข์  เราคงไม่เลือกที่จะเอาความทุกข์ยาก  คนเรามักหลบหลีกจากความทุกข์ยากมากกว่า   แต่ถ้ามีผู้ที่มาบอกเราให้เลือกเอาชีวิตที่ต้องพบกับความทุกข์แล้วชี้ให้เราเห็นว่า  เส้นทางแห่งความทุกข์สายนี้ในที่สุดจะพาเราไปถึงชีวิตที่มีความชื่นชมยินดีตลอดไปล่ะ   ท่านจะตอบสนองอย่างไร?   

โมเสสเลือกที่จะยอมเสียหน้า อับอาย สูญเสียตำแหน่งความยิ่งใหญ่  และสมบัติมากมายในอียิปต์  ในฐานะที่เขาเป็นหลานบุญธรรมของฟาโรห์แห่งอียิปต๋    เขายอมที่ต้องตกเป็นกบฏต่อราชบัลลังก์  ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งอียิปต์   ยอมที่ต้องหนีเตลิดเอาชีวิตรอดออกจากอียิปต์ (ฮีบรู 11:25-26)   โมเสสเลือกที่ต้องไปทนทุกข์และเผชิญความตายในทะเลทราย   เพื่อหาโอกาสที่จะกลับมากอบกู้ประชากรของพระเจ้าให้ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์  

ท่าน(โมเสส)เลือกการร่วมทุกข์กับประชากรของพระเจ้าแทนการเริงสำราญชั่วคราวในบาป   ท่าน(โมเสส)ถือว่าความอับอายขายหน้าเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าล้ำค่ากว่าสมบัติทั้งหลายของอียิปต์ เพราะท่านเพ่งดูที่ผลที่จะได้รับนั้น (ฮีบรู 11:25-26 สมช.)

โมเสสยอมรับการสูญเสียตำแหน่ง  ความยิ่งใหญ่  ลาภ ยศ สรรเสริญ  ความมั่นคงในชีวิต การเป็นผู้พ่ายแพ้ในสายตาของสังคม  และความทุกข์เสี่ยงต่อความตายในทะเลทราย   เพราะเขาเห็นถึงเป้าหมายปลายทางของการทรงเรียกที่พระเจ้ามีในชีวิตของเขา หรือ ผลที่ได้จากความเชื่อฟังที่ต้องทนทุกข์และเจ็บปวดคือ  ประชากรของพระเจ้าได้รับการทรงช่วยกู้ให้หลุดรอดออกจากการเป็นทาสในอียิปต์   เพื่อมุ่งหน้าเดินทางไปสู่แผ่นดินแห่งพระสัญญา   และในที่สุดพระเจ้าทรงได้รับการยกย่องและเกียรติจากพระสัญญาดังกล่าว

ผู้คนที่พระเจ้าทรงเรียกไม่จำเป็นเป็นผู้ชนะ หรือ ผู้แพ้เสมอไป   เพราะพระเจ้าไม่ได้เรียกเราด้วยชัยชนะ หรือ พ่ายแพ้!

แต่พระเจ้าทรงเรียกเราให้เชื่อฟังพระองค์ในการดำเนินชีวิตท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก  โดยให้เรายอมที่จะเดินไปบนเส้นทางชีวิตแห่งความทุกข์ด้วยความสัตย์ซื่อและจงรักภักดีต่อพระองค์  เพื่อกระทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากการทรงเรียก  ในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามพระประสงค์  ด้วยความอดทนสูงสุดในการทนทุกข์ยากและความเจ็บปวดที่ได้รับในชีวิต  

ทั้งนี้เพื่อ เสริมสร้างเราแต่ละคนให้มีความเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไขเฉกเช่นพระคริสต์   เพื่อกระทำตามพระสัญญาให้เป็นที่พอพระทัยสูงสุดของพระเจ้า  เพื่อพระเจ้าจะได้รับการยกย่องและเกียรติสูงสุดจากพวกเราที่เชื่อฟังในพระองค์

