15 มีนาคม 2554

ความล้มเหลวมิใช่จุดจบ

7“อย่างน้อยที่สุดยังมีความหวังสำหรับต้นไม้
ถึงมันถูกโค่นก็ยังแตกหน่อขึ้นมาอีก
และงอกกิ่งใหม่ขึ้นมาแทน”
(โยบ 14:7 อมตธรรม)

ผมไม่เคยพบแม้แต่คนเดียวที่มีเป้าหมายในชีวิตของเขาคือความล้ม แต่ความล้มเหลวเป็นสัจจะความจริงหนึ่งในชีวิต กุญแจสู่ความสำเร็จมิใช่การหลีกเลี่ยงความล้มเหลว แต่เป็นการที่จะเรียนรู้จักการรับมือกับความล้มเหลวต่างหาก

  • ครั้งหนึ่ง ครูสอนดนตรีของบีโธเฟ่นบอกกับเขาว่า เขาไม่มีทางที่จะเป็นนักประพันธ์เพลงได้
  • วอลท์ ดิสนีย์ ถูกบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพูดใส่หน้าว่า เขาเป็นคนที่ไร้ความสร้างสรรค์
  • เฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าของบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คอมปานี (Ford Motor Company) เป็นธุรกิจที่สามของเขา ซึ่งสองธุรกิจก่อนหน้านี้ล้มเหลวไปเรียบร้อยแล้ว
  • ครูของโธมัส เอดิสัน (Thomas Edison) บอกเขาว่า เอดิสันโง่ทึมทึเกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้

Mary Sotherland เคยเล่าไว้ว่า เธอสอบตกครั้งแรกเมื่อเรียนชั้นประถมปีที่หนึ่ง ในการทดสอบเกี่ยวกับชื่อของรัฐและชื่อเมืองหลวงของรัฐเหล่านั้น เธอต้องท่องจำชื่อเหล่านี้อย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกับว่ามันจะตั้งอยู่ชั่วนิรันดร์ เธอไม่ชอบเรียนวิชาภูมิศาสตร์ ถึงเวลาเรียนวิชานี้เมื่อใดเธอเป็นอันต้องใจลอยฝันกลางวันทุกครั้ง เธอถามดังๆ ในใจของเธอว่า ทำไมฉันจะต้องจำชื่อรัฐชื่อเมืองหลวงเหล่านี้ ในเมื่อชื่อพวกนี้เราก็สามารถค้นหาได้จากหนังสือเสมอ... น่าเบื่อสิ้นดี

เธอเล่าต่อไปว่า... ถึงแม้เธอจะไม่ชอบวิชาภูมิศาสตร์แค่ไหน แต่เธอก็จะต้องทำให้ได้ 100 คะแนนในการสอบ ทำไมหรือ? แม้ขณะนั้นเธอเพียงอายุ 6 ขวบ แต่เธอก็รู้กฎเกณฑ์ที่ไม่ได้พูดเป็นคำพูดคือ ถ้าสอบตกวิชาใดวิชาหนึ่งนั่นหมายถึงว่า เธอล้มเหลว

เมื่อคุณครูของเธอบอกให้นักเรียนทุกคนในชั้นเรียน ให้เอาทุกอย่างออกจากโต๊ะเรียนของตน ให้เหลือเพียงดินสอแท่งเดียว เธออกสั่นขวัญหาย เธอเหลียวไปดูที่กระดานก็ไม่เห็นมีอะไรบนกระดานนั้น เธอมองหน้าเพื่อนๆ ต่างมีสีหน้าที่สับสน ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

คุณครูอธิบายว่า “เราจะมีการทดสอบเล็กๆ เพื่อจะดูว่าพวกเราจะทำข้อสอบวิชาภูมิศาสตร์ได้แค่ไหน” เธอคิดในใจว่า เธอมีปัญหาสามประการจากคำพูดของคุณครูคนนี้คือ ไม่เคยพบเลยว่ามีการสอบเล็กๆ (เพราะที่พบทุกครั้งมันยากบรมเลย!) ประการที่สองไม่มีใครพูดถึงเรื่องการสอบนี้เลย ประการสำคัญที่สามคือ เธอไม่รู้ชื่อของรัฐและชื่อเมืองหลวงเหล่านั้นเลย เมื่อเธอบ่นออกมาให้คุณครูได้ยิน คุณครูก็บอกเธอว่า นี่เป็นการทดสอบเล็กๆ ก่อนเรียนเท่านั้น

เธอสัญญากับตนเองในใจว่า ถ้าเธอได้เป็นครูประถมศึกษาเธอจะไม่ทำเช่นนี้กับนักเรียนของตน

