แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มอง แสดงบทความทั้งหมด

09 มกราคม 2557

คุณมองการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างไร?

6 “เพราะ​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์​เวห์ ไม่​มี​ผัน​แปร
โอ บุตร​ยา​โคบ​เอ๋ย เจ้า​ทั้ง​หลาย​จึง​ไม่​ถูก​ทำ​ลาย​หมด (มาลาคี 3:6 มตฐ.)

ท่านขึ้นศักราชใหม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ดาหน้ารอเราอยู่แล้วหรือเปล่า?

บางท่านเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการตกอยู่ในสภาพชีวิตที่หัวเลี้ยวหัวต่อ บางคนกำลังจะต้องเริ่มงานใหม่  บางคนเริ่มตั้งครอบครัวใหม่  บางคนทำงานเดิมแต่กำลังหาทางที่จะไต่เต้าสูงขึ้นในตำแหน่งงานใหม่  หลายคนตั้งปณิธานที่จะหาวิธีการใหม่ๆ ในการทำงาน  แนวทางใหม่ๆ ในการสร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงาน  บางคนต้องเริ่มงานใหม่ในบ้าน เช่น มีลูกคนใหม่  เข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่  อพาร์ทเม้นท์ใหม่  และหลายการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นมิใช่เพราะเราเป็นคนทำหรือต้องการให้เกิด  แต่เพราะความหวังดีแต่ประสงค์ร้ายของใครบางคน ทำให้เราต้องคิดว่าจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร หาที่ทำงานใหม่ใหม่? หาแฟนคนใหม่ใหม่? หรือคนที่เกษียณอายุจากการทำงานต้องเริ่มต้นปรับตัวใหม่กับการใช้ชีวิตในบ้าน (ทั้งๆ ที่อยู่มาแล้วหลายสิบปีก็ตาม) และเหล่านี้เป็นรายการการเปลี่ยนแปลงในชีวิตและการงานที่เราท่านต่างกำลังเผชิญกับ “การเปลี่ยนแปลงและแปรผัน” ในปีใหม่นี้

แล้วเราจะมีมุมมอง หรือ ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร?
แล้วเราจะรับมือกับการเปลี่ยนเหล่านี้อย่างไรดี?

มาลาคี 3:6 ผู้เผยพระวจนะได้บอกเราอย่างชัดแจ้งว่า “พระเจ้าตรัสว่า “เราคือพระเยโฮวาห์ไม่มีการผันแปร”” พระคัมภีร์ข้อนี้ได้ยืนยันว่า แม้อิสราเอลผู้ที่เคยเป็นประชากรของพระองค์  หันหลังละทิ้งและไม่ยอมกระทำตามพระบัญชาของพระองค์  เมื่อถึงเวลาแห่งการพิพากษาของพระเจ้า สิ่งที่เขาควรจะได้รับคือชีวิตที่ถูกทำลาย ล่มจม ล้มเหลว  ไม่มีความ “อิ่ม” ในชีวิต แต่พระเจ้ายังไม่ทำลายประชากรของพระองค์พวกนี้ เพราะพระเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ที่ว่าไม่เปลี่ยนแปลงหมายความว่าพระองค์ยังทรงรักเมตตาและมีพระกรุณาคุณต่อประชากรของพระองค์กลุ่มนี้ ความยุติธรรมของพระเจ้าตั้งมั่นคงบนพระคุณและพระกรุณาของพระองค์เสมอ ดังนั้น ถ้าคนบาปคนใดตัดสินใจหันกลับมาหาพระองค์ เขาก็จะพบพระเจ้าที่ทรงเคียงข้างเขาอยู่แล้ว ก่อนที่เขาจะหันกับมาหาพระองค์เสียอีก  