สำหรับคริสตชนแล้ว “ความสุขและความชื่นชมยินดี” มิใช่สิ่งตรงกันข้ามกับ “ความทุกข์ยากลำบาก”   การได้มาซึ่งความสุขของคริสตชนคือการที่คริสตชนตัดสินใจ “เลือก” ที่จะเดินเข้าเผชิญหน้ากับความทุกข์   ด้วยตระหนักรู้ชัดและเชื่ออย่างมั่นคงว่า พระเจ้าทรงเรียกเราให้รับมือกับความทุกข์นั้นอย่างมีพระประสงค์ปลายทางอย่างชัดเจน  พร้อมกับพระสัญญาที่จะทรงชี้นำ ทรงเป็นกำลังทุกด้าน  และเคียงข้างเราในการกระทำตามการทรงเรียกนั้นจนสำเร็จตามที่พระองค์ประสงค์    และในที่สุดผลที่เกิดขึ้นคือ  “พระเจ้าทรงมีชัยชนะเหนือความเลวร้ายของความทุกข์ดังกล่าว”  

รางวัลที่ได้จากการทนทุกข์มีมากกว่า ความภูมิใจ ความพอใจ ความสำเร็จของตนเอง  มิใช่โมเสสเป็นผู้ได้รับรางวัล  แต่ประชาชาติอิสระได้หลุดรอดออกจากการเป็นทาสในอียิปต์อย่างสิ้นเชิง   แม้ต่อมาฟาโรห์ยกกองทัพติดตามไล่ล่าแรงงานทาสยิวให้กลับไปรับใช้พวกเขาอย่างเดิมก็ต้องประสบกับความปราชัย!

ที่ชายฝั่งทะเลแดง   พระเจ้าทรงได้รับเกียรติจากทั้งชนอิสราเอล  และ ประเทศชาติทั้งหลายที่ได้ยินและรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ที่นั้น   มิใช่โมเสสมีความเชื่อและไว้วางใจมากขึ้นเท่านั้น   แต่ประชาชาติอิสราเอลรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จักพระเจ้าที่บรรพบุรุษของเขาเชื่อและวางใจชัดเจนยิ่งขึ้น   เพราะจากเหตุการณ์ครั้งนี้เขาพูดได้อย่างเต็มปากว่า  “พระเจ้ายิ่งใหญ่”   เพราะพวกเขาได้ประสบ พบเห็น ด้วยชีวิตของเขาเอง

นี่คือ “มุมมอง” และ “ความเข้าใจ” ของคริสตชนในเรื่องความทุกข์เจ็บปวดในชีวิต

นี่คือ “เส้นทาง”  และแนวทางในการรับมือกับความทุกข์ลักษณะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราแต่ละคน

นี่คือ “เป้าหมาย” ของความทุกข์สำหรับคริสตชน   “เส้นทางของการเผชิญหน้ากับความทุกข์” แบบคริสตชน   เป้าหมายปลายทางคือทำให้เกิดความชื่นชมยินดีในชีวิตทั้งชุมชน   และที่สำคัญยิ่งคือเพื่อเป็นที่ยกย่องและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าของเรา

วันนี้   ท่านจะรับมืออย่างไรกับความทุกข์ยากลำบากที่มีในชีวิตของท่าน?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499

11 มกราคม 2555

หัวใจพระกิตติคุณ...พระเยซูเข้าใจในความทุกข์ของเรา

หลังเทศกาลคริสต์มาส และ การเข้าสู่ปีใหม่ ให้เราใคร่ครวญถึงหัวใจของพระกิตติคุณ

อ่าน ฮีบรู 2:18 และ 4:14-16; 5:7-10

ฉบับมาตรฐาน

ข้อ 2:18 เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้

ข้อ 4:14 เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตที่ยิ่งใหญ่...คือพระเยซู...ขอให้เรายึดมั่นในหลักความเชื่อที่ประกาศไว้

ข้อ 4:15 เพราะว่าเราไม่ได้มีปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง...

ข้อ 4:16 ฉะนั้น ขอให้เราเข้าถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับความเมตตา และจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ

ข้อ 5:7 ในระหว่างที่พระคริสต์ประทับในโลก พระองค์ทรงถวายคำอธิษฐาน และร้องขอด้วยเสียงดังและน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้ และพระเจ้าทรงสดับเนื่องจากความยำเกรงของพระคริสต์

ข้อ 5:8 ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตร พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังโดยการทนทุกข์ต่างๆ

ข้อ 5:9 เมื่อพระเจ้าทรงทำให้พระเยซูเพียบพร้อมแล้ว พระเยซูจึงทรงเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความรอดนิรันดร์สำหรับทุกคนที่เชื่อฟังพระองค์