เธอเล่าต่อไปว่า ท้องของเธอปั่นป่วน เหงื่อแตกออกมาเป็นเม็ดๆ ในสมองของเธอแล่นค้นหาอย่างบ้าคลั่งถึงข้อมูลวิชาภูมิศาสตร์ที่อาจยังคั่งค้างอยู่ บางทีสมองเธออาจจะค้นพบชื่อรัฐและเมืองหลวงสัก 1-2 ชื่อในช่วงที่ครูกำลังแจกข้อสอบให้แต่ละคน “ไม่ให้เปิดหนังสือ” เสียงของคุณครูเตือน เธอบ่นกับตนเองว่า ทำไมฉันถึงซวยเช่นนี้!

เมื่อคุณครูวางกระดาษที่มีแผนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาลงบนโต๊ะเธอ เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ เธอร้องไห้ เมื่อคุณครูเห็นเธอเช่นนั้น คุณครูคุกเข่าลงข้างๆ โต๊ะของเธอ ค่อยๆ โอบเธอไว้ แล้วขอให้ครูผู้ช่วยดำเนินการทดสอบในชั้นเรียนต่อไป แต่คุณครูพาเธอออกจากห้องเรียนมาที่ห้องพยาบาล

เมื่อเธอสงบ หยุดร้องไห้ คุณครูก็ถามเธอว่า “หนู...มีอะไรเกิดขึ้นหรือ?” เธอไม่เชื่อหูของตนเองที่ได้ยินคำตอบที่เธอตอบคุณครูว่า “หนูจำชื่อรัฐและเมืองหลวงพวกนั้นไม่ได้เลย” เสียงที่เธอคร่ำครวญออกไปฟังดูน่าขบขันสำหรับเธอเอง คุณครูถามเธอว่า “เธอพอจะจำสักบางชื่อได้ไหม?” เธอคิดอยู่พักหนึ่ง จึงตอบคุณครูไปว่า “หนูจำได้บางชื่อแต่จำไม่ได้ทั้งหมด แต่นั่นก็หมายความหว่าหนูจะต้องสอบตก” คุณครูให้กำลังใจว่า “หนูลองทำดีที่สุดเท่าที่หนูจะทำได้ แล้วดูว่าผลมันจะเป็นอย่างไร” เธอทำดีที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้... แต่เธอยังสอบตก

ลองทายดูว่าอะไรเกิดขึ้นกับเธอ? ในเมื่อโลกหมุนไปไม่หยุด เธอเรียนผ่านชั้นประถมปีที่หนึ่ง ผ่านระดับประถมศึกษาไปอย่างฉลุย สำเร็จมัธยมตอนปลายระดับเกียรตินิยม เธอเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาด้านดนตรีโดยได้รับทุนการศึกษา ในที่สุดเธอได้เป็นครูประถมศึกษา

เธอเล่าว่า เธอพบกับความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาหลายครั้งหลายครา เฉกเช่นเดียวกับคนในพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะเป็นอาดัมกับเอวาที่โกหกพระเจ้าจึงล้มลงในความบาป ดาวิดที่มีชู้กับบัทเชบา ต่อมาวางแผนให้สามีของบัทเชบาไปตายในสนามรบ เปโตรที่เคยประกาศกร้าวว่าจะอยู่กับพระคริสต์ไม่ว่าชีวิตจะเป็นเช่นไร แต่เขากลับปฏิเสธพระเยซู มิใช่เพียงครั้งเดียวแต่ปฏิเสธถึงสามครั้ง แท้จริงแล้วคงเป็นการยากที่จะค้นให้พบว่ามีใครสักคนไหมที่ไม่เคยล้มเหลวเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต แต่เราพบมากมายหลายคนในพระคัมภีร์ที่เขาได้เรียนรู้จากความล้มเหลวของเขาในชีวิต แล้วใช้สิ่งที่เรียนรู้เป็นเครื่องเสริมสร้างให้ชีวิตของเขาเจริญเติบโตขึ้น และเราพบอีกว่าหลายคนในกลุ่มนี้ที่พระเจ้าทรงใช้เขาให้ประสบความสำเร็จในพระราชกิจแห่งพระประสงค์ของพระองค์

