08 กรกฎาคม 2558

เราทำตามพระมหาบัญชาแค่ไหน?

แต่​ให้​เรา​ยึด​ถือ​ความ​จริง​ด้วย​ความ​รัก
เพื่อ​จะ​เจริญ​ขึ้น​ใน​ทุก​ด้าน​สู่​พระ​องค์​ผู้​เป็น​ศีรษะ​คือ​พระ​คริสต์
(เอเฟซัส 4:15 มตฐ.)

เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ต้องการให้เราคริสตชนแต่ละคนเติบโตขึ้น  “เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อ​ไป...” (เอเฟซัส 4:14ข มตฐ.)  พระเจ้ามีจุดมุ่งหมายให้ชีวิตคริสตชนแต่ละคนเติบโตและมีวุฒิภาวะ หรือ ชีวิตคริสตชนที่แข็งแรงและเกิดผล   หมายความว่า พระเจ้ามีจุดประสงค์ให้คริสตชนแต่ละคนมีชีวิตที่มีชีวิตประจำวันทุกวันเยี่ยงหรือตามแบบพระคริสต์  

พระองค์ไม่มีพระประสงค์ที่จะให้ชีวิตคริสตชนของเรา “ติดแหงก”อยู่แค่ “ทารกในความเชื่อ” ตลอดไป  อย่างที่มีมากมายในคริสตจักรของเราในทุกวันนี้   คริสตชนกลุ่มนี้ยังต้องพึ่งพิง “ผ้าอ้อมและขวดนม”  “แม่และพี่เลี้ยง”

เพราะพวกเขาตัดสินใจเชื่อเท่านั้น   แต่ไม่เคยคิดที่จะเติบโตขึ้นในชีวิตคริสตชน   การเติบโตขึ้นในชีวิตจิตวิญญาณของเรามิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหลังจากที่รับบัพติสมาแล้ว   แต่การที่จะมีชีวิตที่เติบโตขึ้นและมีชีวิตเยี่ยงพระคริสต์นั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องตัดสินใจ  ตั้งใจที่จะรับการเสริมสร้าง   และเป็นเรื่องที่เราแต่ละคนจะต้องทุ่มเทอุทิศชีวิตของเราที่จะรับการเสริมสร้าง  ฝึกฝน  ปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเรา   

ถ้าใครที่ต้องการจะมีชีวิตที่เติบโตขึ้นให้เป็นเหมือนพระคริสต์  คน ๆ นั้นต้องตัดสินใจว่าตนต้องการมีชีวิตที่เติบโตขึ้นในพระคริสต์   แล้วทุ่มเทการดำเนินชีวิตและปฏิบัติในชีวิตประจำวันทุกวันให้เติบโตขึ้น  และ  ต้องมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง   เพราะการเติบโตเป็นกระบวนการต่อเนื่อง  ต้องใช้เวลาครับ

การเป็นสาวกพระคริสต์มิได้เป็นเพราะ “เอาหัวจุ่มลงในน้ำ หรือ เอาน้ำมาพรมที่หัว” เท่านั้น   แต่ตัวชี้วัดว่าใครคนใดเป็นสาวกหรือไม่อยู่ที่คุณภาพชีวิตของคน ๆ นั้นสำแดงพระลักษณะของพระคริสต์ หรือ การดำเนินชีวิตเยี่ยงพระคริสต์ในชีวิตประจำวันหรือไม่ต่างหาก  การเป็นสาวกคือการที่เรา “ลุกขึ้น” จากจุดเดิมที่ชีวิตของเราเป็นอยู่   แล้ว “ติดตาม” พระคริสต์ตลอดไปในชีวิตประจำวัน (ไม่ใช่ในคริสตจักรวันอาทิตย์เท่านั้น) (ดูมัทธิว 9:9)

เมื่อสาวกคนแรกตัดสินที่จะติดตามพระคริสต์   เขาไม่ได้เข้าใจทุกเรื่องทุกอย่างในการดำเนินชีวิตที่เขาจะต้องมี   แต่เขาตัดสินใจลุกขึ้นติดตามพระคริสต์   อย่างที่หลาย ๆ คนในพวกเราก็เป็นเช่นนั้น   หลังจากนั้นสิ่งสำคัญคือ   ผู้เชื่อแต่ละคนต้องตัดสินใจว่า เราต้องการเติบโตขึ้นเป็นสาวกของพระองค์ คือ ดำเนินชีวิตประจำวันเป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้นทุกวัน   และในส่วนนี้เองที่พระคริสต์ทรงมอบหมายให้เป็นบทบาทความรับผิดชอบของชุมชนคริสตจักร   ที่จะต้องเอาใจใส่และทุ่มเทในการเสริมสร้างผู้เชื่อแต่ละคนให้เติบโตขึ้นมีชีวิตประจำวันที่เป็นสาวกของพระคริสต์   “...และ​สอน​พวก​เขา​ให้​ถือ​รักษา​สิ่ง​สาร​พัด​ที่​เรา​สั่ง​พวก​ท่าน​ไว้...” (มัทธิว 28:20 มตฐ.)

คำถามที่ไม่น่าจะถามคือ...
แล้วคริสตจักรของเราได้ตอบสนองต่อพระมหาบัญชาในเรื่องนี้หรือเปล่า?

ถามใหม่ก็ได้   แล้วคริสตจักรปัจจุบันได้ตอบสนองพระมหาบัญชาอย่างครบถ้วนหรือไม่?   หรือเลือกตอบสนองเป็นบางส่วนที่เราคิดจะตอบสนองเท่านั้น?


ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น