อมตธรรม

ข้อ 2:18 เพราะพระองค์เองทรงทนทุกข์เมื่อได้ทรงถูกทดลองใจ พระองค์จึงทรงสามารถช่วยบรรดาผู้ที่กำลังถูกทดลองได้

ข้อ 4:14 เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตที่ยิ่งใหญ่ผู้ทรงผ่านฟ้าสวรรค์แล้ว คือพระเยซู...ก็ให้เรายึดมั่นในความเชื่อที่เราได้ประกาศรับไว้

ข้อ 4:15 เพราะเราไม่ได้มีมหาปุโรหิตซึ่งไม่อาจเห็นใจในความอ่อนแอต่างๆของเรา แต่ทรงถูกทดลองใจเช่นเดียวกับเราทุกประการ...

ข้อ 4:16 ฉะนั้น ให้เราเข้าใกล้พระบัลลังก์แห่งพระคุณด้วยความมั่นใจ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตาและจะพบพระคุณที่จะช่วยเหลือเราเมื่อถึงคราวจำเป็น

ข้อ 5:7 ในระหว่างที่พระเยซูทรงอยู่ในโลก พระองค์ได้ถวายคำอธิษฐานและคำร้องทูลอ้อนวอนด้วยเสียงอันดังและด้วยน้ำตาไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยให้พ้นความตาย และพระเจ้าทรงสดับเพราะพระเยซูทรงยอมเชื่อฟังพระเจ้าด้วยความยำเกรง

ข้อ 5:8 แม้ทรงเป็นพระบุตร พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังจากความทุกข์ยากที่พระองค์เผชิญ

ข้อ 5:9 และเมื่อพระเจ้าทรงทำให้พระเยซูเพียบพร้อมสมบูรณ์แล้ว พระองค์จึงทรงเป็นแหล่งความรอดนิรันดร์สำหรับคนทั้งปวงที่เชื่อฟังพระองค์

พระเจ้าสนใจและเข้าใจในสถานการณ์ชีวิตที่เราต้องเผชิญหรือไม่? พระเจ้ามองเช่นไรเมื่อชีวิตของเราต้องเผชิญกับเหตุร้าย หรือ ความทุกข์ยาก? พระองค์คิดอย่างไรเมื่อเราตกในความสิ้นหวัง ท้อแท้ หมดกำลังใจ? พระองค์คิดอย่างไรเมื่อชีวิตของเราตกอยู่ในการทดลอง? ในพระธรรม ฮีบรู 2:18 และ 4:14-16; 5:7-10 ได้ตอบคำถามเหล่านี้อย่างหนุนเสริมเพิ่มพลังใจ

ประเด็นหลักในพระธรรมฮีบรู 2:10-18 คือการที่พระเยซูคริสต์มาบังเกิดเป็นมนุษย์ทำให้สามารถช่วยให้มวลมนุษย์หลุดรอดพ้นจากอำนาจแห่งความบาปชั่ว เพราะโดยการที่พระเยซูคริสต์มาบังเกิดเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว เป็นมนุษย์ที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความบาป พระองค์จึงสามารถที่จะแหวกผ่าการครอบงำของกรอบอำนาจของความบาปและความตาย ด้วยการที่พระเยซูคริสต์ยอมตายที่กางเขน

ในข้อที่ 18 เป็นข่าวดีสำหรับมนุษย์ก็คือ “เพราะพระองค์เอง(เยซูคริสต์)ได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้” (2:18) พระเยซูคริสต์ทรงถูกทดลองที่เรารู้เห็นเด่นชัดคือ เมื่อครั้งที่พระองค์ถูกมารทดลองในถิ่นทุรกันดารหลังการรับบัพติสมา ก่อนที่จะเริ่มพระราชกิจของพระองค์ และการทดลองที่สำคัญยิ่งคือการทดลองครั้งเมื่อพระองค์ต้องทนทุกข์ทรมานในช่วงท้ายชีวิตของพระองค์ ดังนั้น พระเยซูคริสต์รู้ดีว่าการถูกทดลองนั้นเป็นเช่นไร และรู้ดีว่ามีความรู้สึกเช่นไรเมื่อต้องถูกทดลองในการทนทุกข์ยากลำบากจนถึงชีวิต