ผมเชื่อว่า ความล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญจำเป็นส่วนหนึ่งในการเจริญเติบโตและพัฒนาวุฒิภาวะของเราในการเป็นสาวกติดตามพระเยซูคริสต์ ถ้าเรายอมให้พระเจ้าทำงานในชีวิตของเราตามพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์จะทรงนำประสบการณ์ความล้มเหลวในชีวิตของเราไปถึงซึ่งความเข้าใจในเรื่องความรักที่ไร้เงื่อนไข และ การทรงยกโทษบาปจากพระเจ้า ซึ่งสิ่งอื่นไม่สามารถนำไปถึงได้ ความสิ้นหวังหรือภาวะที่ล่อแหลมสามารถเป็นมิตรสหายใกล้ชิดของเราถ้าเรายอมที่จะรอคอยการกระทำพระราชกิจตามพระประสงค์ของพระองค์ในชีวิตของเรา ถ้าเราปรารถนาที่จะเห็นพลานุภาพของพระเจ้าในชีวิตของเรา

จำไว้เสมอว่า ความล้มเหลวมิใช่จุดจบของชีวิต แต่พระคุณของพระเจ้าต่างหากที่นำเราไปถึงเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต

ประเด็นใคร่ครวญพระธรรมกับชีวิต

ให้เราอ่านจากพระธรรมโรม 8:28 “...เรารู้ว่า ในทุกสิ่ง พระเจ้าทรงทำให้เกิดผลดีแก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์ คือผู้ที่ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (อมตธรรม)
o พระธรรมข้อนี้ช่วยให้เราเผชิญหน้ากับความล้มเหลวในชีวิตของเราอย่างไรบ้าง?
o ทุกวันนี้ท่านต้องประสบกับความล้มเหลวในเรื่องอะไรบ้าง?
o ถ้ามองความล้มเหลวดังกล่าวผ่านมุมมองของพระธรรมโรม 8:28 ท่านได้รับบทเรียนอะไรบ้าง?
o และท่านเห็นชัยชนะหรือความสำเร็จอะไรบ้างที่จะงอกงามตามมาในอนาคต?
o ให้อ่านพระธรรมโยบ 14:7 “อย่างน้อยที่สุดยังมีความหวังสำหรับต้นไม้ ถึงมันถูกโค่นก็ยังแตกหน่อขึ้นมาอีก และงอกกิ่งใหม่ขึ้นมาแทน” (อมตธรรม) เราจะประยุกต์พระธรรมข้อนี้กับความล้มเหลวในชีวิตอย่างไร?

พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงความหายนะเป็นชัยชนะ
พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ
เมื่อเราเลือกที่จะมองว่า...
ความผิดพลาดล้มเหลวของเรา เป็นโอกาสของพระเจ้า
ที่จะทรงทำงานในชีวิตของเรา
แล้วเราจะพบว่า ความสำเร็จนั้นมีความหมายใหม่ที่แตกต่างจากความสำเร็จแห่งโลกนี้

13 มีนาคม 2554

ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีเพราะ...

ท่านจงระลึกถึงคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเคยกล่าวแก่เหล่าสาวกที่ว่า
“แต่ผีชนิดนี้ไม่เคยถูกขับออก เว้นไว้โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”
ท่านจะทำอย่างที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทำได้หรือ
“เจ้าจะดื่มถ้วยที่เราดื่มได้หรือ”
“ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี”
จงกล่าวเสมอว่า
“ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี”

ดูเหมือนหนทางจะยาวไกล
แต่มันก็ไม่มากเกินแม้แต่นิ้วเดียว
องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านและของข้าพเจ้า
มิได้ร่วมจาริกไปบนเส้นทางแห่งชีวิตของท่านเท่านั้น
แต่พระองค์ยังเป็นผู้วางแผนในการเดินทางนี้ด้วย

บนเส้นทางที่ท่านจาริกไปนั้น
ท่านจะพบความชื่นชมยินดีที่ยากจะบรรยายด้วยคำพูด
แต่ท่านจงกล้าหาญ มั่นคง และมุ่งมั่นเถิด

พระธรรมภาวนา

ปฐมกาล 28:15
(พระเจ้าตรัสกับยาโคบว่า) เราอยู่กับเจ้า และ
จะพิทักษ์รักษาเจ้าทุกแห่งหนที่เจ้าไป...
เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเจ้า
จนกว่าเราจะได้ทำสิ่งซึ่งเราพูดกับเจ้าไว้นั้นแล้ว”

โยชูวา 1:9
เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า”

สดุดี 27:14
จงรอคอยพระเจ้า
จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด
เออ จงรอคอยพระเจ้า

I พงศาวดาร 28:9
“ซาโลมอนบุตรของเราเอ๋ย
เจ้าจงรู้จักพระเจ้า และ
จงปรนนิบัติพระองค์ด้วยใจจริงและด้วยความเต็มใจของเจ้า
เพราะพระเจ้าทรงพิจารณาจิตใจทั้งปวง และ
ทรงเข้าใจในแผนงานและความคิดทั้งปวง
ถ้าเจ้าแสวงหาพระองค์เจ้าจะพบพระองค์
แต่ถ้าเจ้าทอดทิ้งพระองค์
พระองค์จะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปเสียเป็นนิตย์