ทุกวัน พระเจ้าทรงพร้อมเสมอที่จะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของเรา สำหรับคริสตชนแล้ว ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ขอให้เราสงบแล้วใคร่ครวญว่า พระเจ้ากำลังมีประสงค์อะไรในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น พระเจ้ากำลังจะสำแดงความรักมั่นคงด้วยพระกรุณาคุณต่อชีวิตและการงานของเราอะไรบ้าง โปรดตระหนักเสมอว่า ในทุกการเปลี่ยนแปลง แม้จะเปลี่ยนแปลงเพราะอำนาจความเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม คริสตชนเชื่อว่า พระเจ้าทรงควบคุมทุกสถานการณ์ชีวิตของเรา และในทุกเหตุการณ์ที่พระเจ้าอนุญาตให้บังเกิดขึ้นในชีวิตของเรา พระองค์ทรงมีแผนการที่จะเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างเราขึ้นใหม่ตามแผนการแห่งพระเมตตากรุณาคุณของพระองค์

ดังนั้น   เราจึงเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้   เพราะเราเชื่อมมั่นและไว้วางใจว่า  พระเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลง   พระองค์ยังทรงมีความรักเมตตาและมีพระกรุณาคุณต่อชีวิตของเราเสมอ   ในทุกสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงผันแปรในชีวิตของเราจึงเป็นโอกาสที่เราจะเปิดรับการทรงเสริมสร้างเราขึ้นใหม่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า   กล่าวได้ว่า   พระเจ้าผู้ไม่ทรงเปลี่ยนแปลงทรงใช้ความผันแปรและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราในการกระทำพระราชกิจแห่งการเสริมสร้างชีวิตใหม่ทุกวันในชีวิตของเรา   ด้วยพระเมตตาและพระกรุณาคุณของพระองค์   และด้วยวิธีการที่ทรงเห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับเรา

จากปีเก่าเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีใหม่   พระเจ้าทรงยืนเคียงข้างและพร้อมที่จะประคับประคองการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราเพื่อสร้างเราให้เป็น “คนใหม่” ตามพระประสงค์ของพระองค์

ในทุกเช้าวันใหม่ของปีใหม่ปีนี้   ให้เราระลึกและตระหนักชัดเสมอว่า  ความรักมั่นคงของพระเจ้า “ไม่เคยหยุดยั้ง”  พระกรุณาของพระองค์ก็ไม่เคย “สิ้นสุด”   แต่ปรากฏว่าโดยพระคุณของพระองค์ได้ทรงนำสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตของเราทุกเช้าด้วยความแน่นอนและเที่ยงตรงของพระองค์   และนี่คือการที่พระองค์ทรงนำการเปลี่ยนแปลงใหม่ในชีวิตของเราให้ก้าวไปสู่พระมรรคาแห่งน้ำพระทัยที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระองค์  

ดังนั้น ให้เรารับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ของชีวิตด้วยความไว้วางใจในพระคุณที่เที่ยงตรงของพระเจ้า และด้วยจิตใจแห่งความหวังที่เรามีในการทรงนำและการทรงกระทำพระราชกิจในชีวิตของเรา ตามที่พระธรรมเพลงคร่ำครวญ 3:22-23  ยืนยันกับเราว่า

22ความ​รัก​มั่นคง​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ไม่​เคย​หยุดยั้ง
และ​พระ​กรุณา​ของ​พระองค์​ไม่​มี​สิ้นสุด

23 ​เป็น​ของใหม่​ทุก​เวลา​เช้า
ความ​เที่ยงตรง​ของ​พระองค์​ใหญ่​ยิ่ง​นัก  (ฉบับมาตรฐาน)  

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงผันผวนไม่แน่นอนในวันนี้
พระเจ้าผู้ไม่ทรงเปลี่ยนแปลงเคียงข้างเราเสมอ
พระองค์จะประทานพลังชีวิตที่สดใหม่เสมอในทุกเช้า
แล้วทรงอยู่ด้วยในทุกสถานการณ์ชีวิตในวันนี้
พร้อมที่จะชี้นำเปิดเผยทางชีวิตที่เราควรจะเดินไป
ให้เรามีจิตใจสงบและใส่ใจการทรงนำของพระองค์
ในทุกขณะ ทุกสถานการณ์ และทุกวิกฤติชีวิตที่ขวางหน้าเราอยู่