นั่นหมายความว่าพระเยซูคริสต์รู้ถึงความทุกข์ยากและความรู้สึกเมื่อเราถูกทดลอง พระองค์รู้แจ้งชัดถึงแรงดึงดูดของอำนาจแห่งความบาป แต่พระองค์ทรงเอาชนะเหนือพลังแห่งการดึงดูดนั้น (ฮีบรู 4:15) และพระองค์รู้รสชาดถึงการที่ต้องทนทุกข์เจ็บปวด การถูกปฏิเสธ และได้รับการกระทำอย่างอยุติธรรม ดังนั้น พระเยซูคริสต์จึงสามารถที่จะช่วยเราเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากและอำนาจแห่งความบาป พระเยซูมิได้ยืนอยู่ห่างไกลแล้วสั่งเราว่าควรจะทำเช่นไรที่จะหลุดรอดพ้นจากความเจ็บปวดและอำนาจแห่งความบาปนั้น ตรงกันข้ามพระองค์ทรงเคียงข้างร่วมทุกข์กับเราด้วยความเข้าใจ และหนุนเสริมเราในภาวะเช่นนั้นด้วยพระปัญญา

ให้หัวใจของพระกิตติคุณแห่งการที่พระเยซูคริสต์ทรงเข้าอกเข้าใจเราในความทุกข์ยาก และ การตกลงใต้อำนาจแห่งความบาปชั่ว ได้เป็นรูปธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา เพื่อเราจะดำเนินชีวิตตามสัจจะแห่งการทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ ให้เราเปิดชีวิตแด่พระคริสต์ที่จะทรงเข้ามาช่วยเราในวิกฤติชีวิตที่แสนจะทุกข์ยาก ลำบาก และเจ็บปวด และทรงช่วยเราที่จะเอาชนะและมีชีวิตที่หลุดรอดจากความบาปสู่ชีวิตที่เป็นไทในพระเยซูคริสต์

ประเด็นสำหรับการใคร่ครวญและอภิปราย

1. เมื่อชีวิตของท่านต้องตกลงในภาวะถูกทดลอง หรือเมื่อท่านต้องได้รับความเจ็บปวดทุกข์ยากในชีวิต ท่านเคยคิดบ้างไหมว่าพระเยซูคริสต์ทรงเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของท่าน? ทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้น?

2. ถ้าท่านยึดมั่นสัจจะความจริงใน ฮีบรู 2:18 ในการดำเนินชีวิตของท่าน ชีวิตของท่านจะแตกต่างจากสภาพในปัจจุบันนี้หรือไม่? อย่างไร? เพราะเหตุใด?

ใคร่ครวญภาวนา

พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์
ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ยอมที่จะถ่อมลงรับประสบการณ์ในชีวิตของมนุษย์
แท้จริงแล้วพระองค์ทรงทราบถึงทั้งความชื่นชมยินดีในชีวิตมนุษย์
และพระองค์ก็ทรงซาบซึ้งถึงความเศร้าโศก ทุกข์ยาก ที่มนุษย์ต้องเผชิญ
และในวันนี้ พระองค์ทรงทราบด้วยว่ข้าพระองค์รู้สึกเช่นไรเมื่อต้องถูกทดลองจากอำนาจบาป
พระองค์ทรงทราบด้วยว่าข้าพระองค์รู้สึกเช่นไรเมื่อต้องสิ้นหวังและเหนื่อยอ่อนหมดแรง
ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความเข้าอกเข้าใจของพระองค์ต่อความทุกข์ยากลำบากที่ข้าพระองค์ได้รับ
และการท้าทายที่ข้าพระองค์ถูกการทดลอง

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ในวันนี้โปรดช่วยข้าพระองค์
เมื่อใดก็ตามที่ข้าพระองค์ถูกทดลอง
โปรดประทานกำลังที่จะดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์

เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตต้องตกทุกข์ได้ยากและเจ็บปวด
เมื่อใดที่เกิดความสงสัยว่าในภาวะเช่นนั้นพระองค์ยังอยู่เคียงข้างข้าพระองค์หรือไม่
โปรดประทานกำลังและความมั่นใจจากพระองค์ที่จะยืนหยัดด้วยความเชื่อมั่นในสถานการณ์นั้น

ขอสรรเสริญและขอบพระคุณพระองค์
ที่พระองค์ทรงเป็นพระวาทะที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์เป็นรูปธรรม
ที่พระองค์ทรงรู้ซึ้งถึงการเป็นมนุษย์นั้นเป็นเช่นไร
ที่พระองค์ทรงพร้อมและรู้ว่าจะช่วยข้าพระองค์เช่นไร อาเมน

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย สันทราย เชียงใหม่
089-2628-310