07 พฤษภาคม 2561

ทำไมพระเจ้าให้เราเผชิญกับวิกฤติชีวิตอย่างยืดเยื้อ?

บางคนอ่านเรื่องราวยาโคบปล้ำสู้กับบุรุษท่านหนึ่ง(ซึ่งรู้กันว่าคือพระเจ้า)ตลอดคืนยังรุ่งแต่ไม่สามารถเอาชนะสักที  บางท่านเกิดคำถามในใจว่า   ยาโคบเก่งแค่ไหนนะพระเจ้าถึงสู้ไม่ชนะสักที?   หรือ ไม่ก็ถามในทำนองที่ว่า  ทำไมพระเจ้าไม่เผด็จศึกเอาชนะยาโคบให้เห็นดำเห็นแดงไปเลย?   ทำไมพระองค์ปล่อยให้การปล้ำสู้ยาวยืดเยื้อจนถึงรุ่งสาง(หมดเวลาสำหรับพระเจ้า???)? (ดู ปฐมกาล 32:26)   ท่านเคยมีประสบการณ์ในชีวิตที่ต้องปล้ำสู้กับปัญหาอย่างยาวนานไหม?   ทำไม?

ทำไมพระเจ้าถึงอนุญาตให้วิกฤติชีวิตที่เกิดขึ้นกับเราเป็นไปอย่างยืดเยื้อ(ตามความรู้สึกของเรา  หรือ บางครั้งก็เป็นจริงเช่นนั้น)  ทำไมพระองค์ไม่ลงมือจัดการแก้ไขทันทีเมื่อเราอธิษฐานทูลขอต่อพระองค์   เรามักพบว่า พระเจ้าจะทรงให้วิกฤตินั้นดำเนินต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง   ทั้งนี้เพราะพระองค์ต้องการที่จะทำให้เรารู้ตัว หรือ รู้เท่าทันตนเองว่าจริง ๆ แล้วเราได้เชื่อและวางใจในพระองค์แค่ไหน?   และเราแสวงหาพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจหรือเปล่า?

การที่พระเจ้าทรงตอบสนองวิกฤติและการอธิษฐานของเราทันทีทันใด   อาจจะสร้างความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนว่า การอธิษฐานเป็นเหมือนวิธีการวิเศษ เป็นทางลัดสู่ความสำเร็จ  เมื่อต้องการก็อธิษฐาน(กดปุ่ม)แล้วมันจะเกิดขึ้นตามที่ต้องการ?   แต่พระเจ้าใช้วิกฤติในการเสริมสร้างคนของพระองค์ให้มีความเชื่อ ไว้วางใจในพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจ และเติบโตขึ้นในความสัมพันธ์และเชื่อศรัทธาในพระองค์

บ่อยครั้งที่ผมเห็นเพื่อนคริสตชนจำนวนมาก   ที่อธิษฐานร้องทูลขอการอัศจรรย์จากพระเจ้าให้ช่วยปลดหนี้มหาศาล หนักอึ้งที่ทับถมในชีวิตของเขา  เพราะเขาไม่รู้จะไปพึ่งใครที่ไหนได้อีกแล้ว

เขาทูลขอพระเจ้าทำการอัศจรรย์ให้หนี้ของเขาหลุดลอยออกจากชีวิตในทันที!

แต่น่าคิดว่า   เขาได้เรียนรู้หรือไม่ว่า   หนี้สินรุงรังและหนักอึ้งของเขามันเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติการเงินและหนี้สินไหม?   แน่นอนว่า หนี้สินที่เกิดขึ้นมีที่มา มีสาเหตุ  เขาและครอบครัวมีส่วนที่ทำให้หนี้สินเกิดและพอกพูนขึ้น   แล้ววันหนึ่งก็มาขอพระเจ้าช่วยขจัดปัดเป่าหนี้เหล่านั้นให้อันตรธานหายวับไปชั่วพริบตานั้นถูกต้องแล้วหรือ?   สมมติว่า หนี้นั้นเกิดหลุดลอยไปจริง   เราท่านต่างไม่คิดหรือว่า เขาจะไม่กลับก่อหนี้ยืมสินใหม่อีกหรือ?   เพราะถ้าหนี้ท่วมหัวก็สามารถกลับมาขอให้พระเจ้าปลดหนี้ได้?