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

30 มีนาคม 2555

มองด้วยสายตาที่ยาวไกลและมุมมองแห่งความรักเมตตา

เพื่อนศิษยาภิบาลท่านหนึ่งได้เล่าให้ผมฟังว่า เมื่อหลายปีมาแล้วเขาเกิดความขัดแย้งกับเพื่อนผู้นำในคริสตจักรที่เขาเป็นศิษยาภิบาล เขาพยายามคิดหาทางที่จะให้กลับคืนดีกัน แต่ในที่สุดประสบกับความล้มเหลว แล้วผู้นำคริสตจักรท่านนั้นก็ออกไปจากคริสตจักร ก่อนที่ผู้นำคนนั้นจะออกจากคริสตจักรเขาพยายามทำทุกหนทางที่จะให้ผู้คนในคริสตจักรได้รู้ถึงความบกพร่องของศิษยาภิบาล หรืออย่างน้อยเขาก็ต้องการให้คนทั้งหลายได้รู้ได้เห็นถึงสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นความผิดบกพร่องของศิษยาภิบาลท่านนี้ ส่วนตัวศิษยาภิบาลเองก็ต้องการต้อนผู้นำคนนั้นให้จนมุมเพื่อให้ผู้คนในคริสตจักรได้เห็นถึงวาจาสามหาว วิธีการที่ลามกสกปรกที่ผู้นำคนนี้ได้กระทำต่อตน

เพื่อนศิษยาภิบาลท่านนั้นเล่าต่อไปว่า ในเวลานั้นมีเสียงเรียกร้องจากพระวจนะของพระเจ้าในใจของเขาให้กระทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่เขากระทำ แต่ท่านได้เล่าให้ฟังว่า ยิ่งท่านดิ้นท่านขืนพระวจนะของพระเจ้ามากแค่ไหนก็เหมือนกับคอของท่านถูกผูกและถ่วงด้วยสมอจนเขาไม่สามารถขับเคลื่อนนาวาชีวิตไปในทิศทางที่เขาอยากจะไปได้ สำนึกที่จะต้องดำเนินชีวิตตามพระวจนะและรับผิดชอบต่อการทรงเรียกของพระเจ้าที่ถ่วงไม่ให้ศิษยาภิบาลท่านนี้ดิ้นและขับเคลื่อนอย่างที่ใจของตนพึงปรารถนา

ในเวลานั้นเอง ศิษยาภิบาลคนนี้ตกลงใจที่จะรักผู้นำคนนี้ตามความสามารถที่จำกัดของเขา แต่เหนือกว่านั้น เขาขอกำลังจากพระเจ้าที่จะรักผู้นำคนนี้ ดังนั้น ศิษยาภิบาลระมัดระวังท่าทีคำพูดที่เขามีต่อผู้นำคนนี้ เขาจะแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ ศิษยาภิบาลจะกล่าวถึงชายคนนั้นในส่วนที่ถูกที่จริง ในส่วนที่เป็นด้านลบเขาจะไม่เอ่ยถึงเก็บเงียบรู้แต่ในจิตใจของเขาเท่านั้น(และในเพื่อนที่ไว้วางใจได้จริงเพียงหนึ่งถึงสองคนเท่านั้น) เพื่อนศิษยาภิบาลบอกผมว่าเป็นสิ่งที่คิดง่ายแต่ทำได้ยากแสนสาหัสทีเดียว

ท่านอาจจะคิดว่า ศิษยาภิบาลและผู้นำคนนั้นต่างคืนดีกันและกัน แต่ความจริงเขาไม่ได้คืนดีกัน ถ้าเช่นนั้นท่านอาจจะคิดว่าสมาชิกในคริสตจักรได้เห็นถึงท่าทีชีวิตที่แตกต่างของศิษยาภิบาลและผู้นำคริสตจักรคนนั้น ขอโทษครับดูมันไม่ได้เกิดขึ้นเช่นนั้น มีคนกลุ่มหนึ่งออกไปจากคริสตจักรภายหลังเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้น ถ้าท่านมองเหตุการณ์นี้ด้วยสายตามุมมองเพียงสั้นๆ ท่านอาจจะเข้าใจว่า ความรักนั้นล้มเหลว ดูเหมือนได้รับสิ่งที่เลวร้ายและความพ่ายแพ้ของความรัก ยิ่งกว่านั้น เหตุการณ์นี้สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดแก่คริสตจักรที่เพื่อนศิษยาภิบาลท่านนั้นตั้งใจที่จะอภิบาล

