01 กุมภาพันธ์ 2559

จะยอมรับและให้เกียรติคนที่ไม่น่านับถือด้วยหรือ?

“รักคนที่เขารักเราดีกว่า...”  นี่เป็นเสียงเพลงโบร่ำโบราณจากวิทยุที่คนแก่อย่างผมได้ยินจนคุ้นชินจดจำ

แต่ในฐานะคริสตชน  พระคริสต์บอกเราว่า “ให้รักศัตรูของท่าน”  มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว

ในชีวิตของแต่ละคน  ย่อมต้องประสบพบเจอกับคนที่มีอารมณ์ร้าย ร้อน รุนแรง  และพฤติกรรมหยาบกระด้าง  เต็มด้วยเล่ห์ เหลี่ยม และหลอกลวง  มีความโหดร้าย  คดในข้องอในกระดูกซ่อนสุมในจิตใจ   ในที่นี้ขอเรียกรวม ๆ ว่า “คนที่ไม่น่านับถือ”  

การที่ต้องเผชิญกับคนที่ไม่น่านับถือที่ว่านี้หรือไม่คงไม่ใช่ประเด็นปัญหาของเรา  

แต่คำถามของเราคือ แล้วเราจะรับมือ  ตอบสนองกับคนแบบนี้  ที่มักสร้างแต่ความรู้สึก “เครียด” ในความสัมพันธ์ของเราในฐานะคริสตชนอย่างไรต่างหาก  เป็นเรื่องที่เราจะต้องใคร่ครวญพินิจพิเคราะห์

แล้วเราจะยอมรับนับถือคนที่ “ไม่น่านับถือ” ที่กล่าวข้างต้นนี้อย่างไรดี?

โดยปกติทั่วไปแล้วเรามักบอกว่า   ถ้าจำเป็นต้องติดต่อสัมพันธ์กับคนแบบนี้   ก็ให้ติดต่อเท่าที่จำเป็น   และเป็นไปได้แล้วให้อยู่ห่าง ๆ จากคนแบบนี้ ใช่ไหม?

ขอลองมองให้ชัดลงไปอีกนิดหนึ่งว่า คนแบบนี้ในชีวิตจริงของเรามีใครบ้าง?

คนในครอบครัว? เพื่อนฝูง? คนรู้จักมักคุ้น? คู่ชีวิต? ลูกหลาน?  เจ้านาย?  หรือ  ลูกน้อง?

จง​ให้​เกียรติ​ทุก​คน จง​รัก​พวก​พี่​น้อง จง​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า จง​ถวาย​เกียรติ​แด่​จักรพรรดิ”    นี่เป็นคำสอนใน 1เปโตร 2:17  ฟังดูมันทำได้ง่าย ๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก   แต่จะทำให้เป็นรูปธรรมจริง ๆ ในชีวิตประจำวันจะทำได้อย่างไรเป็นคำถามที่ไม่อยากถามครับ

ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ  “การให้เกียรติ” แก่คนแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเราหมดทางเลือกต้องอดทนหรือยอมอยู่ภายใต้พฤติกรรมความหยาบ คด เห็นแก่ตัวของคน ๆ นั้น   “การให้เกียรติ” มิได้หมายความว่าเราจะไม่เผชิญหน้า หรือ ประจันหน้าจัดการกับปัญหาที่อยู่ข้างหน้านั้น   “การให้เกียรติ”  ไม่ใช่การที่ปล่อยตัวเองให้ไหลตามกระแสในเวลานั้น

แล้วเราจะ “ให้เกียรติ” คนที่ “ไม่น่านับถือ” อย่างไรล่ะ?
  1. สำแดงความรักเมตตาแบบพระคริสต์แก่คนนั้น  แม้เขาไม่สมควรจะได้รับก็ตาม (1ยอห์น 4:19)
  2. เราสามารถ “ให้เกียรติ” คนแบบนี้โดยไม่ต้องเห็นด้วยกับพฤติกรรมของเขา (2โครินธ์ 6:14)
  3. ติดต่อสัมพันธ์ และ อยู่กับเขาอย่าง “สันติ”  แม้เขาจะไม่แสวงหาสันติก็ตาม (โรม 12:18)
  4. วางขอบเขตที่เหมาะสมในความสัมพันธ์กับคนแบบนี้ เพื่อมิให้เขาทำร้ายเราได้ (สดุดี 104:9)
  5. การสัมพันธ์กับคนแบบนี้ต้องพึ่งการแสวงหาวิถีทางที่พระเจ้าทรงนำ (ฮีบรู 12:2)

“การให้เกียรติ” คนที่ “ไม่น่านับถือ” ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นพันธกิจชีวิตที่พระเจ้าทรงเรียกให้เรากระทำด้วยจิตวิญญาณและพลังความรักเมตตาที่เสียสละของพระคริสต์   ที่ทรงทำเป็นตัวอย่างแล้วบนกางเขน   ไม่มีใครคนใดในพวกเราที่เป็นคนดีพร้อมสมบูรณ์แบบ   แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะไม่ “ให้เกียรติ” แก่คน “ที่ไม่น่านับถือ” เหล่านั้น  เราพึงตระหนักว่า “​...พวก​ท่าน​ได้​รับ​การ​ไถ่​ออก​จาก​การ​ดำ​เนิน​ชีวิต​ที่​ไร้​สาระ ซึ่ง​ตก​ทอด​มา​จาก​บรรพ​บุรุษ​ของ​พวก​ท่าน ไม่​ใช่​ไถ่​ด้วย​สิ่ง​ที่​เสื่อม​สลาย​ได้​เช่น​เงิน​หรือ​ทอง แต่​ด้วย​พระ​โลหิต​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​คริสต์ ดัง​เลือด​ลูก​แกะ​ที่​ไร้​ตำหนิและ​ไร้​จุด​” (1เปโตร 1:18-19 มตฐ.)

การเรียนรู้ และ ฝึกวินัยชีวิตในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะสามารถจัดการด้วยตนเองได้   แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้ในชีวิตประจำวันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ “คนที่ไม่น่านับถือ”   ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าที่เสริมสร้างเราให้มีพลังชีวิตที่รัก เมตตา และเสียสละเยี่ยงพระคริสต์บนกางเขน   การเสริมสร้างนี้เป็นการเสริมสร้างตามแผนการของพระองค์ที่ทรงมีในชีวิตของเราแต่ละคน   และพระราชกิจนี้ใช้เวลาครับ

ใช่ครับ... การที่ต้องทำงานกับ “คนที่ไม่น่านับถือ” พวกนี้วันแล้ววันเล่าเป็นโอกาสที่พระเจ้าจะเสริมสร้างเราแต่ละคนให้เป็นคนรับใช้ของพระองค์ที่พระองค์จะใช้เราได้อย่างเกิดผลตามพระประสงค์ของพระองค์ครับ   และก็เป็นวิถีทางหนึ่งที่พระองค์จะทรงสำแดงความรักเมตตาและปลดปล่อย “คนที่ไม่น่านับถือ” คนนั้นจากบ่วงแร้วของความบาปชั่ว...   โอ้โฮ...งานใหญ่และทรงคุณค่านะครับ!

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.barnabus@gmail.com
081-2894499

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น