สุภาษิต 16:9
ใจของมนุษย์กะแผนงานทางของเขา
แต่พระเจ้าทรงนำย่างเท้าของเขา

สุภาษิต 19:21
ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมาก
แต่พระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละจะดำรงอยู่ได้

อิสยาห์ 14:24
พระเจ้าจอมโยธาได้ทรงปฏิญาณว่า
'เรากะแผนงานไว้อย่างไร ก็จะเป็นไปอย่างนั้น
และเราได้มุ่งหมายไว้อย่างไร ก็จะเกิดขึ้นอย่างนั้น

เยเรมีย์ 29:11
พระเจ้าตรัสว่า
เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า
เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ
เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า

10 มีนาคม 2554

ความช่วยเหลือจากทุกแหล่ง

กิจกรรมทั้งหลายที่ท่านกระทำไม่มีค่าในตัวของมันเอง
ไม่ว่างานนั้นจะดูเล็กน้อยด้อยค่า หรือ ดูยิ่งใหญ่สำคัญ
แต่ถ้า...เพียงท่านจะหยุดกระทำกิจกรรมเหล่านั้นตามที่ท่านต้องการ
แล้วให้องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ชี้นำตามพระประสงค์ และ
กระทำผ่านความช่วยเหลือของพระองค์
กิจกรรมเหล่านั้นจะเปี่ยมล้นด้วยคุณค่ามากมาย

พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน
เพียงท่านจะเชื่อฟังพระองค์
เหมือนดั่งที่ท่านคาดหวังให้เลขานุการของท่าน
ทำงานทุกอย่างด้วยความสัตย์ซื่อเต็มใจ
ให้เป็นไปตามทิศทางที่ท่านต้องการ

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทิศทางที่พระองค์ทรงชี้นำ
ไม่มีจุดประสงค์อื่นใด นอกจากพระประสงค์ของพระองค์
เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ความช่วยเหลือแก่ท่าน
พระองค์ไม่ต้องพึ่งพิงหรือขึ้นกับความช่วยเหลืออื่นใด
ความช่วยเหลือของพระองค์นั้นสามารถผ่านหลากหลายช่องทาง
รวมทั้งความช่วยเหลือด้านทรัพยากรต่างๆ ด้วย

พระธรรมภาวนา

สดุดี 51:6
ดูเถิด พระองค์มีพระประสงค์ความจริงภายใน
เพราะฉะนั้น ขอทรงสอนสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ภายในจิตใจลึกลับของข้าพระองค์

สดุดี 138:8
พระเจ้าจะทรงให้สำเร็จ (ตาม) พระประสงค์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
ขออย่าทรงละทิ้งพระหัตถกิจของพระองค์

สุภาษิต 19:21
ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมาก
แต่พระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละจะดำรงอยู่ได้

มีคาห์ 6:8
มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี
และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า
นอกจากให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจกรุณา
และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า

ยอห์น 5:30
(พระเยซูตรัสว่า) “เราจะทำสิ่งใดตามอำเภอใจไม่ได้ เราได้ยินอย่างไรเราก็พิพากษาอย่างนั้น และการพิพากษาของเราก็ยุติธรรม เพราะเรามิได้มุ่งที่จะทำตามใจของเราเอง แต่ตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา

ยอห์น 6:38
(พระเยซูตรัสว่า) เพราะว่าเราได้ลงมาจากสวรรค์
มิใช่เพื่อกระทำตามความประสงค์ของเราเอง
แต่เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา

โรม 8:28
เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง
คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

I เปโตร 2:15
เพราะเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า
ที่จะให้ท่านทั้งหลายระงับความโง่ของคนโฉดเขลาด้วยการประพฤติดี

I เปโตร 4:2
เพื่อ (ท่าน) จะได้ไม่ดำเนินชีวิตที่ยังเหลืออยู่ในโลกตามใจปรารถนาของมนุษย์
แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

I เปโตร 4:19
เหตุฉะนั้น ขอให้คนทั้งหลายที่ทนทุกข์ทรมานตามพระประสงค์ของพระเจ้า
จงประพฤติชอบและฝากวิญญาณจิตของตนไว้กับองค์พระผู้สร้าง ผู้เที่ยงธรรมนั้นเถิด

I ยอห์น 5:14
และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์
คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์
พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา

มัทธิว 9:13
ท่านทั้งหลายจงไปเรียนคัมภีร์ข้อนี้ให้เข้าใจ ที่ว่า...
เราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา
ด้วยว่าเรามิได้มาเพื่อจะเรียกคนที่เห็นว่าตัวชอบธรรม
แต่มาเรียกคนที่พวกท่านว่านอกรีต”

08 มีนาคม 2554

ทูลขอสิ่งที่ยิ่งใหญ่

จงรู้เถิดว่า
พระเจ้าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน
ไม่มีใครที่เป็นอยู่ก่อนพระองค์
เพียงแต่ท่านวางใจพระองค์ในทุกสิ่ง
ความช่วยเหลือนั้นพร้อมอยู่เสมอ

หนทางที่ยากลำบากกำลังจะถึงจุดเปลี่ยน
แต่ท่านจะได้เรียนรู้บทเรียนจากความทุกข์ยากดังกล่าว
ที่ท่านไม่สามารถจะเรียนรู้จากหนทางอื่น...
“แผ่นดินสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่คนได้แสวงหาด้วยใจร้อนรน และ
ผู้ที่ใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้” (มัทธิว 11:12)

ท่านจงดูดซับคุณค่าแห่งแผ่นดินของพระเจ้าจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
ด้วยการมุ่งมั่น ความไว้วางใจ ด้วยจริงใจ และการอธิษฐานที่พากเพียร

สิ่งอัศจรรย์เกิดแก่ท่านคือ
ความชื่นชมยินดี
ศานติสุข
ความมั่นคง
ความปลอดภัย
สุขภาวะ
ความสุข
เสียงหัวเราะ

จงทูลขอพระเจ้าในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เดี๋ยวนี้
จงระลึกเสมอว่าไม่มีสิ่งใดที่ใหญ่เกินไป
องค์พระผู้เป็นเจ้าพอใจที่จะประทานให้
พระองค์เต็มใจที่จะอวยพระพรท่านบัดนี้และเสมอไป
ท่านจงมีศานติสุขเถิด

06 มีนาคม 2554

ไม่มีความชื่นชมยินดีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้

จงถอนตัวออกจากกระแสแห่งโลกนี้เพื่อเข้าติดสนิทในองค์พระผู้เป็นเจ้า
แล้วท่านจงผ่อนพักในความนิ่งสงบและศานติ
ชีวิตของท่านจะไม่พบความชื่นชมยินดีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้คือ
เมื่อท่านหันกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าและมีความสนิทสัมพันธ์กับพระองค์

ท่านเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เมื่อท่านพบบ้านที่ผ่อนพักอาศัยแห่งจิตวิญญาณของท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า
เมื่อนั้นชีวิตที่แท้จริงได้เริ่มต้น
ในแผ่นดินของพระเจ้ามิได้นับช่วงเวลาชีวิตเป็นปีอย่างที่มนุษย์นับกันในโลกนี้
องค์พระผู้เป็นเจ้านับช่วงชีวิตเริ่มจากการบังเกิดใหม่(คือการเกิดครั้งที่สอง)
ตามที่พระคริสต์เคยสนทนากับนิโคเดมัสว่า
“เจ้าจะต้องบังเกิดใหม่” (ยอห์น 3:15)
เราทั้งหลายรู้ว่าเราไม่มีชีวิตนอกจากชีวิตนิรันดร์ และ
เมื่อมนุษย์ย่างก้าวเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ เขาจึงเป็นผู้ที่มีชีวิต

นี่คือชีวิตนิรันดร์
คือเมื่อท่านได้รู้จักพระเจ้าพระบิดา และ
พระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระบุตรที่พระเจ้าส่งเข้ามาในโลกนี้ (ยอห์น 3:17)
ดังนั้น จงดำเนินชีวิตเป็นเหมือนผู้เยาว์ เป็นเหมือนเด็ก (มัทธิว 18:3)
เป็นชีวิตที่ให้สิ่งดีภายในหลั่งไหลออกมาสู่ภายนอก
ทำให้เป็นชีวิตที่มีที่ว่าง
องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานความรักเมตตาไหลพรมเหนือท่าน
แล้วท่านจงส่งต่อความรักเมตตานั้นไปยังคนอื่นๆ

อย่ากลัวเลย
การกลัวก็เป็นเหมือนเด็กโง่คนหนึ่งมีพ่อที่ร่ำรวย
เขามีเหรียญเล็กๆ เหรียญหนึ่ง
แต่เด็กนั้นหมกมุ่นวุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับเหรียญนั้น
จะให้คนกู้ยืมเหรียญนั้นอย่างไร เอาดอกเบี้ยเท่าไหร่ จะให้จ่ายคืนอย่างไร
งานนี้เป็นงานของพ่อมิใช่หรือ?
ท่านควรจะไว้วางใจองค์พระผู้เป็นเจ้าในทุกเรื่องทุกกรณี (1เธสะโลนิกา 5:18)

