01 ตุลาคม 2558

วันนี้ท่านทำอะไรแก่พระคริสต์บ้าง?

แล้ว​พระ​มหา​กษัตริย์​จะ​ตรัส​ตอบ​ว่า
เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า
ซึ่ง​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​กับ​คน​ใด​คน​หนึ่ง​ที่​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​ใน​พี่​น้อง​ของ​เรา​นี้
ก็​เหมือน​ทำ​กับ​เรา​ด้วย’  (มัทธิว 25:40 มตฐ.)

คริสตจักรคือพระกายของพระคริสต์

เมื่อคริสตชนดำเนินชีวิตประจำวันในพระคริสต์   หมายความว่า สมาชิกคริสตจักรแต่ละคนทำสิ่งต่าง ๆ แก่คนรอบข้างอย่างที่พระคริสต์ประสงค์จะกระทำแก่คนเหล่านั้น   หรือทำอย่างที่พระคริสต์ทรงกระทำเมื่อครั้งที่พระองค์ดำเนินชีวิตบนผืนแผ่นดินโลกนี้  

กล่าวสรุปคือ คริสตชนคือคนที่ดำเนินชีวิตประจำวันสานต่อพระราชกิจที่พระคริสต์ได้กระทำแล้วบนโลกใบนี้   และนี่เองมิใช่หรือเราจึงเรียกชุมชนคริสตจักรว่าเป็น “พระกายของพระคริสต์”   ที่มีพระองค์เป็นศีรษะ   ที่อวัยวะทุกภาคส่วนทำหน้าที่ทำงานตามศักยภาพความสามารถที่ได้รับจากพระเจ้า   ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระคริสต์   และเวลาเดียวกันที่เปาโลเรียกชีวิตคริสตชนว่า “ชีวิตในพระคริสต์”   คือชีวิตที่ทำการสานต่อจากงานที่พระคริสต์ทรงเริ่มต้นไว้นั้น

ถ้าพระคริสต์อยู่กับเรา อยู่กับคริสตจักรไทยในวันนี้   พระเยซูคริสต์จะทำอะไรบ้าง?

แน่นอนว่า  พระคริสต์ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับพระบิดาเจ้า   พระองค์จะใช้ชีวิตแต่ละวันของพระองค์เพื่อสำแดงความรักเมตตาตามพระประสงค์ของพระเจ้า   พระองค์จะร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างกับ “ผู้เล็กน้อย” ในชุมชนสังคมโลกปัจจุบันนี้ เช่น

คนแปลกหน้าได้รับการต้อนรับ   คริสตชนมองเห็นและกระทำต่อคนเหล่านี้อย่างมีคุณค่า
คนหิวโหยได้รับการเอาใจใส่และได้รับอาหาร
คนกระหายได้รับน้ำใจและเครื่องดับกระหาย (ข้อ 35)
คนที่ไร้เสื้อผ้าได้รับการห่มกายให้อบอุ่น
คนเจ็บป่วยว้าเหว่ได้รับการเยี่ยมเยียนเอาใจใส่
นักโทษคนชั่วในสายตาของสังคมได้รับการเยี่ยมเยียน ได้รับความสัมพันธ์ใหม่ และคุณค่าในชีวิต(ข้อ 36)

ขอตั้งข้อสังเกตว่า  พระคัมภีร์ตอนนี้ไม่ได้นั่งวิเคราะห์หาสาเหตุว่า  ทำไมเขาต้องติดคุกต้องขัง   ทำไมเขาถึงหิวโหยและกระหาย   ทำไมเขาถึงเปลือยเปล่าหมดเนื้อหมดตัว   ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนแปลกหน้าของสังคม   ทำไมเขาถึงต้องเจ็บป่วย   พระเยซูคริสต์มิได้พยายามอธิบายถึงสาเหตุว่าทำไมผู้เล็กน้อยเหล่านี้ถึงตกสู่สภาพชีวิตวิกฤติเช่นนี้   แต่สิ่งที่พระคริสต์กำลังกล่าวในที่นี้กำลังบอกกับคริสตชนหรือคริสตจักรว่า   เราจะมีท่าทีและกระทำอย่างไรกับคนที่กำลังได้รับผลกระทบทางโลกในสังคมชุมชนในปัจจุบันนี้

คริสตชนหลายคนคงแปลกใจอย่างมากว่า   เมื่อเขากระทำต่อผู้เล็กน้อยเหล่านี้   แม้พวกเขาไม่เห็นพระเยซูอยู่ที่นั่นก็ตาม   แต่พระคริสต์ได้อธิบายแก่คริสตชนกลุ่มนี้ว่า   การที่พวกเขาทำอะไรแก่คนเล็กน้อยด้อยค่าในสายตาของสังคมโลก   พวกเขาได้กระทำแก่พระเยซูคริสต์ด้วย (ข้อ 40)  

ทำไมคริสตชนกลุ่มนี้ถึงไม่รู้ว่าเขาทำแก่พระเยซูคริสต์ด้วย?   เพราะคริสตชนกลุ่มนี้กระทำงานเหล่านี้ในชีวิตประจำวันด้วยความจริงใจ   ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นรอบข้างด้วยความตั้งใจเต็มใจ   มิได้ทำเพราะต้องการให้พระเจ้าพอพระทัยชีวิตของตนเอง   มิใช่เพราะต้องการเก็บ “คะแนน” หรือผลงานเพื่อจะนำไปรายงานต่อหน้าพระเจ้าในวันที่ต้องอยู่ต่อพระพระพักตร์พระองค์?   และที่เขาทำเช่นนี้มิใช่เพราะต้องการทำดีในสายตาของมนุษย์และพระเจ้า   แต่ที่ทำเช่นนี้เพราะเขาสำนึกในพระคุณของพระคริสต์ที่ทรงมีพระคุณต่อชีวิตของเขามาก่อน   ดังนั้น การกระทำเช่นนี้กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันที่ต้องการสานต่อพระราชกิจของพระเยซูคริสต์บนผืนแผ่นดินโลกนี้

ในด้านตรงกันข้ามของสัจธรรมข้อนี้  คือถ้าคริสตชนละเลย หรือมองข้ามไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน   เขาก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องทำแก่พระคริสต์ในชีวิตประจำวันด้วย (ข้อ 42-45)   และการที่ไม่กระทำในสิ่งที่คริสตชนพึงกระทำก็ถือว่าเป็นความบาปพอ ๆ กับการกระทำสิ่งที่ไม่ควรกระทำด้วย (ดูยากอบ 2:16)

เมื่อเรากระทำสิ่งต่าง ๆ แก่คนเล็กน้อยด้วยความตั้งใจและเต็มใจ   พระเจ้าทรงมองว่าเราได้กระทำสิ่งเหล่านั้นต่อพระคริสต์   และในเวลาเดียวกันที่เราละเลยทอดทิ้งคนที่เราจะต้องเอาใจใส่   เราก็ได้ทอดทิ้งและละเลยพระคริสต์ในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน

ถ้าวันนี้ตอนเย็นก่อนนอน พระคริสต์ถามท่านว่า “วันนี้ท่านได้กระทำอะไรแก่เรา?”   ท่านจะตอบพระองค์ว่าอย่างไร?

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น