พระเจ้าสนใจและใส่ใจหนี้สินที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคน   พระเจ้าประสงค์ที่จะช่วยเราให้สามารถปลดหนี้   ยิ่งกว่านั้น พระเจ้าประสงค์ให้เราได้เรียนรู้ที่จะไม่กลับไปก่อหนี้ใหม่!   ทำอย่างไรที่จะไม่เป็นหนี้?  จะใช้จ่ายและบริหารจัดการเงินทองในชีวิตประจำวันอย่างไร?  เราจะสามารถหยุดการใช้เงินล่วงหน้า(คือใช้เงินส่วนที่เรายังไม่มี)ได้อย่างไร?  พระองค์ประสงค์ที่จะเสริมสร้างวินัยชีวิตการเงินของเรา   และตลอดระยะเส้นทางการทรงใส่ใจของพระเจ้า   พระองค์ทรงเคียงข้างเราในความทุกข์ยากลำบากในชีวิต   จนเวลาที่โซ่ตรวนแห่งหนี้สินหลุดจากชีวิตของเราพระองค์ก็ยังจะอยู่กับต่อไป

ถ้าขณะนี้ที่กำลังอยู่ในวิกฤติชีวิตเรื่องหนี้สิน   ขอยืนมั่น ณ จุดความจริงนั้น  อย่าท้อถอยยอมแพ้   อย่าหลบหนีจากความจริง    ทุกประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วค่ำคืนเดียว   เพราะบางคนใช้เวลาที่ก่อตัวพอกพูนปัญหานั้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน   แต่ละท่านอาจจะมีรูปแบบที่ก่อเกิดปัญหี่แตกต่างกันออกไป  บางปัญหาฝังลึกในตน  ไม่ว่าการตอบโต้สื่อสารกับคนอื่น  วินัยชีวิตเชิงลบ ที่สร้างสั่งสมมาเป็นแรมปี   ขอบอกตรงไปตรงมา ณ ที่นี้ว่า   พระเจ้าจะไม่ลบล้างสิ่งเหล่านั้นออกจากชีวิตของเราหมดไปทันที   พระองค์ยังใส่ใจ และ เสริมสร้างให้เราค่อย ๆ เรียนรู้ปัญหาที่ซับซ้อนนั้นทีละชั้น   อย่างที่เราลอกหอมหัวใหญ่ทีละชั้น   ค่อย ๆ แกะออกทีละชั้น  ความหวังค่อย ๆ เกิดมากขึ้น  บางคนก็แสบตา น้ำตาไหล  แต่จงมั่นใจเถิดครับ พระเจ้าอยู่กับเรา  พระองค์เคียงข้างเรา   พระองค์คอยบอกและค่อย ๆ เอื้อให้เราได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับปัญหาในชีวิตของตนเองลึกลงไปทีละชั้น   ด้วยวิธีนี้พระเจ้าช่วยให้เราค้นพบตนเอง และ เรียนรู้การจัดการปัญหาจากพระองค์ไปทีละก้าวทีละขั้น   ให้เราวางใจในการทรงชี้นำและสำแดง   ให้เราได้เรียนรู้จากพระองค์

อย่าลืมว่า พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราในทุกสถานการณ์ชีวิต   พระเจ้ากระทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราในชีวิต   เมื่อท่านทูลขอต่อพระองค์ให้ทรงช่วยแก้ปัญหาในชีวิต   ท่านจะต้องวางใจในการทรงประทานของพระองค์ในชีวิตของเรา   แล้วเราจะได้รับประสบการณ์แห่งสันติสุข พระปัญญา  และ พระพรจากพระองค์   พร้อมทั้งการทรงช่วยกู้ที่มากยิ่งกว่าความเข้าใจและต้องการของเราเอง

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่
E-mail: prasit.emmaus@gmail.com; 081-2894499

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น