03 มีนาคม 2554

เป็นมิตรสนิทกับความล้มเหลว

ความล้มเหลวเป็นได้ทั้งมิตรและศัตรู...
อยู่ที่คุณจะเลือกว่า จะให้เป็นแบบไหน
ถ้าคุณร้องเพลงสวดศพทุกครั้งที่คุณล้มเหลว
ถ้าเช่นนั้นความล้มเหลวก็ยังเป็นศัตรูของคุณ
แต่ถ้าคุณตัดสินใจที่จะเรียนรู้จากความล้มเหลวของคุณเอง
เมื่อนั้น คุณจะได้รับคุณประโยชน์จากความล้มเหลว
และนั่นที่ทำให้ความล้มเหลวกลายเป็นมิตรสนิทของคุณ

William Bolitho เคยกล่าวไว้ว่า...
สิ่งสำคัญสุดยอดในชีวิตมิได้ประเมินจากสิ่งที่คุณได้รับ
เพราะคนโง่ทุกคนก็ทำเช่นนั้น
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งยวดคือ การที่คุณได้รับคุณค่าตอบแทนจากการสูญเสียของคุณ
นั่นต้องการสติปัญญาที่เฉียบแหลม
และสิ่งนี้ที่ชี้ถึงความแตกต่างระหว่างคนที่มีไหวพริบกับคนที่ทึมทื่อ”

ทุกคนสามารถที่จะปรับเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นมิตรสหาย
ด้วยการที่มีทัศนคติที่เปิดรับการสอนจากผู้คนและสภาวะรอบด้าน
แล้วใช้กลยุทธ์ที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตน
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนการสูญเสียเป็นคุณค่า เป็นการได้เปรียบ และเป็นประโยชน์ในชีวิต
ขอให้คุณถามคำถามต่อไปนี้ทุกครั้งเมื่อประสบพบกับการสูญเสียหรือล้มเหลว

1. อะไรที่เป็นสาเหตุของความล้มเหลว

ก้าวแรกที่คุณจะเรียนรู้คือ
คุณต้องเต็มใจค้นหาให้พบว่า อะไรคือสาเหตุของความล้มเหลว
เพราะคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางประสบความสำเร็จหรือ?
มีประเด็นที่แน่ชัดเมื่อเกิดการล้มเหลวหรือไม่?
คุณสามารถเจาะจงบ่งชี้ลงไปว่าอะไรคือหัวใจของความผิดพลาด?

2. ความสำเร็จอะไรบ้างที่อยู่ในความล้มเหลว?
Warren Wiersbe เคยกล่าวไว้ว่า...
“ผู้ยึดมั่นในความจริงเป็นนักคิดที่กล้าฝ่าเข้าไปในกองไฟเพื่อรับการเผาชำระ
ผู้สงสัยเป็นนักคิดที่เข้าไปในกองไฟแล้วถูกเผาไหม้เป็นจุล”
อย่ายอมให้ไฟแห่งความเลวร้าย ภัยพิบัติ ทำให้คุณเป็นผู้สงสัย
แต่ให้ไฟนั้นเผาชำระคุณให้บริสุทธิ์

ไม่ว่าภัยพิบัติ ความเลวร้ายใดใดที่คุณพบพาน
ในนั้นจะมี “เพชร” แห่งความสำเร็จอยู่ด้วย
บางครั้ง จะค้นหาให้พบด้วยความยากลำบาก
แต่คุณสามารถค้นพบได้ ถ้าคุณเต็มใจทุ่มเทที่จะค้นจนพบ

3. ฉันจะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากสิ่งที่เกิดขึ้น?
ไม่น่าเชื่อ ที่หลายคนตอบสนองต่อความล้มเหลวอย่าง ชาลี บราว์น ในการ์ตูน
ผมเคยอ่านการ์ตูนจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
ชาลี บราว์น สร้างปราสาททรายที่ชายหาด
เขาสร้างปราสาททรายที่สวยงามเสร็จ
เขาได้เดินถอยห่างออกมาเพื่อชื่นชมในผลงานที่น่าทึ่งของเขา
ขณะนั้นเอง ได้มีคลื่นลูกโตพัดถาโถมเข้ามาที่ชายหาด
แล้วกวาดพัดปราสาทที่เขาสร้างราบเป็นหน้ากอง
เขาพึมพำกับตนเองว่า
“จะต้องมีบทเรียนในเหตุการณ์นี้แน่ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