แต่ถ้าเรามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสายตาและมุมมองที่ยาวไกล เพื่อนศิษยาภิบาลคนนั้นยังยืนยันว่าการเลือกที่จะรักยังคงเป็นหนทางที่ถูกต้อง เพราะไม่มีสิ่งใดที่เพื่อนศิษยาภิบาลคนนั้นจะกระทำถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าได้มากกว่าการที่เขาพยายามติดตามพระคริสต์ด้วยใจถ่อมด้วยท่าทีที่สงบ ยิ่งกว่านั้น การที่เขาเลือกที่จะรักแม้จะได้รับความเจ็บปวดก็หนุนเสริมให้เขาเติบโตขึ้นในความเชื่อของเขาและชีวิตในการติดตามพระคริสต์ เขาเติบโตเป็นเหมือนพระคริสต์มากยิ่งขึ้นในบางด้าน และก็มิได้เติบโตเพียงเฉพาะในเวลานั้นเท่านั้น แต่ตลอดระยะทางและตลอดช่วงเวลาที่เขายังติดตามพระคริสต์ ยิ่งกว่านั้น สำหรับบางคนที่รู้เรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมทั้งผู้นำหลักๆ ในคริสตจักรได้รับบทเรียนและกำลังใจจากตัวอย่างการตัดสินใจและท่าทีชีวิตของเพื่อนศิษยาภิบาลท่านนั้น

เพื่อนศิษยาภิบาลท่านนี้พูดตัดบทว่า เพื่อไม่เป็นการคุยโตโอ้อวด เขาขอบอกว่า เขาพบความล้มเหลวในการติดตามพระเยซูคริสต์บนวิถีแห่งความรักบ่อยครั้ง เขาบอกผมว่า เขาสามารถบอกแก่เพื่อนฝูงของเขาที่จะเป็นพยานเรื่องนี้ได้มากมาย เขาเองมั่นใจว่าความล้มเหลวในสถานการณ์การทดลองอย่างที่เขาเล่านั้น ด้วยพระคุณของพระเจ้าพระองค์ได้ใช้เหตุการณ์เหล่านั้นในการสอนและสัมผัสชีวิตของเขา พระองค์ทรงช่วยและเปลี่ยนแปลงให้ศิษยาภิบาลท่านนี้รักคนที่เขาเองรักไม่ลง ในเวลาที่ความเป็นคนเดิมของศิษยาภิบาลบอกเขาว่า “แก้แค้น” เมื่อความหยิ่งยโสกระซิบข้างหูเขาว่า “เหยียบให้มันแบนราบคาบ” เพื่อนศิษยาภิบาลท่านนั้นยืนยันกับผมว่า พระเจ้าจะช่วยคุณได้ ในเวลาที่เลวร้ายเช่นนั้น

บ่อยครั้งเหลือเกินที่คริสเตียนมี “มุมมองที่คับแคบและสายตาที่สั้นใกล้” เรามองว่าวันนี้คือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ถ้าเราจะยอมก้าวถอยหลังเราก็จะสามารถมองเห็นสิ่งเดียวกันนั้นที่กว้างและไกลขึ้น แล้วถ้าเรามองชีวิตของเราตามมุมมองและสายพระเนตรของพระเจ้า เราก็จะสามารถเห็นเส้นทางชีวิตที่ยาวไกลและนิรันดร์ และเราก็จะเห็นชีวิตในมุมมองแห่งความรัก

ถ้าเราเชื่อว่าชีวิตนี้มิใช่ของเราแต่เป็นของพระเจ้า ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมองชีวิตนี้ด้วยสายตาที่ยาวไกลของพระองค์ และถ้าเรายืนยันว่าที่ชีวิตขับเคลื่อนไปได้เช่นนี้เป็นเพราะพระกำลังจากพระเจ้า ถ้าเช่นนั้นเรายิ่งจำเป็นต้องมองชีวิตนี้ด้วยมุมมองที่กว้างไกลด้วยรักเมตตาของพระองค์

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย สันทราย เชียงใหม่
081-2894499