27 เมษายน 2560

จะจัดการอย่างไรเมื่อชีวิตเจ็บปวดสิ้นหวัง?

การหนุนช่วยในยามที่ชีวิตประสบความเจ็บปวด  
เพื่อน...จะมีส่วนร่วมทุกข์ร่วมสุขในภาวะเช่นนั้นได้อย่างไร?  
ในเวลาที่ชีวิตเจ็บปวดและสิ้นหวัง อะไรที่เราคาดหวังจากเพื่อนที่เราไว้วางใจมากที่สุด?  
กลุ่มเล็กที่เราเป็นสมาชิกควรจะมีส่วนเช่นไรบ้างในเวลาดังกล่าว?

เมื่อเราต้องตกลงในภาวะที่สิ้นหวัง วิกฤติขวางอยู่ข้างหน้า หรือ ในเวลาที่ต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต  ในเวลาเช่นนั้นเราต้องการเพื่อน   ในเวลามืดมิดเช่นนี้เราต้องการเพื่อนคู่คิดมิตรคู่กาย   เราต้องการคนที่จะเคียงข้างร่วมทุกข์ร่วมสุข   ในเวลาเช่นนั้นเราต้องเปิดใจยอมรับ “มือ” และ “น้ำใจ” ที่ยื่นเข้ามาข้างหน้า และ ในชีวิตของเรา  

ในเวลาเช่นนี้พระเจ้าไม่พระประสงค์ที่จะให้เรารับมือและจัดการวิกฤติ  ความเจ็บปวด  และความสิ้นหวังทั้งสิ้นในชีวิตที่เราเผชิญด้วยตัวของเราเอง   ชีวิตที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างแต่ละชีวิตให้ขับเคลื่อนไปอย่างโดดเดี่ยวเสรี   แต่ทุกชีวิตมีเยื่อใยสายสัมพันธ์กับชีวิตคนอื่น ๆ รอบข้าง   ชีวิตมนุษย์ถูกสร้างขึ้นให้เป็นสังคมแห่งสายสัมพันธ์   ให้เราระลึกถึงการทรงสร้างมนุษย์ในสวนเอเดนว่า  “ไม่ควรให้ชายผู้นี้อยู่คนเดียว  เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ที่เหมาะสมเท่าเทียมกับเขา” (ปฐมกาล 2:18 อมต.)  พระเจ้าสร้างผู้ที่จะอุปถัมภ์กันและกันที่เหมาะสม  มิใช่สร้างผู้ที่มีสิทธิ และ สิ่งดี ๆ ในชีวิตที่เหมือนและเท่าเทียมกันและกัน  ความสำคัญคือการอุปถัมภ์มิใช่การเท่าเทียมกัน   หรืออุปถัมภ์กันและกันด้วยสิ่งดีที่เรามีและสิ่งดีที่เพื่อนต้องการ

บางครั้ง เราอาจจะมีเพื่อนที่เชื่อในพระเจ้า   แต่เพราะเขาต้องเผชิญกับความทุกข์ยากเจ็บปวดอันใหญ่หลวง  จนพูดออกมาว่า  “แล้วจะให้ฉันเชื่อพระเจ้าต่อไปได้อย่างไร”   ในเวลาเช่นนั้น   เขาต้องการพลังหนุนเสริมจากเราผู้เป็นเพื่อน   เราสามารถยืนยันกับเขาได้ว่า   เพราะเราเชื่อพระเจ้า  ดังนั้น เราจึงยังยืนหยัดเคียงข้างกับเพื่อนไม่ว่าสถานการณ์มันจะเลวร้ายปั่นป่วนสักปานใดก็ตาม

ดังในพระธรรมโยบกล่าวไว้ว่า  “ถึงแม้ว่าคนสิ้นหวังจะหมดความยำเกรงองค์ทรงฤทธิ์   แต่เขายังสมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนฝูง” (โยบ 6:14 อมต.)

ในพระธรรมกาละเทียบอกกับคริสตชนว่า   “(พี่น้องทั้งหลาย)จงช่วยรับภาระของกันและกัน  ดังนี้แล้วท่านก็ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์ (กาลาเทีย 6:2 อมต.)   ที่ว่า “...ท่านได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์”  แล้วอะไรคือบทบัญญัติของพระคริสต์ล่ะ?   ก็คือพระมหาบัญญัติของพระองค์คือ  “...(และ)...รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”   พระคัมภีร์บอกให้คริสตชนให้ยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง  เจ็บปวดทุกข์ระทม  หมดกำลังหมดความเชื่อ   เพราะการทำเช่นนั้นคือการรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง   การทำเช่นนี้คือการที่เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์

เมื่อเราตกอยู่ในภาวะวิกฤติในชีวิต  ท่ามกลางความทุกข์ระทม  พบกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง  เราหนีไม่พ้นที่จะเกิดความเครียด   ในเวลาเช่นนั้นเรามักสิ้นหวัง  หมดกำลังใจ  อ่อนแรงกาย ใจ และจิตวิญญาณ  ขาดสมาธิและปัญญาในการรับมือจัดการกับสิ่งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา   ในเวลาเช่นนั้นเราต้องยอมรับความช่วยเหลือ   ถึงแม้บางท่านอาจจะหมดความเชื่อที่จะพึ่งความช่วยเหลือจากเบื้องบน   แต่ให้เปิดใจยอมรับความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมคือความช่วยเหลือจากเพื่อนใกล้ชิด   ให้โอกาสเพื่อนใกล้ชิดที่จะเคียงข้างร่วมทุกข์ร่วมสุขกับท่านในเวลาเช่นนี้

ในเวลาเช่นนั้น   แม้เริ่มแรกเราอาจจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือ บางครั้งมองไม่เห็นความเป็นไปได้   แต่เราเชื่อว่าท่ามกลางความสิ้นหวัง  หรือ  ท่ามกลางที่ความหวังริบหรี่พระเจ้าทรงกระทำงานตามแผนการที่ดีเลิศของพระองค์เพื่อให้เกิดสิ่งดีแก่ชีวิตของเรา

ข้อคิดประเด็นใคร่ครวญ
  • ใครคือผู้ที่จะหนุนเสริมท่านในเวลาที่เกิดวิกฤติ ทุกข์ยาก และ สิ้นหวังในชีวิต?   ในทางกลับกัน ท่านจะเป็นผู้หนุนเสริมเขาในเวลาที่เขาเกิดวิกฤติในชีวิตได้หรือไม่?
  • เมื่อท่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทุกข์ระทมลำบาก   อะไรคือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านในเวลานั้นมากที่สุด?
  • ท่านคิดว่าเพื่อนในกลุ่มเล็กสามารถให้การหนุนเสริมท่านอย่างไรที่จะเป็นความช่วยเหลือในเวลาเช่นนั้นที่ดีที่สุด?
  • เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างผ่านการเสริมหนุนจากเพื่อนสนิทคริสตชนของเราในเวลาแห่งความทุกข์ยาก?


ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น