คนที่ประสบพบกับภัยพิบัติและล้มเหลวอย่างชาลี บราว์น
เขาถูกกลืนเข้าไปในความล้มเหลวเลวร้าย
เขาพลาดการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เขาได้รับ
แต่ในทุกความล้มเหลว ในทุกความเลวร้ายในชีวิตย่อมมีสิ่งที่เราจะเรียนรู้เสมอ
หัวใจสำคัญคือ คนๆ นั้นต้องมีทัศนคติที่เปิดใจกว้างที่จะรับบทเรียนเสมอ
แล้วยอมรับความคิดของ Lord Byron ได้ถ่ายทอดไว้ว่า
“ภัยพิบัติ ความเลวร้าย และความล้มเหลวเป็นก้าวแรกนำสู่สัจจะความจริง”

4. ใครจะช่วยฉันให้ประสบความสำเร็จ?

โดยทั่วไปแล้วมีการเรียนรู้อยู่สองประเภท
เรียนรู้จากประสบการณ์ความล้มเหลวผิดพลาดของคุณเอง และ
สติปัญญาที่เกิดจากการเรียนรู้ถึงความผิดพลาดของคนอื่น
พลเรือเอก Hyman Rickover กล่าวไว้ว่า...
“เราทุกคน ควรมีการรับรู้ที่ดีกว่านี้
เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น
คุณไม่มีชีวิตที่ยาวนานพอที่จะเรียนรู้ทั้งหมดด้วยตัวคุณเองได้

จงเก็บเกี่ยวสติปัญญาจากความฉลาดล้ำลึกของผู้อื่น
แสวงหาคำแนะนำ ความคิดเห็น
แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นความคิดเห็นและคำแนะนำจากคนที่สำเร็จ
คนที่สำเร็จจากการรับมือกับความผิดพลาดและล้มเหลว

5. จากที่นี่...ฉันจะไปไหนต่อ?
ในหนังสือชื่อ "Everyone's a Coach,"
Don Shula and Ken Blanchard กล่าวไว้ว่า
“การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
คุณจะไม่เกิดการเรียนรู้สิ่งนั้นจนกว่าคุณจะทำสิ่งนั้น หรือใช้สิ่งนั้น”

เมื่อคุณสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เลวร้าย
แล้วปรับเปลี่ยนสิ่งเลวร้ายนั้นให้กลายเป็นสิ่งดี
คุณกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของคุณ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา John C. Maxwell ได้เคยสอนว่า
ผู้คนที่ประสบกับความเจ็บปวดมากพอในชีวิต เขาจะต้องเรียนรู้
คนที่ได้รับการเรียนรู้มากพอในชีวิต เขาจะได้รับความสามารถที่จะจัดการชีวิตได้
คุณคงเคยมีประสบการณ์ในแต่ละขั้นตอนข้างต้น
คุณต้องมั่นใจว่า ทุกครั้งที่คุณเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้น
เป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

Sydney Harris เขียนไว้ว่า
“ผู้ชนะย่อมรู้ว่าเขาจะต้องเรียนรู้อีกมากมาย
แม้คนอื่นจะมองว่าเขาเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ”
แต่ผู้พ่ายแพ้ต้องการให้คนอื่นมองเขาว่า “เป็นผู้ชำนาญ”
ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่า เขามีความรู้ในเรื่องนั้นแค่หางอึ่ง”

จงทุ่มเทที่จะเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากทุกสิ่งที่ผิดพลาด
เพื่อเป็นประสบการณ์ในชีวิต
บทเรียนพร้อมอยู่ที่นั่นแล้วสำหรับการเรียนรู้
แต่ความล้มเหลวจะไม่ยื่นมือออกไปและสอนคุณ
คุณต้องเต็มใจที่จะเป็นมิตรสนิทกับความล้มเหลว
ด้วยการยึดฉวยความล้มเหลวให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้

เก็บความและเรียบเรียงจากบทความเรื่อง Making Failure Your Friend
เขียนโดย Dr. John C. Maxwell

พระธรรมภาวนา

สดุดี 22:24 (TBS)
เพราะพระองค์มิได้ทรงดูถูกหรือสะอิดสะเอียนต่อความทุกข์ยากของผู้ที่ทุกข์ใจ
และพระองค์มิได้ทรงซ่อนพระพักตร์จากเขา เมื่อเขาร้องทูล พระองค์ทรงฟัง

สดุดี 71:20 (IBS)
แม้พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ประสบความทุกข์มากมายและขมขื่น
พระองค์จะทรงทำให้ชีวิตของข้าพระองค์กลับคืนสู่สภาพดีอีกครั้ง
จากที่ลึกของโลก
พระองค์จะทรงดึงข้าพระองค์ขึ้นมาอีก

สดุดี 119:71(TBS)
ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก
เพื่อข้าพระองค์จะเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์

2โครินธ์ 1:4 (TBS)
พระองค์ผู้ทรงชูใจเราในการทุกข์ยากทั้งสิ้นของเรา เพื่อเราจะสามารถชูใจคนเหล่านั้น ที่มีความทุกข์ยากอย่างใดอย่างหนึ่งได้ด้วยความชูใจ ซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า

อิสยาห์ 1:53:3, 10-11 (IBS)
“...เขาถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง
เป็นคนเจ้าทุกข์และคุ้นเคยกับความทุกข์ทรมาน
เป็นคนที่ใครๆ เบือนหน้าหนี
เขาถูกเหยียบหยาม และเราก็ไม่ได้นับถือเขา (ข้อ 3)
...แต่...พระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะเจริญรุ่งเรืองในมือของเขา
หลังจากที่ชีวิตจิตใจของเขาต้องทุกข์ทรมานแล้ว
เขาจะได้เห็นแสงสว่างแห่งชีวิต และเขาจะพึงพอใจ
โดยความรู้ของเขา ผู้รับใช้ที่ชอบธรรมของเรา
จะทำให้คนเป็นอันมากมายกลายเป็นผู้ชอบธรรม
และเขาจะแบกความชั่วช้าของคนเหล่านั้น” (ข้อ 10-11)

01 มีนาคม 2554

กุญแจสู่ความบริสุทธิ์และสันติสุข

ท่านในฐานะบุตรของพระเจ้า จงเข้าใกล้พระองค์
การสัมพันธ์สัมผัสพระองค์จะเป็นยารักษาความป่วยไข้ทั้งหลายในชีวิตของท่าน

จงจำไว้ว่า สัจจะความจริงนั้นมีหลายด้าน
จงมีใจรักที่อ่อนโยนและจงอดทนต่อผู้ที่ไม่เห็นสัจจะอย่างที่ท่านเห็น

การที่ท่านสามารถแยกแยะความจริงในชีวิต
ย่อมเป็นกุญแจนำไปสู่ความบริสุทธิ์และสันติสุข และ
การที่ท่านแยกแยะได้นั้นก็ด้วยการช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อท่าน

จงเรียนรู้จากชีวิตของพระองค์มากยิ่งขึ้น
ดำเนินชีวิตอยู่ต่อหน้าพระองค์เสมอ
จงนมัสการพระองค์ในทุกขณะจิต

องค์พระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวในสวนเกธเสมนีว่า
“...ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด...” (มัทธิว 26:39)
พระคริสต์ไม่ได้บอกว่า ไม่มี “ถ้วย” แห่งความทุกข์โศกที่จะต้องดื่ม

พระคริสต์ถูกเฆี่ยน ถ่มน้ำลายรด แล้วถูกตรึงบนกางเขน และ
บนกางเขนพระคริสต์พูดว่า
“โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)
พระคริสต์ไม่ได้พูดว่า พวกเขาไม่ได้กระทำผิด

เมื่อเปโตร สาวกของพระคริสต์ แนะนำให้พระองค์หนีไปจากกางเขน
พระคริสต์พูดว่า “อ้ายซาตาน จงไปให้พ้น” (มาระโก 8:33)

เมื่อสาวกของพระคริสต์ไม่สามารถที่จะรักษาเด็กที่เป็นลมบ้าหมู
พระองค์กล่าวว่า “แต่ผีชนิดนี้ไม่เคยถูกขับออก เว้นไว้โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มัทธิว 17:21)
พระองค์ไม่ได้พูดว่า “เจ้านึกเอาเองว่าเด็กนั้นไม่สบาย ไม่มีอะไรผิดปกตินี่”

เมื่อพระคัมภีร์กล่าวว่า
“พระเนตรของพระองค์บริสุทธิ์เกินที่จะทอดพระเนตรการชั่ว” (ฮาบากุก 1:13)
นั่นหมายความว่า พระเจ้าจะไม่ใส่ร้ายประชากรของพระองค์
พระเจ้าทรงเห็นสิ่งดีในประชากรของพระองค์ด้วย

แต่จงจำไว้ว่า “ครั้นพระองค์เสด็จมาใกล้เห็นกรุงแล้ว ก็กันแสงสงสารกรุงนั้น”(ลูกา 19:41)